ลดปัญหา ‘ขยะล้นเมือง’ ช่วงโควิด ด้วยวิธีการที่ SME ช่วยได้

by SME Thailand. 24 กค. 2020
Share:
TEXT : พิมพ์ใจ พิมพิลา





Main Idea
 
 
  • เมื่อโควิด -19 เข้ามาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คน จนส่งผลให้เกิดขยะปริมาณเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะขยะพลาสติกและบรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง อันเนื่องมาจากพฤติกรรมการบริโภคของคนในเมืองที่จำเป็นต้องกักตัวในช่วงที่ผ่าน
 
  • พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปทำให้ผู้ประกอบการ จำเป็นต้องเปลี่ยนรูปแบบสินค้าหรือบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะกับวิถีใหม่ เพื่อสร้างความสะดวกสบายให้ผู้บริโภค แต่ผลพวงที่ตามมาคือการสร้างขยะมหาศาล นี่เป็นปัญหาที่ผู้ประกอบการและผู้บริโภค ต้องรับผิดชอบร่วมกัน แต่จะทำอย่างไรนั้น ไปติดตามกัน!




      จากวิกฤตการณ์โควิด-19 ที่ไม่ได้เกิดแค่กับประเทศไทย หากแต่เกิดขึ้นทั่วโลก ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้บริโภคที่ลดลง การปิดกิจการชั่วคราวตามนโยบายรัฐที่ทำให้รายได้ของผู้ประกอบการขาดหายไป ตลอดจนพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค ที่ทำให้ธุรกิจจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนตามไปด้วย เช่นเดียวกับ การปรับตัวเข้าสู่การขายเดลิเวอรี ซึ่งได้รับความสนใจจากทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคเป็นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา เพราะสะดวกสบายและเหมาะกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมากที่สุด แม้จะต้องจ่ายแพงกว่าปกติก็ตาม





      ทว่าสิ่งที่ตามมาคือ “ขยะ” จำนวนมหาศาล จนมีคำพูดหนึ่งเกิดขึ้นมานั่นคือ "ขยะล้นเมือง"  ซึ่งขยะเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการและผู้บริโภคจะต้องคำนึงถึงและร่วมกันรับผิดชอบ


      “พิมพรรณ ดิศกุล ณ อยุธยา” ผู้อำนวยการเครือข่ายเพื่อความยั่งยืนแห่งประเทศไทย (Thailand Responsible Business Network: TRBN) พูดถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและทางออกที่ดีที่สุดในเรื่องของการจัดการปัญหาขยะอย่างยั่งยืนในสถานการณ์วิกฤตที่เกิดขึ้นนี้






      โดยเครือข่ายเพื่อความยั่งยืนแห่งประเทศไทย มีเป้าหมายที่ต้องการอยากกระตุ้นและสนับสนุนให้บริษัทเอกชนทั้งในตลาดทุนไทยและบริษัทเอกชนทั่วไปคำนึงถึงปัจจัยเรื่องสังคม สิ่งแวดล้อม การมีธรรมาภิบาลหรือการปกครองที่ดีในการดำเนินธุรกิจ สิ่งที่เครือข่ายกำลังทำคือการเป็นพื้นที่ให้ทุกคนนำธุรกิจของตนเองมาสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน โดยการไปสู่ “เศรษฐกิจหมุนเวียน” ที่จะตอบโจทย์ปัญหาขยะล้นเมืองได้อย่างชัดเจน และเธอเชื่อว่าเศรษฐกิจหมุนเวียนจะเป็นทางออกของปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เป็นระบบและยั่งยืน ซึ่งมีวิธีการง่ายๆ เพียง 3 ข้อ ที่ SME ก็ทำได้ นั่นคือ
 



 
  • ใช้น้อยและใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด


      ย้อนกลับไปดูต้นทางของปัญหาขยะล้นเมือง ที่เกิดจากการใช้พลาสติกและบรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ซึ่งมีจำนวนมากขึ้นและมีการใช้อย่างต่อเนื่องในช่วงล็อกดาวน์ที่ผ่านมา แน่นอนว่าความสะดวกสบายที่ผู้ประกอบการเล็งเห็นนั้นกลับสร้างขยะจำนวนมหาศาล เป็นของแถมให้กับโลก


      ดังนั้นสิ่งที่ประกอบผู้ประกอบการจะต้องทำคือ การบริหารจัดการทรัพยากรในรูปแบบที่ “ใช้ให้น้อยที่สุด” ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของวัตถุดิบในการประกอบสินค้าหรือวัตถุดิบในการทำบรรจุภัณฑ์ให้ดีต่อโลก ดีต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุดและต้องใช้ให้น้อยที่สุด หรืออย่างน้อยถ้าหลีกเลี่ยงการใช้ทรัพยากรให้น้อยที่สุดไม่ได้ก็ควรทำให้ทรัพยากรที่นำมาใช้เหล่านั้นสามารถเกิดประโยชน์สูงสุด ได้อย่างครบถ้วนจนไม่เหลือทิ้งให้กลายเป็นขยะ และถึงแม้ว่าจะกลายเป็นขยะก็ควรที่จะสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ด้วย
 



 
  • ทรัพยากรที่ถูกใช้ต้องสามารถไปต่อได้


       การใช้ทรัพยากร 1 อย่างในการประกอบธุรกิจนั้น จำเป็นต้องใช้งานให้สมบูรณ์แบบให้สมกับคุณสมบัติที่ทรัพยากรนั้นๆ มี ซึ่งนี่อาจเป็นสิ่งที่หลายคนมองข้าม ทั้งที่ผู้ประกอบการสามารถสร้างมูลค่าให้กับทรัพยากรเหล่านี้ ให้พวกมันถูกนำไปใช้ต่อได้อย่างต่อเนื่อง ไปจนถึงการใช้ต่อแบบไม่มีที่สิ้นสุดได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการแล้วว่าจะสามารถนำทรัพยากรมาใช้ได้อย่างชาญฉลาดได้หรือไม่


       ยกตัวอย่างเช่น โครงการส่งพลาสติกกลับบ้าน ที่พิมพรรณได้ทำมากว่า 2 เดือนแล้ว ซึ่งเธอมองว่าสิ่งนี้จะทำให้ผู้บริโภคเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อจะลำเลียงพลาสติกใช้แล้วกลับสู่บ้านหรือว่าสถานที่ที่สามารถแปลงขยะเหล่านี้ให้กลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้อีกครั้งนั่นเอง
 



 
  • ต้องร่วมมือกันถึงจะยั่งยืนและมั่งคง


       จุดร่วมที่สำคัญที่สุดสำหรับการเป็นเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่จะช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน  นั่นคือการประสานงานความร่วมมือ ปลายทางของความตั้งใจและทุ่มเทเพื่อแก้ปัญหาให้กับโลกจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกฝ่าย หากเศรษฐกิจหมุนเวียนสามารถเกิดขึ้นได้ในบริษัทต่างๆ หรือจะเป็น 1 อำเภอหรือ 1 จังหวัด ค่อยๆ ขยายผลร่วมกัน ก็จะเริ่มมองเห็นความหวังในการทำให้ปัญหาขยะลดลงไป จนถึงสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างสมบูรณ์ในอนาคตได้อย่าง 100 เปอร์เซ็นต์ ในที่สุด


      ระหว่างที่เกิดปัญหาขยะล้นเมือง การนำเอาเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้นับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะจุดประกายการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้คนสู่วิถี New Normal โดยเริ่มจากเรื่องง่ายๆ ที่ผู้บริโภคทุกคนสามารถทำได้ นั่นคือการแยกขยะ โดยใช้สถานการณ์นี้มาทำให้การแยกขยะกลายเป็นวัฒนธรรมใหม่ของคนไทย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องที่ดีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้น
 


              

      นี่คือก้าวสำคัญที่จะทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคและรูปแบบการทำธุรกิจของผู้ประกอบการ เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น โดยอาศัยความร่วมมือของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะ การเรียกคืนบรรจุภัณฑ์พลาสติกให้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ การทำให้ขยะสามารถรีไซเคิลได้ การแยกขยะที่ผู้บริโภคสามารถทำได้ง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน เพื่อร่วมลดปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมไปจนถึงสิ่งแวดล้อมได้ยังยั่งยืน วินทั้ง ธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
 
 



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี


 
Share:

Related Articles

​ต้อนรับภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ กับ 8 ของกินเด็ดเมืองไข่มุกอันดามัน มีโอกาสต้องได้ชิมสักครั้ง!

ได้เห็นข่าวการเปิดตัวโครงการ “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” ก็พาลให้นึกถึงบรรยากาศและของกินอร่อยๆ ที่มีเสน่ห์ของเมืองไข่มุกอันดามันแห่งนี้ วันนี้เราจึงมี 8 เม..

by SME Thailand.| 02 กค. 2021

​“บางคล้า-ศาลาดิน-นาต้นจั่น-หน้าทับ” 4 ที่สุดของแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ที่หมดโควิดต้องไปโดนสักครั้ง

นี่คือ 4 ที่สุดของแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ที่ได้รับการส่งเสริมให้เป็นหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์สู่การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน (Creative Industry Vil..

by SME Thailand.| 30 เมย. 2021

​Wake up 5 นิสัย ปลุกความพร้อม! เริ่มเช้าวันใหม่อย่างมีจุดหมาย

หากคุณสามารถเริ่มต้นเช้าวันใหม่ได้ดี วันนั้นทั้งวันจะเป็นวันที่สดใส แต่รู้ไหมว่านอกประโยชน์ที่กล่าวมาแล้ว การฝึกฝนนิสัยบางอย่างให้เกิดขึ้นในยามเช้า ..

by SME Thailand.| 27 มีค. 2021