เก๋ามาตั้งแต่รุ่นพ่อ ‘นันยาง’ ต้นตำรับผ้าใบพื้นเขียวที่เด็กไทยใส่กัน

by SME Thailand. 03 ธค. 2019
Share:



Main Idea
 
  • ถ้าพูดถึงรองเท้าผ้าใบสีเขียว ชื่อแรกที่ทุกคนต้องนึกถึงคงเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจาก ‘นันยาง’ รองเท้าที่อยู่คู่กับคนไทยมายาวนานกว่า 66 ปี
 
  • แต่กว่าจะมาฮิตในหมู่นักเรียนหลายยุคหลายสมัยอย่างเช่นทุกวันนี้ รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วนันยางเริ่มต้นจากการเป็นรองเท้าสำหรับนักกีฬาแบดมินตันมาก่อน


        

     เรียกว่าเป็นแบรนด์ที่อยู่เหนือกาลเวลาอีกแบรนด์หนึ่งจริงๆ สำหรับรองเท้าผ้าใบพื้นเขียวในตำนาน หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “นันยาง” ของเด็กไทยที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับรองเท้าผ้าใบมายาวนานกว่า 66 ปี


     ถึงจะเป็นรองเท้าผ้าใบที่ถูกกล่าวขานและนิยมกันมากในหมู่นักเรียนไทย ที่ทั้งใส่เรียน ใส่วิ่งเล่น ใส่เตะบอล จนขาดวิ่นไปแล้ว ก็ยังสามารถใส่ต่อได้ แต่ความจริงแล้วจุดเริ่มต้นของรองเท้าผ้าใบพื้นเขียวนั้นมาจากการเป็นรองเท้าสำหรับนักแบดมินตันไทยก่อน
               

     โดยประวัติความเป็นมาต้นกำเนิดของนันยางจริงๆ เริ่มต้นจาก “วิชัย ซอโสตถิกุล” หนุ่มชาวจีนฮกเกี้ยนที่โล้สำเภามาจากเมืองจีนพร้อมบิดา เข้ามาประกอบอาชีพทำการค้าขาย และสร้างครอบครัวอยู่ในเมืองไทย โดยหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สงบลง เมื่อปี 2491 จึงได้ก่อตั้งบริษัทขึ้นมาในชื่อ “วัฒนสินพาณิชย์” และเริ่มมีการติดต่อค้าขายกับต่างชาตินำเข้า-ส่งออกสินค้าหลายชนิด โดยหนึ่งในนั้น คือ การนำเข้ารองเท้าผ้าใบจากประเทศสิงคโปร์ ยี่ห้อ “หนำเอี๊ย” (แปลว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้)
               

     ต่อมาเริ่มมีคนพูดถึงกันมาก และว่ากันว่าเป็นรองเท้าผ้าใบที่ใส่ทน ใส่สบาย บริษัทจึงได้หันมานำเข้ารองเท้าผ้าใบเพียงอย่างเดียว และเปลี่ยนชื่อจาก หนำเอี๊ย เป็น “หนันหยาง” (Nan - Yang) เป็นภาษาจีนกลางเพื่อให้มีความเป็นสากลมากขึ้น แต่เพื่อให้ติดปากคนไทยง่ายขึ้นจึงเรียกว่า “นันยาง” และมีการจดทะเบียนการค้ากับกระทรวงพาณิยชย์ ปี 2492 ในชื่อ “นันยาง ตราช้างดาว”


     หลังจากนั้นไม่นานสมัยรัฐบาลจอมพล.ป พิบูลสงคราม เริ่มมีการรณรงค์ให้ใช้สินค้าไทย และเพิ่มภาษีนำเข้าจากต่างประเทศ ทางบริษัทจึงได้มีการติดต่อขอซื้อกรรมวิธีการผลิตจากสิงคโปร์ และก่อตั้งโรงงานผลิตในไทยและบริษัท นันยางอุตสาหกรรม จำกัด ขึ้นในปี 2496 นับแต่นั้นมารองเท้าผ้าใบนันยางก็อยู่คู่คนไทยมาตลอด
               

     กระทั่งในปี 2500 ที่ “เพียรศักดิ์ ซอโสตถิกุล” ทายาทรุ่นที่ 2 บุตรชายคนโตได้เดินทางกลับหลังจากไปร่ำเรียนที่ประเทศอังกฤษ ด้วยความชื่นชอบในกีฬาแบดมินตันมาก จึงออกแบบรองเท้านันยางรุ่นพิเศษ “205 S” ซึ่งพัฒนามาจากรุ่น 205 แต่มีพื้นสีเขียว ดูแปลกตาไปจากพื้นรองเท้าผ้าใบในยุคนั้นมาก โดยช่วงแรกนั้นได้รับการตอบรับที่ดีในหมู่นักกีฬาแบดมินตันมาก ต่อมาด้วยคุณสมบัติพิเศษที่ทนทาน ใส่ดี ภายหลังจึงได้กระจายไปยังหมู่นักเรียนไทย และได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นรองเท้าผ้าใบที่นักเรียนคนไหนๆ ก็ต้องมีใส่ไว้สักคู่ จนทำให้ได้รับรางวัลผู้ผลิตสินค้าไทยดีเด่น จากรัฐบาลในปี 2527 นับเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในวงการรองเท้าเมืองไทย
               

     และนี่คือ อีกหนึ่งเรื่องราวของแบรนด์ไทยที่อยู่เหนือกาลเวลา ซึ่งไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน หรือมีแบรนด์ใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย แต่นันยางก็ยังคงเป็นเบอร์ต้นๆ ของรองเท้าผ้าใบที่อยู่ในใจเด็กไทยมานาน เรียกว่าเก๋ามาตั้งแต่รุ่นพ่อ จนถึงรุ่นลูก ต่อไปถึงรุ่นหลาน และอีกหลายรุ่นตราบนานเท่านาน
 


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
Share:

Related Articles

​บุญก็มาเงินก็มี! รวม 6 เมนูเจ ทำขายง่าย กำไรงาม

เริ่มต้นกันแล้วสำหรับเทศกาลกินเจปี 2563 ซึ่งตรงกับวันที่ 17 - 25 ตุลาคม แม้ปีนี้บรรยากาศอาจดูเงียบเหงากันไปบ้าง เพื่อพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส และเข้ากั..

by SME Thailand.| 16 ตค. 2020

​ใช้บาดแผลและรอยช้ำ ประสบการณ์คนรุ่นเก่า นำพาเราข้ามวิกฤต โดย วัฒนพงษ์ ตั้งร่ำรวย

ประสบการณ์ของคนรุ่นก่อน มักใช้ได้เสมอ สำหรับคนที่นำมาปรับใช้ให้เข้ากับยุคสมัย อย่างน้อยก็เป็นแนวทางการตัดสินใจได้บ้างว่า อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ อะไร..

by SME Thailand.| 11 ตค. 2020

​Who Am I ? อย่าให้ใครเป็นเข็มทิศให้เรา โดย ชนรรค์ สมบูรณ์เวชการ

เราทุกคนต้องเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่า “เราเกิดมาทำไม” ทางเดินชีวิตตั้งแต่เด็กจนโตทำไมไม่สวยหรูเหมือนคนอื่นที่เราเห็นว่าประสบความสำเร็จ ในเวลานี้เรากำ..

by SME Thailand.| 25 กย. 2020