‘เมื่อครีเอทีฟพบจิตแพทย์’ สู้โรคซึมเศร้าแบบนักธุรกิจ พลิกชีวิตให้ยิ้มได้อีกครั้ง

by SME Thailand. 05 เมย. 2019
Share:
Text : Yuwadi.s



Main Idea
 
  • ผู้ประกอบการเป็นอาชีพที่เสี่ยงต่อการเจอโรคซึมเศร้าได้บ่อยครั้งเพราะความเครียดจากการทำงานและความกดดันจากการแข่งขัน
 
  • นันทวัฒน์ ชัยพรแก้ว ผู้ก่อตั้ง NAWIN Consultant และเจ้าของเพจ ‘เมื่อครีเอทีฟพบจิตแพทย์’ เป็นหนึ่งในคนที่ต่อสู้กับโรคซึมเศร้าจนกลับมายิ้มได้อีกครั้ง โดยเขาใช้วิธีการทานยาพร้อมปรับความคิด จากคนบ้างานกลายเป็นคนบาลานซ์ชีวิตได้อย่างพอดี


     ..ชีวิตหมนหม่อง มองไปทางไหนก็ไม่สดใส จิตใจที่เคยเปี่ยมด้วยพลังกลับเหี่ยวแฟบดั่งมีใครเอาเข็มแหลมมาเจาะ รู้สึกชีวิตไม่มีคุณค่า โทษตัวเองดีกว่า..


     หากผู้ประกอบการเริ่มมีอาการต่างๆ เหล่านี้นั่นอาจหมายความว่าปีศาจแห่งโรคซึมเศร้ากำลังย่างกรายเข้ามาหาคุณอย่างช้าๆ ผู้ประกอบการเป็นนักสะสมความเครียดตัวยง บางคนยังเชี่ยวชาญเรื่องการกดดันตัวเองอีกด้วย ปัจจัยเหล่านี้เลยทำให้โรคซึมเศร้ามีโอกาสมาเจอะเจอกับผู้ประกอบการได้บ่อยครั้ง หนึ่งในผู้ประกอบการที่เคยเจอโรคซึมเศร้ากับตัวเองมาแล้วคือ ‘นันทวัฒน์ ชัยพรแก้ว’ ผู้ก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษาธุรกิจสุดเฮฮาอย่าง NAWIN Consultant และเจ้าของเพจ ‘เมื่อครีเอทีฟพบจิตแพทย์’ แต่ใครจะรู้บ้างว่าเบื้องหลังผู้ชายอารมณ์ดี หน้าตายิ้มแย้มคนนี้นั้นเขาเคยซึมเศร้าจนคิดฆ่าตัวตายมาแล้ว

 

 
   โรคซึมเศร้าของนันทวัฒน์ เกิดจากความเครียดสะสมครั้งที่ยังนั่งตำแหน่งผู้บริหารของบริษัทเอเจนซี่โฆษณาจนหมอวินิจฉัยว่าเป็น Adjustment disorder


     “ตอนที่ผมเป็นโรคซึมเศร้ามาจากความที่เรากดดันตัวเอง ตอนนั้นเราเป็นผู้บริหารบริษัทเอเจนซี่โฆษณา หลายอย่างกดดันจนสมองเราเครียด สมองหยุดหลั่งสาร 3 สาร ผมมีอาการหวาดผวา เหงื่อออกตามมือ ไม่เป็นตัวเองคิดอะไรไม่ออก เหมือนกำลังจะตกตึกตลอดเวลาทั้งที่อยู่บนพื้นราบ ผมตัดสินใจไปหาจิตแพทย์เลยที่โรงพยาบาลวิภาวดี คุณหมอบอกว่าผมเป็น Adjustment disorder”


     Adjustment disorder คือภาวะการปรับตัวผิดปกติ มักจะเกิดกับผู้คนที่จมอยู่ในวังวนของความเครียดและความกดดัน หลังจากที่นันทวัฒน์ไปพบจิตแพทย์ก็ได้เข้าใจความคิดที่ทำให้เกิดโรคซึมเศร้าว่ามาจาก 3 อย่างด้วยกันคือ โลภ ต้าน หลง โดย 1. โลภ เป็นอารมณ์ที่เราอยากได้ อยากมี 2. ต้าน ความคิดต่อต้าน ไม่ชอบนู่น ไม่ชอบนี่ 3. หลง มโน คิดเพ้อเจ้อในทางลบ เป็น 3 นิสัยที่ทำให้ความเครียดสะสมจนถึงจุดที่สมองเสียหายรับไม่ไหวก็ทำให้หยุดหลั่งสารสำคัญ 3 สารคือ  เซโรโทนิน โดพามีนและเอ็นดอร์ฟิน


     เซโรโทนิน เป็นสารที่ทำให้เรารู้สึกสงบ ปลอดภัย โดพามีน เป็นสารที่หลั่งเมื่อเรารู้สึกมีความสุข สะใจ ภูมิใจ ส่วนเอ็นดอร์ฟิน เป็นสารที่หลั่งเมื่อเรามีอารมณ์สุข แต่คนที่เป็นโรคซึมเศร้าสมองจะไม่หลั่งสารเหล่านี้โดยอัตโนมัติ
 




      “คนเป็นโรคซึมเศร้าคือเขารู้สึกแย่กับตัวเอง รู้สึกผิดกับตัวเอง สิ่งต่างๆ รุมเร้ามาพร้อมกับอาการไม่มีเรี่ยวแรง พอรับไม่ไหวคนเลยไปกระโดดตึก คนไม่ได้กระโดดตึกเพราะแฟนทิ้งนะแต่เขาอยู่กับความคิดของตัวเองไม่ได้แล้ว คนที่ฆ่าตัวตายส่วนใหญ่มักมีประวัติเป็นโรคซึมเศร้า คนที่เป็นแล้วไม่รักษาเขาจะไม่มีทางพาตัวเองออกจากวังวนทรายดูดได้เลย ดูดลึกไปเรื่อยๆ สมองถูกทำลายไปเรื่อยๆ กลายเป็นวงจรอุบาทว์”


     สิ่งแรกที่ควรทำหากสงสัยว่าตนเองเป็นโรคซึมเศร้าคือการยอมรับและพาตัวเองไปพบจิตแพทย์อย่างเช่นที่นันทวัฒน์ตัดสินใจทำ หลังจากนั้นก็เริ่มรับประทานยาเพื่อปรับสารเคมีในสมองพร้อมกับการปรับทัศนคติของตนเองด้วย


     “ผมทานยาและปรับทัศนติ ผมเริ่มอยู่กับลมหายใจ ฝึกหายใจเข้าออก ช้าๆ นานๆ ลึกๆ บ่อยๆ นึกขึ้นได้ก็หายใจยาวๆ ผมศึกษา สติปัฏฐาน 4 ยาที่ทานทำให้สมองหลั่งสารปกติ กดอารมณ์เราไว้ให้ไม่สุข ไม่ทุกข์ มันจะกลางๆ ผมก็ค่อยๆ ลดยา จนในที่สุดก็พบว่าความสุขที่แท้จริงคือความปกติ ไม่ใช่ความรื่นรมย์กระตู้วู้ เมื่อก่อนผมใช้ชีวิตเสพติดความสุข เบื่อก็หนีความเบื่อ ต้องหาซื้อของ หาไอเท็มใหม่ๆ ชีวิตมี 2 ด้าน ไม่สุขก็ทุกข์เลย”
 

     เมื่อเริ่มดีขึ้นจากโรคซึมเศร้าทำให้อดีตชายหนุ่มบ้างาน คิดเรื่องงานตลอดเวลากลายเป็นคนที่หันมานั่งสมาธิ ใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันขณะ เขากลับพบว่าช่วงที่จิตนิ่งกลับทำงานได้ดีกว่าช่วงที่จิตใจว้าวุ่นเสียอีก


     “พอหายจากโรคซึมเศร้ามันมีทางสายกลางอย่างที่พระพุทธเจ้าบอก เป็นสภาวะที่จิตใจราบเรียบอยู่ในสันติและสภาวะนี้ทำให้เรามีสติสัมปชัญญะคิดงานได้ดีเยี่ยม การหมั่นเจริญสติเป็นเครื่องมือป้องกันให้คนไม่เป็นโรคซึมเศร้า แต่คนที่เป็นแล้วจะให้ไปเจริญสติ บางคนเขาฆ่าตัวตายในวัดเลยนะ ถ้าหากรู้ตัวว่าเป็นก็ต้องไปพบจิตแพทย์เพื่อได้รับการวินิจฉัย ปัจจุบันนี้ถ้าผมไม่ได้ทำงานก็จะหยุดคิดเลย อยู่กับปัจจุบัน ไม่คิดเรื่องงาน เล่นกับลูก ก่อนหน้านี้คือคิดตลอด มีเสียงในหัวบอกให้ทำนู่น ทำนี่ ตอนนี้รู้แล้วว่าสภาวะที่ไม่มีเรื่องคิดแต่เรารู้สึกตัวตลอดเวลา กลับคิดงานได้ดีกว่าอีก เพราะความคิดทำให้เราเต็มไปด้วยอคติแต่การอยู่กับปัจจุบันขณะ ทำให้เรามีปัญญา สามารถเอาปัญญาเข้าแก้ไขปัญหาไม่ได้เอาอคติเข้าแก้ไขปัญหา”

 


     นันทวัฒน์ได้ปิดท้ายด้วยคำแนะนำผู้ประกอบการที่มักจะต้องเจอความเครียดเป็นประจำอีกทั้งยังต้องเจอการแข่งขันในธุรกิจซึ่งมีภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้า


     “ต้องถามว่าถ้าเกิดคุณทำธุรกิจปีหนึ่งมีกำไรเป็นร้อยล้านแต่ไม่มีเวลาเล่นกับลูก ไม่มีเวลาอยู่กับลูก คุ้มไหม ผมว่าผู้ประกอบการอย่ามัวออกแบบสินค้าเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคจนลืมออกแบบชีวิตตัวเอง ต้องหมั่นมีสติในการทำงาน เครียดเมื่อไหร่ให้ลุกขึ้นยืน ออกไปเดิน สูดอากาศ หายใจยาวๆ ออกกำลังกายยิ่งดี ส่วนเรื่องการแข่งขัน ถ้ายังมองว่าต้องเอาชนะคู่แข่งแบบเอาเป็นเอาตายจนเสียสุขภาพ มันไม่คุ้ม ทำไมไม่ทำเท่าที่เราพอใจ บริษัทเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงดีกว่าต้องมานั่งคิดว่าต้องฆ่าคู่แข่ง ผมว่าต้องมานั่งทบทวนตั้งแต่การทำสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคมาจาก Passion ทำเหตุให้ดี แล้วผลจะดีเอง ความเครียดจะหายไปจากชีวิตเยอะเลย”
 
            ...อย่ามัวทำงานจนลืมใช้ชีวิต  อย่ามัวหากำไรธุรกิจจนลืมกำไรชีวิต นี่คือสิ่งที่นันทวัฒน์ได้ฝากไว้...


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี


 
Share:

Related Articles

​หนาวนี้เที่ยวไหน ชี้จุด 5 สถานที่ท่องเที่ยวเมืองเหนือ ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 15 องศา

เตรียมเสื้อกันหนาวตัวหนาๆ แพ็คลงกระเป๋าแล้วตามเรามาเพราะนี่คือสถานที่ท่องเที่ยวที่รับประกันว่าขึ้นไปแล้วจะได้เจอกับอุณหภูมิต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียสโด..

by SME Thailand.| 13 ธค. 2020

​บุญก็มาเงินก็มี! รวม 6 เมนูเจ ทำขายง่าย กำไรงาม

เริ่มต้นกันแล้วสำหรับเทศกาลกินเจปี 2563 ซึ่งตรงกับวันที่ 17 - 25 ตุลาคม แม้ปีนี้บรรยากาศอาจดูเงียบเหงากันไปบ้าง เพื่อพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส และเข้ากั..

by SME Thailand.| 16 ตค. 2020

​ใช้บาดแผลและรอยช้ำ ประสบการณ์คนรุ่นเก่า นำพาเราข้ามวิกฤต โดย วัฒนพงษ์ ตั้งร่ำรวย

ประสบการณ์ของคนรุ่นก่อน มักใช้ได้เสมอ สำหรับคนที่นำมาปรับใช้ให้เข้ากับยุคสมัย อย่างน้อยก็เป็นแนวทางการตัดสินใจได้บ้างว่า อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ อะไร..

by SME Thailand.| 11 ตค. 2020