ย่ำโลกทุนนิยมตามรอยหนัง The Wolf of Wall Street รู้เทคนิคที่จะทำให้อะไรๆ ก็ขายได้

by SME Thailand. 18 ตค. 2019
Share:

Text : บัณฑิต เทียนรัตน์

 




Main Idea
 

  • นับจากโลกรู้จักการใช้เงินในการแลกเปลี่ยนสินค้า เงินจึงเข้ามาเป็นพระเจ้าองค์ใหม่ ที่ประทานกำไรให้ทุกคนที่ขายเป็น แต่นวัตกรรมที่เปลี่ยนโลกการค้าแบบเก่าไปอย่างสิ้นเชิง ก็คือ ตลาดหุ้น ยุคนี้พ่อค้าเงินจึงยิ่งใหญ่กว่าพระเจ้าองค์ไหนๆ
 
  • เช่นเดียวกับ จอร์แดน เบลฟอร์ต โบรกเกอร์ในตลาดหุ้นวอลล์สตรีท ที่เคยเติบโตถึงขีดสุด เขาตั้งบริษัทกระตุ้นการลงทุนที่ทำกำไรอย่างมหาศาล ก่อนจะลงเอยด้วยการถูกจับฐานฉ้อโกง ต้องชดใช้เงินนับ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และนอนคุกอยู่ถึง 2 ปี
 
  • หลังพ้นคุก จอร์แดน เปลี่ยนสายจากนักฉ้อฉลมาเป็นนักพูดเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการขาย โดยออกเดินทางเพื่อปาฐกถาแสดงวิสัยทัศน์ที่เกิดจากความผิดพลาดของเขาเองในอดีตที่ผ่านมา และยังคงถามผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกครั้งว่า..ให้ลองขายปากกาให้เขา





     “ขายปากกาแท่งนี้ให้ผมซิ”


     คุณรับคำอย่างงงๆ พิจารณาปากกาในมือ เริ่มมองหาสิ่งที่เรียกว่า จุดขาย มันเป็นปากกาที่ธรรมดาอย่างเหลือเกิน คุณเริ่มพูดตะกุกตะกักว่า ปากกานี้มัน...
               

     “หมดเวลา” เขาดึงปากกาจากคุณไป คุณอยากท้วงแต่พูดไม่ออก “จุดขายก็คือ” เขาพูดเหมือนล่วงรู้ใจคุณ

     “ผมต้องใช้ปากกานี้หรือเปล่า” เสียงหัวเราะเจ้าเล่ห์

     “ถ้าผมไม่ต้องใช้ คุณก็ต้องทำให้ผมอยากใช้”
               




     นับจากโลกรู้จักการใช้เงินในการแลกเปลี่ยนสินค้า มนุษย์ก็เสมอภาคกันทันทีในการค้าขาย ก้าวข้ามทุกความเชื่อและวัฒนธรรมที่เคยรบราฆ่าฟัน หรี่ตาเสียข้างหนึ่งเมื่อมีเงินเข้ามาเสนอตัวเป็นพระเจ้าองค์ใหม่ พระเจ้าที่ประทานกำไรให้ทุกคนที่ขายเป็น
               

     และนวัตกรรมที่เปลี่ยนโลกค้าขายแบบเก่าไปอย่างสิ้นเชิงก็คือ ตลาดหุ้น หรือเรียกให้ปวดใจว่า การค้าเงิน ทีนี้ล่ะ พ่อค้าเงินก็ยิ่งใหญ่กว่าพระเจ้าองค์ไหนๆ
               

     แต่จะค้าเงินหรือค้าปากกา หัวใจดวงเดียวกันก็คือ...
               



     จอร์แดน เบลฟอร์ต คือ พ่อค้าเงินหรือโบรกเกอร์ในตลาดหุ้นใหญ่ยักษ์ในอเมริกาอย่างวอลล์สตรีท ที่เติบโตอย่างถึงขีดสุดในยุค 80 ถึง 90 เขาตั้งบริษัทกระตุ้นการลงทุนที่ทำกำไรอย่างมหาศาล จนทางการเริ่มจับตาการเติบโตที่อู้ฟู่เกินจริง ก่อนจะลงเอยด้วยการถูกจับฐานฉ้อโกง จอร์แดนต้องชดใช้ผู้เสียหายเป็นเงินนับ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และนอนคุกอยู่ 2 ปีก่อนจะพ้นโทษออกมา
               

     ลีโอนาร์โด ดิคาปรีโอ ดาราหนุ่มรับบทจอร์แดนในหนังตลกร้ายมากสีสันเรื่องนี้ เขาให้ภาพของหนุ่มกระหายเงินบ้าดีเดือดได้สมจริงจนน่าขนลุก ขณะเดียวกันก็มีพรสวรรค์ในด้านล่อลวงอย่างเอกอุ เพียงแค่ฝึกปรือในบริษัทการเงินไม่กี่ปี เขาก็พร้อมสำหรับสนามเก็งกำไรระดับชาติ
               




     หนังแฉให้เห็นถึงการกระตุ้นความต้องการเทียมๆ ขึ้นมาอย่างชัดแจ้ง หรือพูดอย่างยกย่องคือ ทักษะในการหว่านล้อม ชักจูง เปิดการขาย และปิดดีลอย่างมีชั้นเชิงล้ำลึก ทำให้เจ้าของเงินหวานหู และตั้งต้นวาดหวังที่จะมีชีวิตที่พรั่งพร้อมไปด้วยทรัพย์ศฤงคาร
               

     แต่ถ้าพูดอย่างไม่เกรงใจกัน เขาคือหมาป่าหิวโซแห่งป่าธนบัตร สมชื่อหนัง The Wolf of Wall Street (สร้างมาจากหนังสือในชื่อเดียวกัน ที่จอร์แดนเป็นคนเขียนด้วย) พร้อมจะขย้ำเหยื่อทุกรายที่หลงเข้ามาติดบ่วงแห่งความโลภ โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่โลกเสรีนิยมกำลังเบ่งบาน สงครามเย็นได้สิ้นสุดไปหมาดๆ ผู้คนกำลังมีความสุขกับระบบตลาดเสรีที่เปิดโอกาสให้ได้ร่ำรวยอย่างทั่วถึงกัน
               



     แต่อย่านึกว่าคนถูกขย้ำกินจะโง่เขลา พวกเขาคือผู้กล้าต่างหาก (แม้เส้นแบ่งระหว่างกล้าและบ้าบิ่นจะบางมาก) เขารู้ว่ายิ่งเสี่ยงมาก โอกาสรวยก็มีมากตามไปด้วย เขารู้ทั้งรู้ว่าอาจจะถูกหลอก แต่คำหลอกก็ช่างเย้ายวนเหลือเกิน
               

     หนังยังเปิดเปลือยค่านิยมแห่งยุคสมัยที่ความโลภ ย่อมพัดพามาพร้อมกับไฟแห่งโทสะและตัณหา จอร์แดนและผองเพื่อนในแก๊งค้าเงิน ทั้งเล่นยาและบ้าเซ็กส์อย่างคุ้มคลั่ง จนนำไปสู่ปัญหาครอบครัวและลุกลามไปถึงการงาน ที่สำคัญเป็นเหตุให้เขาถูกจับกุมในที่สุด
               




     การค้าขายแท้จริงคือ การแลกเปลี่ยนอย่างสมน้ำสมเนื้อ ฝ่ายซื้อได้ของไปครอบครอง ฝ่ายขายได้กำไรคุ้มค่า ไม่มีอะไรน่ารังเกียจแม้สักนิดในกฎแห่งอุปสงค์และอุปทาน กระทั่งวันหนึ่งที่ฝ่ายขายเร่งเร้าให้เกิดอุปสงค์ที่สูงเกินจริง เพื่อปั่นกำไรจากดีมานด์ที่มีน้อยกว่า เมื่อนั้นการถกเถียงจึงเกิดขึ้น
               

     ในมุมของศีลธรรม แม้ฝ่ายขายจะไม่ได้จู่โจมฉกฉวยโดยตรงอย่างขโมยขโจร หากนี่คือเชื้อร้ายของความไม่ซื่อตรงที่ควรกำจัดทิ้ง
               

     ในมุมของทุนนิยม นี่คือเชื้อเพลิงที่จุดให้พลังของตลาดขับเคลื่อนต่อไป ตราบที่ไม่ผิดกฎหมายข้อใด นี่คือสิ่งที่สมควรทำและต้องทำด้วยซ้ำ
               




     หรือนี่คือหัวใจดวงเดียวกันของการขาย เมื่อปากกาไม่ใช่ปากกาอีกต่อไป?
               

     จอร์แดน เบลฟอร์ตพ้นคุกออกมา และเปลี่ยนสายจากนักฉ้อฉลมาเป็นนักพูดเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการขาย เขาเริ่มตอบตนเองได้ว่า นับจากนี้ปากกาของเขาจะบรรจุความหมายในมุมไหน?
               

     เขาออกเดินทางเพื่อปาฐกถาแสดงวิสัยทัศน์ที่เกิดจากความผิดพลาดของเขาเองในอดีตที่ผ่านมา เขายังคงถามผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกครั้งว่าให้ลองขายปากกาให้เขา (ซึ่งปรากฏอยู่ในซีนสุดท้ายของหนัง)
               



     หนังได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ในสาขาสำคัญๆ หลายสาขาในปี 2557 แม้จะพลาดรางวัลไป แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่านี่คือหนังเรื่องสำคัญในประวัติศาสตร์การเงินของอเมริกา ยักษ์ใหญ่ที่ประกาศจุดขายตนเองชัดแจ้งในระบบการเงินของโลก
               

     ภาวะสงครามการค้ากับจีนที่ยังคงดุเดือดยิ่งตอกย้ำว่าอเมริกาใช้ปากกาแบบไหน และคุณเองเล่า?
 
 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

Share:

Related Articles

​ต้อนรับภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ กับ 8 ของกินเด็ดเมืองไข่มุกอันดามัน มีโอกาสต้องได้ชิมสักครั้ง!

ได้เห็นข่าวการเปิดตัวโครงการ “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” ก็พาลให้นึกถึงบรรยากาศและของกินอร่อยๆ ที่มีเสน่ห์ของเมืองไข่มุกอันดามันแห่งนี้ วันนี้เราจึงมี 8 เม..

by SME Thailand.| 02 กค. 2021

​“บางคล้า-ศาลาดิน-นาต้นจั่น-หน้าทับ” 4 ที่สุดของแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ที่หมดโควิดต้องไปโดนสักครั้ง

นี่คือ 4 ที่สุดของแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ที่ได้รับการส่งเสริมให้เป็นหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์สู่การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน (Creative Industry Vil..

by SME Thailand.| 30 เมย. 2021

​Wake up 5 นิสัย ปลุกความพร้อม! เริ่มเช้าวันใหม่อย่างมีจุดหมาย

หากคุณสามารถเริ่มต้นเช้าวันใหม่ได้ดี วันนั้นทั้งวันจะเป็นวันที่สดใส แต่รู้ไหมว่านอกประโยชน์ที่กล่าวมาแล้ว การฝึกฝนนิสัยบางอย่างให้เกิดขึ้นในยามเช้า ..

by SME Thailand.| 27 มีค. 2021