เช็กอาการ! คุณกำลังตกอยู่ในภาวะ Imposter Syndrome เราเก่งไม่พอ หรือเปล่า?

by SME Thailand. 30 เมย. 2020
Share:
TEXT: วันวิสา งามแสงชัยกิจ





Main Idea
 
 
  • เคยไหมที่ตั้งคำถามกับตัวเองว่า เราเก่งจริงหรือเปล่า หรือว่าแค่โชคช่วย? และการที่คิดว่าตัวเองไม่เก่งแบบนี้แหละ เป็นอาการของโรค Imposter Syndrome ซึ่งมักเกิดในผู้ที่ประสบความสำเร็จสูงโดยเฉพาะในเพศหญิง และคนที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์สูงอย่างนักประดิษฐ์ ผู้ก่อตั้ง และผู้ประกอบการ
 
  • เมื่อความรู้สึกนี้เข้ามาอยู่ในใจเจ้าของธุรกิจแล้ว จะทำให้เกิดการตั้งข้อสงสัยในความสำเร็จของตัวเอง ซึ่งถ้ามีมากเกินไปอาจทำให้การทำธุรกิจพลาดตกจากรางได้
 
  • เพื่อที่จะพาตัวเองขึ้นจากหลุมพรางแห่งความคิดนี้ ผู้ประกอบการควรบันทึกความสำเร็จ หยิบข้อความดีๆ ขึ้นมาอ่าน พูดคุยกับคนที่เข้าใจ ยอมรับและเรียนรู้เพื่อเดินต่อไปข้างหน้า




      ท่ามกลางเสียงชื่นชมจากผู้คนรอบด้าน แต่ลึกๆ ในใจของคุณแล้วกลับคิดว่า ที่มาถึงวันนี้ได้ เป็นเพราะโชคช่วย หรือชะตาเข้าข้างต่างหาก หรือมันต้องแย่แน่ๆ ถ้าคนอื่นรู้ว่า ที่จริงแล้วเราไม่ได้เจ๋งขนาดนั้น นี่อาจเป็นสัญญาณหนึ่งที่กำลังบอกว่า คุณอาจตกอยู่ในภาวะของ Imposter Syndrome หรือ โรคที่คิดว่าตัวเองไม่เก่งจริงเข้าให้แล้ว


     ทำไมเราต้องพูดถึงเรื่องนี้ นั่นก็เพราะผู้ประกอบการเป็นหนึ่งในกลุ่มคนขนาดใหญ่ที่สุดที่เผชิญกับอาการดังกล่าว เนื่องจากต้องต่อสู้กับการเป็นคนที่ “มีค่า” เป็นคนที่ต้อง “ประสบความสำเร็จ” และต้อง “น่าภาคภูมิใจ” ตลอดเวลา แต่เรื่องที่น่าเศร้าก็คือ เมื่อภาวะของ Imposter Syndrome มาเยือน ไม่ว่าจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จขนาดไหน มีทักษะเหนือใคร หรือเก่งเท่าไรในสายตาของคนรอบข้าง ความรู้สึกที่เกิดขึ้นคือ “เรานั้นช่างไม่เข้าพวกกับคนอื่นๆ เอาเสียเลย” หรือ “เรานั้นไม่สมควรที่จะได้รับความสำเร็จนั้นมาเลย” 





     โดยนักจิตวิทยาคลินิก “Pauline Clance” และ “Suzanne Imes” ได้ให้คำนิยามของ Imposter Syndrome ไว้ว่า


     “แม้ว่าจะประสบความสำเร็จ สร้างผลงานชิ้นโบว์แดงได้ แต่คนที่มีอาการเหล่านี้จะยังรู้สึกว่า ตัวเองไม่เหมาะสมหรือสมควรที่จะได้รับความสำเร็จเหล่านั้น และที่ผลงานออกมาดีนั่นก็เพราะ พวกเขาแค่โชคดีหรือบังเอิญจังหวะดีและเป็นช่วงที่เวลาเหมาะสมพอดีต่างหาก”


     นอกจากนี้ ผลวิจัยยังชี้ให้เห็นอีกว่า มีคนถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ที่ตกอยู่ในอาการดังกล่าว ซึ่งมีความรู้สึกที่เหมือนกำลังหลอกคนอื่นๆ อยู่เสมอว่า ตัวเองเป็นคนเก่งและมีความสามารถ ทั้งยังเผชิญกับความวิตกกังวลว่า ต้องถูกจับได้สักวันแน่ๆ


     และด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่โลกธุรกิจหมุนได้อย่างไม่ครบรอบ การสงสัยและไม่แน่ใจในความสามารถของตัวเอง และการสูญเสียความเชื่อมั่นในตัวเอง หรือ Self-doubt นั้น อาจเปิดประตูให้โรคที่คิดว่าตัวเองไม่เก่งพอเข้ามาทักทาย โดยเฉพาะกับคน 5 ประเภท ต่อไปนี้ที่ประตูนั้นเปิดกว้างกว่าใครๆ  
 



 

     มนุษย์สมบูรณ์แบบ (Perfectionists)


      คนประเภทที่ตั้งเป้าตัวเองไว้สูงลิ่ว และแม้ว่าจะบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ถึง 99 เปอร์เซ็นต์ พวกเขาจะรู้สึกถึงความล้มเหลว ซึ่งความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ จะทำให้มนุษย์สมบูรณ์แบบทุกอย่างต้องเป๊ะเช่นนี้ หันมาถามถึงความสามารถของตัวเองกันเลยทีเดียว
 





     ผู้รอบรู้ (Experts)


     คนประเภทนี้จะรู้สึกว่า เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องรู้ข้อมูลทุกอย่างก่อนที่จะเริ่มลงมือทำโปรเจกต์สักชิ้น และมองหาการรับรองหรือการฝึกอบรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการพัฒนาทักษะของตัวเอง นอกจากนี้ พวกเขาจะไม่สมัครงานหากไม่ผ่านเกณฑ์ทั้งหมดที่มีการระบุเอาไว้ และอาจลังเลที่จะถามคำถามในชั้นเรียนหรือพูดในที่ประชุม เพราะพวกเขากลัวว่าจะดูโง่ถ้าไม่รู้คำตอบนั้นๆ อยู่แล้ว
 





     เกิดมาก็ฉลาด (
Natural Genius)


     เมื่อคนที่เกิดมาฉลาดโดยธรรมชาติ ต้องดิ้นรนหรือทำงานหนักเพื่อให้บรรลุในสิ่งที่ต้องการ พวกเขาจะคิดว่า ตัวเองไม่เก่งพอ เพราะพวกเขาคุ้นเคยกับทักษะที่ได้มาอย่างง่ายดาย แต่เมื่อไรก็ตามที่พวกเขาต้องใช้ความพยายาม สมองจะบอกพวกเขาว่า ที่จริงแล้วพวกเขาก็ไม่ได้เก่งเอาเสียเลย
 


     ชอบลุยเดี่ยว (Soloists)


     คนประเภทนี้มักรู้สึกว่า พวกเขาต้องทำงานให้สำเร็จด้วยตัวเอง เพราะหากพวกเขาขอความช่วยเหลือจากคนอื่นเมื่อไร นั่นหมายความว่า พวกเขานั้นล้มเหลวและไม่เก่งจริง
 





     ยอดมนุษย์ (Supermen หรือ Superwomen)


      พวกยอดมนุษย์คนทำงานแบบนี้ จะผลักดันตัวเองให้ทำงานหนักกว่าคนที่อยู่รอบตัว เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองนั้นเก่งจริง ไม่ได้โกหก พวกเขารู้สึกว่ามันจำเป็นที่จะต้องประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้านของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหน้าที่การงาน การเป็นพ่อแม่ หรือการเป็นคนรัก และจะรู้สึกเครียดทันทีเมื่อพวกเขาทำบางอย่างไม่สำเร็จได้ดั่งใจ
 


     ทางออก!! หลุดกับดัก สกัดความคิดว่าตัวเองไม่เจ๋งพอ
 





     จดบันทึกความสำเร็จของตัวเอง


      อาจจะดูตลกไปสักหน่อย แต่การจดบันทึกความสำเร็จไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ของตัวเองไว้เสมอ เป็นตัวช่วยที่ดี และ หลักฐานชั้นยอดที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่า คุณกำลังทำอะไรอยู่ และคุณผ่านอะไรมาบ้าง เรียกว่าเป็นการส่งข้อความเตือนใจจากตัวคุณเองว่า ความสำเร็จนั้นเกิดขึ้นจากสองมือของคุณจริงๆ
 


     สร้างโฟล์เดอร์พลังบวก


     การเก็บรวบรวมคำชมและคอมเมนต์ดีๆ จากคนร่วมงาน ผู้คนรอบข้าง หรือบนโซเชียลมีเดีย เป็นอีกทางเอาชนะเมื่ออาการ Imposter Syndrome มาเยือน การอ่านคำพูดดีๆ จากคนที่ชื่นชมและเคารพในตัวคุณและงานของคุณสามารถช่วยเปลี่ยนความคิดลบๆ และปลอบโยนคุณได้
 




     พูดออกมาบ้างก็ได้



     เมื่อรู้สึกว่ากำลังตกอยู่ในหลุมพรางของอาการ Imposter Syndrome ควรทำการพูดคุยกับเพื่อนสนิทหรือคนที่ไว้ใจ เพื่อระบายออกมาบ้าง คนเหล่านี้อาจจะไม่ใช่แค่รับฟัง แต่จะดึงคุณกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง และทำให้เห็นว่าคุณนั้นไม่ได้หลอกใครว่าเก่ง แต่มีความสามารถจริงๆ นอกจากนี้ ยังอาจได้เจอกับคนที่มีอาการคล้ายๆ กัน ได้แชร์ประสบการณ์ร่วมกัน และทำให้รู้ว่าคุณนั้นไม่ได้อยู่คนเดียวลำพังบนโลกใบนี้
 


     ยอมรับความเป็นจริง


     บางครั้งวิธีที่ดีที่สุดในการขจัดปัญหาก็คือการโอบกอดมันไว้ ดังนั้น เมื่อรู้สึกถึงอาการที่ว่าก็ให้ยอมรับถึงการมีอยู่ของภาวะแบบนี้ จากนั้นเดินหน้าต่อไป ก้าวข้ามความรู้สึกที่ว่าตัวเองดีไม่พอ มองโลกตามความเป็นจริงว่า ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง ใช้ช่องว่างเหล่านั้นมาผลักดันในการพัฒนาตัวเอง และเรียนรู้ที่จะเห็นคุณค่าในตัวเอง
 


     ภาวะอาการของคนเก่งที่คิดว่าตัวเองไม่เก่งแบบนี้ หากมองในแง่ดีจะเห็นได้ว่า คนเก่งๆ ส่วนใหญ่มักจะเป็นกัน มากบ้างน้อยบ้าง และนี่แหละที่เป็นการพิสูจน์ให้เห็นแบบง่ายๆ ว่า แท้จริงแล้วคุณเองก็เก่งใช่ย่อย เพียงแต่อย่าแบกทุกอย่างเอาไว้บ่นบ่า และควรทำความเข้าใจว่า ทุกคนมีความถนัดในแบบของตัวเอง ที่สำคัญ ความผิดพลาดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ อยู่ที่ว่าคุณจะนำมันมาใช้เป็นเข็มทิศในการเดินทางของชีวิตอย่างไรเท่านั้น        
 
 


 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
 
Share:

Related Articles

​Who Am I ? อย่าให้ใครเป็นเข็มทิศให้เรา โดย ชนรรค์ สมบูรณ์เวชการ

เราทุกคนต้องเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่า “เราเกิดมาทำไม” ทางเดินชีวิตตั้งแต่เด็กจนโตทำไมไม่สวยหรูเหมือนคนอื่นที่เราเห็นว่าประสบความสำเร็จ ในเวลานี้เรากำ..

by SME Thailand.| 25 กย. 2020

​เหนื่อยนักต้องพักผ่อน เปิด Restflix บริการสตรีมมิ่ง ช่วยกล่อม SME ให้นอนหลับฝันดี

หลังจากผ่านพ้นวันอันเหน็ดเหนื่อย ทุกคนต้องการหลับตานอนบนเตียง แต่คนจำนวนมากไม่สามารถนอนหลับได้เต็มที่ โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีหลายเรื่องให้ต้องคิด ..

by SME Thailand.| 18 กย. 2020

​เจอวิกฤตจงเดินเข้าป่า! ชวน SME เรียนรู้ชีวิตไปกับหนังน้ำดี ‘Wild’ โดยบัณฑิต เทียนรัตน์

โลกหลังโควิดจะเป็นอย่างไร? บ้านเมืองจะไปต่อเช่นไรหลังพบความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่? ภัยพิบัติทางเศรษฐกิจที่กำลังโหมกระหน่ำตรงหน้า เราจะสู้มันอีท่าไหน? ..

by SME Thailand.| 11 กย. 2020