อยู่อย่างแกร่งในโลกยุคใหม่ ต้อง “อย่าปล่อยให้ความธรรมดาฆ่าคุณ”

by SME Thailand. 27 กพ. 2020
Share:

 

Main Idea
 
  • ใครก็ตามที่อ้างว่าธุรกิจตัวเองอยู่มานานเกินกว่าจะปรับตัวให้ทันสมัยได้ คือความคิดที่ผิดมหันต์ เพราะไม่มีหรอกธุรกิจที่อยู่มานานเกินไป มีแต่วิธีการทำธุรกิจที่น่าเบื่อเกินไปต่างหากที่จะทำให้ธุรกิจค่อยๆ ตายลงในที่สุด
 
  • หนังสือ “อย่าปล่อยให้ความธรรมดาฆ่าคุณ” จะบอกถึงวิธีทำธุรกิจให้แตกต่างในวันที่คู่แข่งเต็มตลาด โดยไม่ได้บอกถึงการใช้เทคโนโลยีล้ำๆ มาช่วยในการทำธุรกิจ แต่จะยกตัวอย่างธุรกิจที่ทำตัวเองให้ต่างจนเปลี่ยนจากการเป็นตัวเลือกให้กลายเป็นทางเลือก
 




ชื่อเรื่อง : Simply Brilliant  อย่าปล่อยให้ความธรรมดาฆ่าคุณ


ผู้เขียน : William C. Taylor แปลโดย : จิราวรรณ สุขวิทยากุล


สำนักพิมพ์ :  Amarin How To
 
 
                
     สรุปหนังสือ “อย่าปล่อยให้ความธรรมดาฆ่าคุณ” หรือ Simply Brilliant เล่มนี้พูดถึงวิธีการทำธุรกิจอย่างไรให้ต่าง ในวันที่คู่แข่งเต็มตลาดไปหมด และใครก็ตามที่อ้างว่าธุรกิจของตัวเองอยู่มานานเกินกว่าจะปรับตัวให้ทันสมัยได้ หรือบอกว่าธุรกิจตัวเองไม่ใช่พวกบริษัทเทคโนโลยีหรือ Startup ยุคใหม่ ผมบอกได้เลยว่าคุณคิดผิดมหันต์
               


     เพราะไม่มีหรอกครับธุรกิจที่อยู่มานานเกินไป มีแต่วิธีการทำธุรกิจที่น่าเบื่อเกินไปต่างหากที่จะทำให้ธุรกิจคุณค่อยๆ ตายลงไปขึ้นอยู่กับว่าจะช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง
               


     ดังนั้นหนังสือเล่มนี้จะไม่ได้บอกถึงการใช้เทคโนโลยีล้ำๆ ไม่ว่าจะ Data, AI หรือ MarTech ต่างๆ มาช่วยในการทำธุรกิจ แต่จะยกตัวอย่างธุรกิจที่ทำตัวเองให้ต่างจนเปลี่ยนจากการเป็นตัวเลือก ให้กลายเป็นทางเลือก
               


     คุณอาจกำลังสงสัยว่า แล้วไอ้ “ตัวเลือก” กับ “ทางเลือก” นี่มันต่างกันอย่างไร มันมีความต่างที่ลึกซึ้งอย่างมากที่ผมกำลังจะเล่าให้ฟังต่อจากนี้
               


     จากเดิมการเป็นตัวเลือกคือ สมมติว่า เราจะเปิดบัญชีกับสักธนาคารหนึ่ง เราก็จะดูว่าจากธนาคารทั้งหลายที่เหมือนกันหมดต่างกันแค่สีของธนาคาร โลโก้ของธนาคาร รวมไปถึงชื่อธนาคาร หรืออาจจะมีพรีเซ็นเตอร์ของธนาคารนิดหน่อย เราก็จะเริ่มพิจารณาตัวเลือกทั้งหลายที่มีแล้วเลือกมาสักหนึ่งธนาคารที่คิดว่าน่าจะดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นมีตู้ ATM เยอะ (เพราะวันนี้จำนวนตู้ยังถือว่าเป็นจุดได้เปรียบเล็กๆ แต่ถ้าวันไหนสามารถกดข้ามตู้ได้หมดวันนั้นเรื่องนี้ก็จะไม่จำเป็นอีกต่อไป) หรืออะไรก็แล้วแต่ แล้วเลือกไปสักหนึ่งธนาคารให้มันจบๆ ไป
               


     แต่ถ้าคุณเป็น “ทางเลือก” นั่นหมายความว่า ผู้บริโภคต้องเลือกระหว่างธนาคารส่วนใหญ่ที่คล้ายๆ กัน กับธนาคารของคุณที่ไม่เหมือนกับชาวบ้านเลย เช่น ธนาคารที่ดูแลลูกค้าอย่างสนุกสนานแบบสุดเหวี่ยงจริงๆ ดังนั้นคุณจึงกลายเป็นทางเลือกที่ชัดเจนตั้งแต่ตอนต้น โดยไม่ต้องกลายมาเป็นตัวเลือกที่ต้องคอยหาฟีเจอร์เล็กๆ น้อยๆ เพื่อมาเอาชนะคู่แข่งที่เต็มตลาดไปหมด
               


     เพราะธุรกิจธรรมดาๆ จะอยู่ไม่ได้ในโลกที่มีการแข่งขันสูงมากจากรอบด้าน ไม่ใช่แค่ตลาดในประเทศเท่านั้น แต่ยังต้องแข่งกับค่าแรงราคาถูกจากต่างประเทศ​ แข่งกับเทคโนโลยีหุ่นยนต์ที่ถูกลงทุกวัน หรือแข่งกับซอฟต์แวร์ที่ราคาถูกลงเรื่อยๆ เพื่อต้องการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ยังไม่เคยได้เข้าถึงเทคโนโลยีเหล่านี้ให้มากที่สุด
               


     ดังนั้นบริษัทที่จะโดดเด่นท่ามกลางกระแสการแข่งขันสูงแบบนี้ต้องเป็นบริษัทที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร เพราะแค่ดีกว่าคนอื่นนั้นยังไม่พอ แต่ต้องไม่มีใครเหมือนเราหรือแม้แต่กล้าเหมือนเราในแบบนี้ครับ!
               


     เช่น ในธุรกิจบริการ หลายคนอาจคิดว่าต้องทำให้ลูกค้ามีความสุข แต่ลืมคิดไปว่าลูกค้าจะมีความสุขได้อย่างไรถ้าพนักงานเรายังไม่มีความสุขเลย ก็คงเหมือนกับ Virgin ที่พยายามทำให้พนักงานมีความสุขก่อนลูกค้า เพราะพวกเขาอยู่ในธุรกิจบริการที่เน้นการทำให้ลูกค้ามีความสุข
               


     Sir Richard Branson ถึงกลับเอ่ยปากบอกว่า “พนักงานสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง ตามมาด้วยลูกค้า แล้วค่อยเป็นผู้ถือหุ้นในที่สุด”
               


     นั่นเลยเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มธุรกิจ Virgin ที่สามารถทำให้ทุกธุรกิจที่พวกเขาเข้าไปเกิดความแตกต่างได้จริงๆ ครับ
               


     หรือบริษัทรับทำความสะอาดที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรสามารถแตกต่างได้นอกจากราคาที่ถูกกว่า แต่ในความเป็นจริงแล้วมีบริษัทรับทำความสะอาดแห่งหนึ่งที่เลือกจะต่างด้วยช่วงเวลาการทำงาน จากเดิมบริษัททำความสะอาดตามโรงพยาบาลต้องเข้ามาทำความสะอาดตอนกลางคืน และนั่นก็เป็นช่วงเวลาที่ไม่มีใครเห็นความสำคัญจนทำให้ถูกมองข้ามไป แต่บริษัทแห่งนี้เลือกจะให้พนักงานทำงานตอนกลางวัน เพื่อให้ผู้คนในโรงพยาบาลเห็นถึงความสำคัญและความเชี่ยวชาญเรื่องการทำความสะอาดของพวกเขาครับ
               


     หรือร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดแบรนด์หนึ่งที่ชื่อว่า พัลส์ (ผมพยายามหาชื่อภาษาอังกฤษแล้วแต่ไม่เจอจริงๆ ครับ) ที่โฟกัสกับเรื่องความเร็วจนไม่มีคู่แข่งคนไหนกล้าตาม เพราะร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดแห่งนี้เสิร์ฟอาหารเร็วมาก มากถึงขนาดว่าแค่ 12 วินาทีหลังจากสั่งอาหารก็สามารถรับได้ทันที
               






     และความเร็วมากจนกลายเป็นเอกลักษณ์นี้เองที่ทำให้ลูกค้าไว้ใจพวกเขามาก  เพราะมีอัตราการส่งมอบอาหารผิดน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับร้านฟาสต์ฟู้ดด้วยกันนั่นเอง
               


     ที่เร็วได้จนเป็นเอกลักษณ์เพราะพวกเขาให้ความสำคัญกับความเร็วมากถึงขนาดไม่มีเมนูแนะนำให้ลูกค้าเสียเวลาคิด ไม่มีการขายของใดๆ เพิ่มให้ลูกค้าคันหลังเสียเวลารอ ดังนั้นแค่ลูกค้าขับรถเข้ามาแล้วบอกว่าอยากได้อะไร ลูกค้าจะได้ตามนั้นโดยเร็วที่สุด และนั่นก็ทำให้อัตราการส่งมอบอาหารผิดต่ำมากจนไม่มีใครเทียบเคียงได้ และด้วยอัตราการผิดพลาดที่ต่ำก็ทำให้ลูกค้าไว้ใจจนไม่ต้องเปิดถุงอาหารเช็คเพื่อให้เสียเวลาคันหลัง และนั่นเลยทำให้พวกเขาเร็วเสียยิ่งกว่าร้านฟาสต์ฟู้ดไหนๆ จะทำได้ครับ
               


     ดังนั้นลูกค้าที่จะกินฟาสต์ฟู้ดจะชัดเจนเลยว่า จะเลือกความเร็วมากๆ หรือจะเลือกร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดทั่วไป และก็ไม่ต้องแปลกใจเลยนะครับว่า ถ้าพวกเขาเลือกความเร็วมากๆ พวกเขาจะเลือกใครถ้าไม่ใช่ร้านพัลส์ เพราะไม่มีใครในธุรกิจฟาสต์ฟู้ดที่จะกล้าเร็วเท่าเขาอีกแล้ว
               


     ดังนั้นคุณจะเห็นว่าสิ่งที่พัลส์ทำ หรือธุรกิจทำความสะอาดที่เอ่ยมาข้างต้นทำนั้นไม่ใช่เรื่องที่คู่แข่งลอกเลียนแบบไม่ได้ แต่พวกเขาเลือกทำในสิ่งที่ไม่มีคู่แข่งคนไหนอยากลอกเลียนแบบต่างหากครับ ถ้าอ่านถึงตรงนี้ใครที่บอกว่าไม่อยากคิดอะไรใหม่ๆ เพราะกลัวว่าทำไปคู่แข่งก็จะเลียนแบบ บอกได้เลยว่านี่ไม่ใช่เรื่องแปลก ขนาดคู่แข่งทำอะไรได้ดีเรายังอยากเลียนแบบเลยจริงไหมครับ
               


     อีกอย่างที่ผมจะบอกคือ หัวใจสำคัญของนวัตกรรมคือการคิดและทำในสิ่งที่ดีกว่าไปเรื่อยๆ ถ้าเมื่อไหร่คุณหยุดคุณก็จะกลายเป็นแค่ผู้ตาม และถ้าเมื่อไหร่ที่คุณเบื่อที่จะทำในสิ่งใหม่ๆ คุณก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลังในที่สุดครับ
               


     อีกเรื่องที่น่าสนใจของร้านพัลส์คือ พวกเติบโตในแง่ยอดขายได้โดยที่ไม่ต้องเร่งขยายสาขาเหมือนคู่แข่งใดๆ เลย เพราะพวกเขาบอกกับพนักงานว่า แค่คุณทำงานได้เร็วขึ้น เราก็ไม่ต้องเปิดสาขาใหม่เพื่อหาเงินเพิ่มเท่านั้นเอง
               


     ช่างเป็นความคิดที่เรียบง่ายในการบริหารจัดการจริงๆ ครับ แต่แน่นอนว่าคู่แข่งอยากเลียนแบบไหม? ผมเชื่อว่าคุณมีคำตอบในใจแล้ว
               


     อีกหนึ่งบริษัทที่ทำธุรกิจได้แตกต่างจนมีเอกลักษณ์ นั่นคือบริษัทให้บริการสินเชื่อทางโทรศัพท์ที่ชื่อว่า Quickloan
               


     บริษัทนี้หมกมุ่นกับการให้บริการทางโทรศัพท์กับลูกค้ามาก ถึงขนาดที่พวกเขาเอาเทปการสนทนากับลูกค้ามาแกะเทปวิเคราะห์ร่วมกันว่าพูดแบบไหนดี หรือพูดแบบไหนไม่ดี อารมณ์เหมือนทีมบาสเกตบอลที่เอาเทปการแข่งขันของคู่แข่งที่ต้องเจอในครั้งหน้ามานั่งวิเคราะห์เพื่อหาทางชนะเลยครับ
               


     ผมขอยกเคสสุดท้ายอีกหนึ่งเคสที่เห็นว่าน่าสนใจก็แล้วกัน นั่นก็คือตำรวจที่เปลี่ยนมุมมองและวิธีการทำงานใหม่ จากเดิมตำรวจมีหน้าที่ไล่จับผู้ร้าย แต่ตำรวจที่นี่คิดใหม่ทำใหม่ด้วยการไล่จับคนทำดี
               


   คุณอาจมีคำถามว่า “ไล่จับคนทำดี?” หมายความว่ายังไง
               


     จากเดิมตำรวจจะคอยไล่จับวัยรุ่นที่ทำผิดกฎหมายอยู่เสมอ ทำให้วัยรุ่นไม่อยากเข้าใกล้ และตำรวจก็ทำงานยาก แต่พอตำรวจเปลี่ยนมุมมองเป็นไล่จับคนทำดีมีรางวัลให้ ผลคือวัยรุ่นก็อยากเข้าหาตำรวจมากขึ้น และพอคนที่ทำไม่ดีได้เห็นเพื่อนทำดีได้รับทั้งรางวัลแลการยอมรับจากตำรวจ ผลคือพวกเขาก็หันมาทำดีกันมากขึ้น และเข้าหาตำรวจมากขึ้น รวมไปถึงยังมีการบอกเบาะแสคนทำไม่ดีให้ตำรวจเอง โดยที่ตำรวจหน่วยนี้ก็ไม่ต้องเหนื่อยในการไล่จับคนไม่ดีเหมือนที่เคยเป็นอีกต่อไปครับ
               


     เห็นไหมครับว่าทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องที่เราจะทำไม่ได้ หรือคู่แข่งจะเลียนแบบไม่ได้ แต่นี่คือการทำในสิ่งที่คู่แข่งไม่อยากทำ หรือแม้แต่การทำในสิ่งใหม่ๆ ไปเรื่อยๆ นั่นเองครับ
               


     หนังสือเล่มนี้ยังให้อีกหนึ่งแง่คิดที่น่าสนใจว่า คนที่มีประสบการณ์มากที่สุดมักเป็นคนสุดท้ายที่เห็นโอกาสใหม่ๆ ช่างเป็นเรื่องที่น่าเสียดายนะครับที่พวกเขาเหล่านี้กลับปล่อยให้ประสบการณ์เก่าๆ มาบดบังความเป็นไปได้เพียงเพราะเขาเคยทำมาแล้วแต่ไม่สำเร็จ เลยคิดว่าไม่มีใครสามารถทำให้สำเร็จได้ และนั่นเลยทำให้ผมคิดว่า บริษัทที่จะอยู่รอดต่อไปได้ คือการหา Vision ใหม่ๆ จากคนรุ่นใหม่ หรือแม้แต่คนใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีประสบการณ์เลยยิ่งดี เพื่อสำรวจโอกาสใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีใครคิดมาก่อน จากนั้นก็ค่อยเป็นหน้าที่ของคนรุ่นเก่าที่จะช่วยกันคิดต่อว่า จะทำเรื่องเหล่านั้นให้สำเร็จได้อย่างไร หรือมีอะไรบ้างที่ต้องระวังจากความล้มเหลวที่ผ่านมา
               


     เพราะสุดท้ายแล้วไม่มีหรอกครับธุรกิจหรือองค์กรหรือสินค้าที่เก่าแก่เกินไป จะมีก็แต่วิธีการทำงานที่น่าเบื่อเกินไปจนทำให้ธุรกิจตายลงไปต่างหากครับ
               
 




 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
 

 
 
Share:

Related Articles

​ต้อนรับภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ กับ 8 ของกินเด็ดเมืองไข่มุกอันดามัน มีโอกาสต้องได้ชิมสักครั้ง!

ได้เห็นข่าวการเปิดตัวโครงการ “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” ก็พาลให้นึกถึงบรรยากาศและของกินอร่อยๆ ที่มีเสน่ห์ของเมืองไข่มุกอันดามันแห่งนี้ วันนี้เราจึงมี 8 เม..

by SME Thailand.| 02 กค. 2021

​“บางคล้า-ศาลาดิน-นาต้นจั่น-หน้าทับ” 4 ที่สุดของแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ที่หมดโควิดต้องไปโดนสักครั้ง

นี่คือ 4 ที่สุดของแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ที่ได้รับการส่งเสริมให้เป็นหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์สู่การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน (Creative Industry Vil..

by SME Thailand.| 30 เมย. 2021

​Wake up 5 นิสัย ปลุกความพร้อม! เริ่มเช้าวันใหม่อย่างมีจุดหมาย

หากคุณสามารถเริ่มต้นเช้าวันใหม่ได้ดี วันนั้นทั้งวันจะเป็นวันที่สดใส แต่รู้ไหมว่านอกประโยชน์ที่กล่าวมาแล้ว การฝึกฝนนิสัยบางอย่างให้เกิดขึ้นในยามเช้า ..

by SME Thailand.| 27 มีค. 2021