“นกแก้ว” สบู่ก้อนเขียว ‘หอม’ ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงมากว่า 70 ปี

by SME Thailand. 12 พย. 2019
Share:




Main Idea
 
  • กว่า 72 ปีมาแล้วที่สบู่หอมนกแก้วยืนหยัดคู่คนไทยมานาน เหตุใดสบู่หอมแบรนด์นี้ จึงสามารถครองใจผู้บริโภคมาได้ยาวนานเช่นนี้ แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะความหอมอย่างเดียวแน่นอน
 
  • มีกลยุทธ์อะไรซ่อนอยู่ภายใต้ความหอมนั้น ลองมาทำความรู้จักกับแบรนด์สบู่ก้อนเขียวนี้ ให้ลึกซึ้งกันอีกครั้งดีกว่า




     ยังจำกันได้ไหมกับสบู่ก้อนสีเขียว ที่ส่งกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร แน่นอนเรากำลังพูดถึง “สบู่หอมนกแก้ว” สบู่หอมที่เติบโตเคียงคู่ครัวเรือนไทยมานานกว่า 72 ปี ซึ่งความหอมของสบู่นกแก้ว ไม่ได้เพียงส่งกลิ่นหอมเพื่อเป็นเสน่ห์ให้กับแบรนด์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังคงมีเรื่องราวทางธุรกิจที่น่าสนใจอีกมากมายซ่อนไว้ภายใต้กลิ่นหอมรัญจวนของพฤกษาดอกไม้นานาพันธุ์เหล่านั้น
 

หอมที่ 1 หอมแรกในไทย
               

     ย้อนไปเมื่อ 70 กว่าปีก่อน ในยุคที่คนไทยยังไม่รู้จักกับสบู่หอมมากนัก “นกแก้ว” แบรนด์สบู่หอมแบรนด์แรกของไทยได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี 2490 โดย “วอลเตอร์ เลโอ ไมเยอร์” นักธุรกิจชาวสวิตเซอร์แลนด์ ผู้จัดการบริษัท เบอร์รี่ยุคเกอร์ แอนด์ โก  ในประเทศไทย จากการมองเห็นลู่ทางโอกาสทำรายได้ ซึ่งในขณะนั้นแทบจะไม่มีคู่แข่งอยู่ในตลาดเลย


     ว่ากันว่าในทุกครั้งที่มีการกวนเนื้อสบู่เพื่อผลิตเป็นสบู่หอมนกแก้ว กลิ่นหอมจะฟุ้งกระจายไปทั่ว จนพาลให้ชาวบ้านละแวกใกล้เคียงต่างพากันมามุ่งดูยังโรงงานเล็กๆ ห้องแถวย่านกล้วยน้ำไท และบอกต่อๆ กันมา
โดยการปรุงกลิ่นหอมดังกล่าวนั้น นำเข้ามาจากหัวน้ำหอมจากต่างประเทศ จากนั้นจึงนำมาผสมเข้ากับกลิ่นหอมของดอกไม้และสมุนไพร สำหรับสูตรวิธีการปรุงนั้นเก็บไว้เป็นความลับสุดยอด จะล่วงรู้ได้ก็เฉพาะผู้บริหารเท่านั้น
ด้วยกลิ่นที่มีเอกลักษณ์ เนื้อสบู่แข็ง ไม่ละลายง่าย และราคาย่อมเยา จึงทำให้สบู่นกแก้วได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวไทยในทุกครัวเรือนได้ไม่ยาก อีกคุณสมบัติที่พิเศษของสบู่นกแก้ว ก็คือ เป็นสบู่ที่สามารถใช้ได้กับทุกสภาพน้ำ ไม่ว่าจะเป็นน้ำกระด้างหรือไม่ ใช้ถูสบู่กับน้ำอะไรก็เกิดฟองได้เหมือนกัน
 

หอมที่ 2 หอมไม่ยอมเปลี่ยนแปลง
               

     ด้วยความที่ตั้งตัวว่าจะเป็นสบู่หอม ทำให้ยุคหนึ่งที่สบู่ก้อนเพื่อบำรุงผิวพรรณและสบู่เหลวเริ่มเข้ามา การครองตำแหน่งเจ้าตลาดของสบู่หอมนกแก้ว มีอันต้องตกไป เพราะมีคู่แข่งเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาด แต่ด้วยความพยายามเพื่อจะปรับตัวให้มีความทันสมัยตลอดเวลา และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้มากขึ้น สบู่หอมนกแก้วจึงเริ่มมีการปรับตัวครั้งใหญ่
               

     เกือบ 50 กว่าปีที่ผลิตเพียงสบู่ก้อนเขียวเพียงอย่างเดียว ก็เริ่มหันมาปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ให้ดูทันสมัยมากขึ้น ทั้งตัวโลโก้นกแก้ว ไปจนถึงการพยายามเปลี่ยนชื่อเรียกที่คนทั่วไปนิยมจาก “สบู่ก้อนเขียว” ให้กลายมาเป็น “พฤกษานกแก้ว” ไปจนถึงการพยายามสื่อสารถึงการเป็นแบรนด์แบบไทยๆ ซึ่งในครั้งนี้ได้มีการออกแบบสบู่ก้อน เพิ่มขึ้นอีกหลากหลายสีและกลิ่น เช่น สีเหลือง คือ กลิ่นจากดอกมะลิ, สีชมพู คือ กลิ่นจากดอกกุหลาบ
               

     นอกจากนี้ยังมีการปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์กับความต้องการของตลาดเพิ่มมากขึ้น เช่น สบู่เหลวบำรุงผิว โดยสร้างแบรนด์ใหม่ขึ้นมารองรับภายใต้ชื่อ “Parrot Gold” แต่สำหรับสบู่ก้อนยังคงคอนเซปต์และเอกลักษณ์ไว้เหมือนเช่นเดิม  โดยไม่เคยคิดที่จะทิ้งจุดยืนของตัวเองในการเป็นผู้นำด้านสบู่หอม ซึ่งจากการยืนหยัดและชัดเจนในตัวตน จึงทำให้สบู่หอมนกแก้วได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค เรียกได้ว่า นึกถึงสบู่กลิ่นหอมแบบไทยๆ ต้องนึกถึง สบู่หอมนกแก้ว
 
 
หอมที่ 3 หอมอย่างมีชั้นเชิง

               

     อีกเสน่ห์ของสบู่หอมนกแก้วที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง คือ กระดาษห่อสุดคลาสสิกของสบู่ก้อน เคยสังเกตไหมว่าแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ตาม โลกอาจมีการปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยมากขึ้น เทคโนโลยีเติบโตก้าวล้ำ แต่สงสัยไหมทำไมสบู่หอมนกแก้วจึงยังคงใช้กระดาษห่อสบู่ก้อนเหมือนกับวันแรกที่วางจำหน่าย นั่นเป็นเพราะนอกจากจะช่วยตอกย้ำความเป็นเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์แล้ว ยังเป็นกลยุทธ์เทคนิคการขาย โดยการใช้กระดาษห่อจะทำให้สามารถส่งกลิ่นหอม ซึ่งเป็นจุดขายของแบรนด์ออกไปให้ลูกค้าได้รับรู้กลิ่นมากกว่าที่จะใช้แพ็กเกจจิ้งอย่างอื่น ทำให้สร้างความน่าสนใจให้แก่ผู้บริโภคได้นั่นเอง
               

     สุดท้ายสำหรับที่มาของชื่อแบรนด์ว่าเหตุใดจึงใช้ชื่อว่า “นกแก้ว” นั้น เป็นเพราะชื่นชอบในสีสันสวยงามของนกแก้ว ซึ่งความจริงแล้วเป็นนกป่าในไทย เห็นว่าเข้ากับความเป็นไทยและมีความเป็นธรรมชาติ เข้ากับกลิ่นหอมของดอกไม้นานพันธุ์ได้ จึงตั้งชื่อว่า “นกแก้ว” จวบจนวันนั้นและตลอดมา
 


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
Share:

Related Articles

​ต้อนรับภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ กับ 8 ของกินเด็ดเมืองไข่มุกอันดามัน มีโอกาสต้องได้ชิมสักครั้ง!

ได้เห็นข่าวการเปิดตัวโครงการ “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” ก็พาลให้นึกถึงบรรยากาศและของกินอร่อยๆ ที่มีเสน่ห์ของเมืองไข่มุกอันดามันแห่งนี้ วันนี้เราจึงมี 8 เม..

by SME Thailand.| 02 กค. 2021

​“บางคล้า-ศาลาดิน-นาต้นจั่น-หน้าทับ” 4 ที่สุดของแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ที่หมดโควิดต้องไปโดนสักครั้ง

นี่คือ 4 ที่สุดของแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ที่ได้รับการส่งเสริมให้เป็นหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์สู่การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน (Creative Industry Vil..

by SME Thailand.| 30 เมย. 2021

​Wake up 5 นิสัย ปลุกความพร้อม! เริ่มเช้าวันใหม่อย่างมีจุดหมาย

หากคุณสามารถเริ่มต้นเช้าวันใหม่ได้ดี วันนั้นทั้งวันจะเป็นวันที่สดใส แต่รู้ไหมว่านอกประโยชน์ที่กล่าวมาแล้ว การฝึกฝนนิสัยบางอย่างให้เกิดขึ้นในยามเช้า ..

by SME Thailand.| 27 มีค. 2021