หนีร้อนเข้า ‘สวนของพ่อ’ ดูวิถีเกษตร ‘บ้านปัถวี’ ที่เมืองจันท์

by SME Thailand. 29 เมย. 2019
Share:
Text /Photo        ฟ้ากว้าง





Main Idea
 
  • ท่องเที่ยวเชิงเกษตร นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ผู้คนยุคนี้ให้ความสนใจและนิยมกันมากขึ้น โดยเฉพาะในหน้าผลไม้ช่วงเดือนเมษายน – มิถุนายน
 
  • จันทบุรี หนึ่งในจังหวัดเจ้าผลไม้ของเมืองไทยก็เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่คนนิยมมาท่องเที่ยวเชิงเกษตรกันมาก โดยในวันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ 2 แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่น่าสนใจ ได้แก่ สวนพ่อ และบ้านปัถวี แห่งอำเภอมะขามกัน



 
     หนึ่งในชีวิตอินเทรนด์ที่ผู้คนยุคนี้หันมาให้ความสนใจกันมากขึ้น คือ การกินอยู่ที่ปลอดภัย ใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติ การท่องเที่ยวเชิงเกษตร จึงเป็นอีกทางเลือกที่นิยมทำกันในช่วงนี้ ซึ่งหากจะพูดถึงจังหวัดที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชผลการเกษตรและผลไม้นานาภัณฑ์แล้ว หนึ่งในนั้นต้องมีจังหวัดจันทบุรีเจ้าแห่งผลไม้เมืองร้อนรวมอยู่ด้วยแน่นอน ซึ่งในวันนี้เราจะพาไปรู้จักกับ 2 แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่น่าสนใจของที่นี่กัน





ปั่นจักรยาน ชิมทุเรียน ลองกองหวาน ‘สวนของพ่อ’
 
 
     นอกจากจะเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการทำเกษตรแนวใหม่ที่น่าสนใจแล้ว จุดเริ่มต้นที่มา ณ ที่แห่งนี้ยังเต็มไปด้วยความรักความห่วงใยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีให้แก่ปวงชนชาวไทย เนื่องจากทรงเห็นว่าจังหวัดจันทบุรี คือ แหล่งปลูกผลไม้ที่สำคัญของประเทศ ซึ่งในอนาคตอาจมีการขยายเพิ่มมากขึ้น จึงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์จัดซื้อที่ดินสวนไม้ผลในอำเภอมะขาม จำนวน 109 ไร่ เพื่อสร้างแหล่งน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง และจัดตั้งเป็นศูนย์ศึกษาพัฒนาไม้ผลตามพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรีขึ้น หรือชาวบ้านเรียกกันว่า ‘สวนของพ่อ’
             


 

     การมาเที่ยวชมที่นี่มีกิจกรรมให้ทำหลายอย่าง ตั้งแต่เดินชมสวนผลไม้ หรือเลือกช้อปผลไม้สดๆ จากต้น โดยพืชผลของที่นี่ใช้วิธีการปลูกและดูแลแบบธรรมชาติแทนการใช้สารเคมี วิธีการศึกษาดูงานสามารถเดินชมสวนไปเรื่อยๆ หรือปั่นจักรยานเล่นก็ได้ จุดแรกลองแวะทักทายน้องหมูที่คอกสาธิตการเลี้ยงหมูหลุมก็ได้ ตามด้วยการแวะดูสวนลองกอง สวนทุเรียน มังคุด ได้เห็นทุเรียนลูกใหญ่ๆ จากต้นจริงก็ที่นี่ ไปจนถึงฝายกั้นน้ำที่เป็นจุดเช็คอินถ่ายรูป และจุดชมวิวรอบๆ ศูนย์





     นอกจากเยี่ยมชมสวนผลไม้กันแล้ว ขากลับตรงด้านหน้าทางเข้ามีร้านค้าชุมชนให้แวะเข้าไปเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ อาทิ น้ำพริกลำไย พริกไท รวมถึงผลไม้สดๆ จากต้นตามฤดูกาลให้ติดไม้ติดมือกลับไปด้วย ที่เป็นไฮไลต์และอยากให้ลองถ้าได้มีโอกาสแวะมาในหน้าผลไม้ คือ ทุเรียนพันธุ์จันทบุรีต่างๆ อาทิ จันทบุรี 1 เป็นลูกผสมระหว่างหมอนทองและชะนี จันทบุรี 2 พันธุ์พวงมณีผสมกับพันธุ์ชะนี จันทบุรี 3 พันธุ์ชะนีผสมก้านยาว และล่าสุดจันทบุรี 10 แล้ว โดยเป็นลูกผสมระหว่างชะนีและนกผยิบ ส่วนผลงานชิ้นโบว์แดงอีกชิ้น คือ ลำไยที่นี่สามารถออกลูกนอกฤดูกาลได้ด้วย จึงทำให้สามารถให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปี
               

     หากสนใจเข้าเยี่ยมชม สามารถติดต่อสอบถามล่วงหน้าเข้ามาก่อนได้ 03 -939-7134 เปิดทุกวัน 08.30 – 16.30 น.
 




ควบซาเล้ง ตะลุยสวนเกษตรอินทรีย์ อร่อยแบบภัตตาคารบ้านทุ่ง ‘ชุมชนปัถวี’
 

     ถัดจากสวนของพ่อมาราวยี่สิบกว่ากิโลเมตร ยังมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งในอำเภอมะขาม เป็นชุมชนที่อยู่กันอย่างพอเพียงสามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยมีการนำหลักการทำเกษตรอินทรีย์มาปรับใช้เป็นผลดีต่อทั้งคนปลูกและคนกิน แถมยังช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่าย จนเกิดเป็นรูปแบบ ‘ปัถวีโมเดล’ สวนเกษตรอินทรีย์ที่เริ่มต้นเกิดจากการรวมกลุ่มของ 3 สวน ปัจจุบันขยายเป็น 19 สวนในระบบเกษตรอินทรีย์เพิ่มมูลค่าให้พืชผลเกษตร จนสามารถได้การรับรองมาตรฐาน Organic Thailand มาตรฐานการรับรองเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม (PGS) เพื่อจัดจำหน่ายตลาดต่างประเทศ และ Trade market ภายใต้แบรนด์ปัถวีโมเดล





     ซึ่งในแต่ละปีทางกลุ่มจะมีการทำทุเรียนอินทรีย์ Hi-end ที่ประคมประหงมดูแลอย่างดีทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดเลือกต้นพันธุ์ที่สมบูรณ์แข็งแรง เริ่มออกดอก ไปจนกระทั่งเก็บเกี่ยวที่พอเหมาะพอดี ทั้งอุณหภูมิ สภาพดินฟ้าอากาศ เพื่อให้ได้ทุเรียนในช่วงเวลาที่อร่อยที่สุด จากนั้นจึงนำมาบรรจุลงในกล่องไม้สนอย่างดีพิมพ์ลายสัญลักษณ์ปัถวีโมเดลจำหน่ายในราคากล่องละ 3,800 บาท โดยปีหนึ่งๆ จะวางจำหน่ายแค่ร้อยกว่าลูกเท่านั้น
               

     สำหรับการเยี่ยมชมสวนที่นี่ต้องนั่งรถซาเล้งของชาวบ้านเข้าไป ค่าบริการคนละ 50 บาท พร้อมมัคคุเทศก์คอยให้ข้อมูลในการเยี่ยมสวนต่างๆ อาทิ เงาะ ลองกอง มังคุด ทุเรียน นอกจากจะได้เห็นผลไม้จริงๆ จากต้น ในพื้นที่ของสวนผลไม้แต่ละแห่งยังมีการเลี้ยงผึ้งชันโรง เพื่อเอาน้ำหวานด้วยว่ากันว่ามีสรรพคุณทางยาสูง และราคาแพงกว่าน้ำผึ้งทั่วไปหลายเท่าตัว ซึ่งนอกจากจะได้น้ำผึ้งแล้ว ตัวชันโรงเองยังช่วยในการผสมเกสร ทำให้ได้ผลผลิตที่ดีอีกด้วย

               



     นอกจากนี้เที่ยวชมสวนแล้วที่นี่ยังมีบริการบุฟเฟ่ต์ผลไม้ให้รับประทานตั้งแต่เมษายน – มิถุนายน และถ้าใครอยากลองชิมอาหารพื้นบ้านด้วย ก็สามารถติดต่อแจ้งเข้ามาล่วงหน้าได้ มีหลายเมนูพิเศษที่ทำจากผลไม้ให้รับประทานกันด้วย อาทิ ส้มตำทุเรียนอ่อน แกงคั่วเงาะ ยำมังคุด ต้มยำเงาะ ดอกทุเรียนทอดกรอบ รับรองชิมแล้วจะติดใจ และไม่เคยกินที่ไหนมาก่อนแน่นอน


     และหากใครสนใจอยากสัมผัสกับวิถีชุมชนที่เป็นอยู่อย่างเรียบง่าย สูดอากาศบริสุทธิ์ธรรมชาติแบบเต็มอิ่ม ที่นี่ก็มีโฮมสเตย์ไว้บริการด้วย ก่อนกลับอย่าลืมแวะผลิตภัณฑ์แปรรูปของชุมชน อาทิ สบู่ชาร์โคล สบู่มะพร้าว แชมพู ครีมบำรุงผิว ที่มีส่วนผสมจากวัตถุดิบธรรมชาติกลับไปกันด้วย


     เรียกว่าทำทั้งของกิน ของใช้ได้ด้วยตัวเองแบบนี้ สมกับเป็นชุมชนพอเพียงที่มีวิถีชีวิตแบบเรียบง่ายจริงๆ
               

     ศูนย์เรียนรู้ชุมชนบ้านปัถวี โทร.06 - 3226 - 2251


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
Share:

Related Articles

​เข้าวัดเวียนเทียนวันพระใหญ่ แวะชิม ช้อป 5 วัดสายตลาดน้ำ

แต่ก่อนใครชวนเข้าวัด อาจถูกมองว่าเชย สูงวัย ไม่เป็นวัยรุ่นเอาซะเลย แต่ ณ วันนี้หากใครยังมีความคิดแบบนั้นอยู่ เรียกว่าเชย! ของจริงเลย เพราะการเข้าวัด..

by SME Thailand.| 17 พค. 2019

​ทำไม เซาธ์เวสต์ แอร์ไลน์ส ฆ่าไม่ได้ ตายไม่เป็น

ด้วยแนวคิดแบบแหวกกรอบ มีหลักยึดการทำธุรกิจที่ชัดเจน ขอเป็นผู้กำหนดเกมเอง สายการบิน เซาธ์เวสต์ แอร์ไลน์ส มีกำไรติดต่อกันกว่า 40 ปี จนได้รับการขนานนาม..

by SME Thailand.| 16 พค. 2019

​7 ทักษะ CEO ยุคใหม่ ติดปีกธุรกิจให้โตแบบสตรอง

CEO ที่ดีต้องมีความเก่งกล้าสามารถ มีทักษะการสื่อสารที่ไม่เป็นรองใคร บริหารงานเป็นเลิศ แต่ทักษะเหล่านี้คือส่วนหนึ่งเท่านั้น ยังมีอีกหลายทักษะที่จะห..

by SME Thailand.| 13 พค. 2019