ใช้ดมใช้ทาในหลอดเดียวกัน! ไอเดียแจ้งเกิด 'โป๊ยเซียน' ยาดมพันล้าน

by SME Thailand. 21 มค. 2020
Share:




Main Idea

 
  • เพราะจากการคิดต่างและคำนึงถึงผู้บริโภคเป็นที่ตั้ง “โป๊ยเซียน” ยาดม 2 in 1 แบรนด์แรกของไทยที่ใช้ดมใช้ทาในหลอดเดียวกัน สามารถแจ้งเกิดในตลาดยาดมและยาหม่องน้ำได้อย่างงดงาม
 
  • จากการใช้งานและบอกต่อของผู้บริโภค ทำให้วันนี้ยาดมโป๊ยเซียนและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในเครือสามารถเติบโตได้แบบก้าวกระโดด จากที่เคยถูกมองว่าเป็นตลาดเงียบๆ แต่วันนี้ธุรกิจกลับเติบโตได้กว่าหลักพันล้านบาททีเดียว




 
 

     ถ้าจะพูดถึงต้นฉบับยาดมของไทยที่เรียกว่า ใช้ทั้งดมและทาในหลอดเดียวกันได้ คงหนีไม่พ้น “โป๊ยเซียน” ยาดม 2 in 1 แบรนด์แรกของไทย ที่เกิดจากการนำยาดมและยาหม่องน้ำมาผสมรวมไว้ในขวดเดียวกัน และด้วยแพ็กเกจจิ้งที่ออกแบบมาสุดเก๋ข้างบนเป็นยาดม ด้านล่างเป็นยาหม่องน้ำทำให้สะดวกต่อการพกพา พกแค่ 1 แต่ได้ถึง 2 สรรพคุณ แถมยังมีให้เลือกหลากสีสันเหมือนสินค้าแฟชั่น ซึ่งยังไม่ค่อยเห็นยาดมเจ้าไหนทำกัน จึงทำให้ชื่อเสียงของโป๊ยเซียนกลายเป็นที่รู้จักและเลื่องลือของผู้บริโภคในยุคนั้น ซึ่งไม่เพียงแต่ครองใจผู้บริโภค ในแง่ของการทำธุรกิจเอง ก็ได้ส่วนแบ่งตลาดไปครองไว้ทั้งสองส่วนทั้งยาดมและยาหม่องน้ำ ทำให้เหมือนยิงปืนนัดเดียว แต่ได้นกสองตัว เป็นแนวคิดที่ SME น่าเอาไปเป็นแบบอย่างบ้าง


     จุดเริ่มต้นของยาดมโป๊ยเซียนเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อปี 2479 โดยเริ่มมาจากร้านขายยาสมุนไพรโบราณแห่งหนึ่งบนถนนเยาวราช ยาที่เริ่มขายในยุคแรก ได้แก่ ยาสตรีตราโป๊ยเซียน ยาน้ำส้มตราโป๊ยเซียน และยาน้ำเอียจับตราโป๊ยเซียน เป็นต้น กระทั่งต่อมาได้มีการคิดค้นสูตรยาดมขึ้นมา จนพัฒนาออกขายเป็นผลิตภัณฑ์วางจำหน่ายในท้องตลาด ชื่อว่ายาดม “พีเป็กซ์ (Pe-Pex)” หลอดสีแดง ทรงป้อมๆ เหมือนที่เราเคยเห็นคุณตาคุณยายใช้เมื่อตอนเด็กๆ 


     ซึ่งหลังจากวางจำหน่ายและได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคค่อนข้างดี อีกราว 10 ปีต่อมา จึงได้มีการทำวิจัยและคิดค้นพัฒนายาดมรูปแบบใหม่ขึ้นมาแบบ 2 in 1 ภายใต้ชื่อ “ยาดมโป๊ยเซียน” และตั้งสโลแกนคุ้นหูติดปากว่า “โป๊ยเซียน ใช้ดม ใช้ทา ในหลอดเดียวกัน” ยิ่งสร้างความฮือฮาให้กับตลาดยาดมไทยและนับเป็นแบรนด์แรกที่มีการผลิตในรูปแบบนี้ ทำให้สามารถช่วงชิงส่วนแบรนด์ตลาดได้ทั้งตลาดยาดมและยาหม่องด้วย


     ในปี 2532 ครอบครัว “ลาภบุญทรัพย์” เจ้าของผู้ผลิตได้มีการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทขึ้น ภายใต้ชื่อบริษัท โกลด์ มิ้น โปรดักส์ จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท (ปัจจุบัน 30 ล้านบาท) โดยนอกจากยาดมแล้ว โป๊ยเซียนยังมีผลิตภัณฑ์พิมเสนน้ำ ยาหม่อง ส้มโอมือ ไปจนถึงการแตกแบรนด์ออกมาอีก 2 – 3 แบรนด์ด้วยกัน อาทิ Mark II  และ PAX ซึ่งเน้นทำตลาดในต่างประเทศ


      โดยในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมานั้น บริษัทมีการเติบโตแบบก้าวกระโดด จากรายงานพบว่าในปี 2552 มีรายได้รวมอยู่ที่ 296.13 ล้านบาท แต่ในปี 2561 สามารถเขยิบขึ้นมาอยู่ที่ 821.08  ล้านบาท เติบโตเกือบ 200 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหากรวมรายได้ทั้งหมดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (2552 – 2561) บริษัทมีรายได้สูงกว่า 2,600 ล้านบาททีเดียว


     สาเหตุอาจมาจากการขยายตลาดที่กว้างออกไป ทั้งจากการเพิ่มผลิตภัณฑ์ต่างๆ และการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ โดยพบว่ายาดมโป๊ยเซียนถือเป็นหนึ่งในของฝากยอดนิยมของไทยที่มีการซื้อติดมือกลับไปทุกครั้ง โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน รวมไปถึงมีตัวแทนนำเข้าไปจำหน่ายในเมืองจีนและประเทศอื่นๆ ที่มีคนจีนเข้าไปอาศัยอยู่เยอะ เช่น ประเทศกานา และตลาดแอฟริกาด้วย


     ซึ่งหากจะกล่าวถึงบทสรุปความสำเร็จของยาดมโป๊ยเซียน อาจกล่าวได้ว่าเป็นเพราะความช่างสังเกตและใส่ใจในรายละเอียดของผู้บริโภค ตั้งแต่ฟังก์ชันการใช้งานที่เพิ่มความสะดวกแก่ผู้บริโภคแบบ 2 in 1 ใช้ดมใช้ทาในหลอดเดียวกัน การออกแบบแพ็กเกจจิ้งที่สามารถเก็บรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้ดี ไปจนถึงการรักษามาตรฐานคุณภาพของวัตถุดิบที่นำมาผลิต โดยมีเรื่องเล่าต่อกันมาว่า กว่าจะได้ยาดมออกมาแต่ละหลอด ไม่เพียงการปรับปรุงสูตรให้ได้มาตรฐานที่วางไว้ตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว วัตถุดิบบางอย่างจากธรรมชาติ ซึ่งแต่ละครั้งที่ได้มาคุณภาพจะไม่เท่ากัน อาทิ เมนทอล ซึ่งเป็นหนึ่งในส่วนประกอบที่สำคัญ ยังจะต้องใช้เจ้าหน้าที่มาสูดดมพิสูจน์ เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถนำไปใช้ผลิตได้จริงตามสูตรที่ต้องการด้วย


     และนี่แหละ เรื่องราวของยาดมหลอดเล็กๆ ที่เพียงคิดต่าง ก็สามารถกลายเป็นธุรกิจยักษ์ใหญ่ขึ้นมาได้


 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​เหนื่อยนักต้องพักผ่อน เปิด Restflix บริการสตรีมมิ่ง ช่วยกล่อม SME ให้นอนหลับฝันดี

หลังจากผ่านพ้นวันอันเหน็ดเหนื่อย ทุกคนต้องการหลับตานอนบนเตียง แต่คนจำนวนมากไม่สามารถนอนหลับได้เต็มที่ โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีหลายเรื่องให้ต้องคิด ..

by SME Thailand.| 18 กย. 2020

​เจอวิกฤตจงเดินเข้าป่า! ชวน SME เรียนรู้ชีวิตไปกับหนังน้ำดี ‘Wild’ โดยบัณฑิต เทียนรัตน์

โลกหลังโควิดจะเป็นอย่างไร? บ้านเมืองจะไปต่อเช่นไรหลังพบความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่? ภัยพิบัติทางเศรษฐกิจที่กำลังโหมกระหน่ำตรงหน้า เราจะสู้มันอีท่าไหน? ..

by SME Thailand.| 11 กย. 2020

​สนามนักสู้ EP.1 : เริ่มธุรกิจด้วย ‘สิ่งที่ชอบ’ ต่อยอดในสิ่งที่ใช่! โดย ณัฐภูมิ รัฐชยากร

ในช่วงเวลาที่เกิดวิกฤต อาจเป็นจุดเปลี่ยนให้คุณเกิดธุรกิจใหม่ๆ ได้! โดยเริ่มจากหัวใจแค่ 2 ข้อ คือทำในสิ่งที่ชอบ และเริ่มจากสิ่งที่ทำได้ดีที่สุด ณ เวล..

by SME Thailand.| 10 กย. 2020