เปลี่ยนร้านอาหารให้เป็นที่พึ่งทางใจ ในแบบ “ภัตตาคารเที่ยงคืน” โดย บัณฑิต เทียนรัตน์

by SME Thailand. 14 สค. 2020
Share:



Main Idea
 
 
  • Midnight Diner หรือ ภัตตาคารเที่ยงคืน เป็นมังงะเรื่องดังตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ถูกนำมาสร้างเป็นซีรีส์ทีวีและภาพยนตร์จนเปรี้ยงปร้าง สิ่งที่ทำให้ซีรีส์นี้ไม่ธรรมดาคือ คนเรายังต้องกินเพื่อชำระล้างจิตวิญญาณ แต่ละสำรับจึงมี “วิญญาณ” สิงสู่ และวิญญาณที่ว่าก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือบรรดาชีวิตที่โลดเต้นอยู่รายรอบเมนูนั้นนั่นเอง
 
  • แต่ละเมนูได้ดึงเอาความทรงจำที่ไม่ได้น่าจดจำนักกลับมา เป็นตราบาปที่ถูกซุกซ่อนอยู่อย่างขลาดเขลา ทว่าเมื่อผลกรรมวิ่งไล่มาจนทัน ก็ไม่มีทางอื่นนอกจากต้องยืนตรง สูดหายใจ และรับมือ ร้านเล็กๆ และโต๊ะไม้รูปตัวยู ไม่ต่างอะไรกับวิหารศักดิ์สิทธิ์ให้ลูกๆ ได้สารภาพความผิดบาป
 
  • ธุรกิจอาหารอาจเป็นของตายก็จริง ในแง่ที่เป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่ร่างกายต้องการ แต่ธุรกิจอาหารที่เจือจานไปจนถึงการเป็นที่พึ่งทางใจ จะหาได้ที่ไหน  ลองออกไปเยี่ยมเยือนร้านเล็กๆ ใกล้ๆ บ้านของคุณดู ไม่แน่ว่าคุณอาจจะได้เจอภัตตาคารเที่ยงคืนของตนเองก็เป็นได้..ใครจะรู้



      ร้านไหนๆ ก็ไม่เหมือนร้านนี้ Midnight Diner หรือในชื่อไทยว่า ภัตตาคารเที่ยงคืน


      ร้านนี้ไม่ได้มีอยู่จริง แต่เป็นมังงะเรื่องดังตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ถูกนำมาสร้างเป็นซีรีส์ทีวีและภาพยนตร์จนเปรี้ยงปร้าง ขนาดเกาหลีและจีนยังนำไปดัดแปลงเป็นเวอร์ชันของตัวเอง ล่าสุดเน็ตฟลิกซ์ยังเข้ามาอำนวยการสร้าง เพิ่มมาอีกสองซีซั่นให้ชมกันอิ่มๆ


      ทำไมภัตตาคารนี้จึงโดนใจนัก มาดูกัน





      หลายปีให้หลังนี้ เราคงคุ้นชินกับรายการอาหารประเภทที่เสาะหาเชฟมือทอง จับมาแข่งทำอาหารกันในแบบแพ้คัดออก เมนูต่างๆ ที่เป็นโจทย์ก็ล้วนแต่หินแสนหิน นี่ยังไม่รวมดราม่าที่โหมใส่ลงไปถี่ยิบ ดูไปดูมาก็ชักไม่แน่ใจว่าดูรายการอาหารหรือละครหลังข่าวกันแน่


      และช่วงนี้เองที่ซีรีส์ภัตตาคารเที่ยงคืนได้เผยโฉมขึ้น ด้วยท่วงท่าที่ตรงกันข้ามกับรายการหวือหวาเหล่านั้นอย่างสิ้นเชิง มันเป็นซีรีส์สั้นๆ จบในตอน แต่ละตอนมีชื่อเป็นเมนูน่ากิน นำเสนออาหารจานนั้นอย่างธรรมดาที่สุด ไม่มีการแข่งขันดุเดือด เล่าเรื่องด้วยดราม่าที่มีระดับและน่าจดจำ





      แต่สิ่งที่ทำให้ซีรีส์นี้ไม่ธรรมดาและเป็นที่กล่าวขวัญก็คือ คนเรายังต้องกินเพื่อ “ชำระล้างจิตวิญญาณ” อีกด้วย และนั่นก็คือ แก่นเรื่องทั้งหมดของซีรีส์ชุดนี้ แต่ละสำรับจึงมี “วิญญาณ” สิงสู่ และวิญญาณที่ว่าก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือบรรดาชีวิตที่โลดเต้นอยู่รายรอบเมนูนั้นนั่นเอง


      เทคนิคการเล่าเรื่องก็แสนจะเรียบง่าย เปิดทุกตอนด้วยเพลงญี่ปุ่นพริ้วแผ่ว คลอไปกับภาพมุมสูงของบรรยากาศยามค่ำคืนในย่านชินจูกุ สีสันของตึกรามสว่างเจิดจ้า ผู้คนรถราที่ขวักไขว่ ตรอกซอกซอยสลัวรางเต็มไปด้วยร้านกินดื่ม และร้าน “ลับแล” ที่ขยิบตาก็รู้กัน ราวจะประกาศว่านี่คือ “เมืองคนบาป” ที่กิเลสไม่เคยหลับใหล เพราะนี่คือวิถีชีวิตทำมาหากินของพวกเราชาวชินจูกุ มุมมืดของโตเกียวที่อุดมไปด้วยธุรกิจสีเทา มีทั้งยากูซ่า สาวนั่งดริงก์ บาร์เปลื้องผ้า บาร์เกย์ บาร์โฮสต์ ร้านเหล้า และอาจไปไกลถึงขั้นยาเสพติด และอาชญากรรม





      ภัตตาคารเที่ยงคืนซ่อนตัวอยู่ในย่านนี้โดยไม่ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างถิ่น แต่มีไว้บริการลูกค้าสีเทาๆ เหล่านี้ เป็นร้านเล็กๆ มีที่นั่งไม่เกิน 12 ที่ ล้อมโต๊ะไม้ตัวยาวรูปตัวยู ลูกค้าทุกคนนั่งเคียงไหล่ มองหน้ากันได้ถนัดถนี่ ราวกับเป็นโต๊ะอาหารของคนในครอบครัว เจ้าของร้านยืนเด่นเป็นประธานอยู่ตรงกลาง ทุกคนเรียกขานเขาว่า มาสเตอร์ ด้วยความนับถือ


      มาสเตอร์ เป็นหนุ่มใหญ่มีแผลเป็นคาดหน้า ภายใต้มาดสุขุมและเป็นมิตร เรากลับรู้จักเขาน้อยมาก นอกจากทำอาหารเก่งแล้ว ไม่มีใครรู้เลยว่าเขาเป็นใครมาจากไหน มีเพียงเสียงนุ่มๆ ของเขาตอนเปิดเรื่องเท่านั้น “ร้านเรามีเมนูไม่กี่อย่าง เท่าที่ของจะมี หรือใครขอให้ทำอะไรก็ได้ ถ้าทำได้ก็จะทำ”





      เมนูในแต่ละตอนก็ออกแนว “ตามสั่ง” ไม่ว่าจะเป็น ไส้กรอกทอด ไข่ปลาย่าง ข้าวต้มน้ำชา สลัด อูดง ออมเลต ราเมน แกงกะหรี่ ไข่เต้าหู้ สุกี้ ข้าวคลุกบ๊วย ฯลฯ เป็นเมนูง่ายๆ ไม่ประดิดประดอยใดๆ แต่ลูกค้าของมาสเตอร์กลับติดอกติดใจ เพราะมันไม่ใช่แค่อร่อยลิ้น แต่อิ่มไปถึงใจ แม้ว่าก่อนนั้นมันจะต้องบาดคออย่างถึงที่สุดเสียก่อน! เพราะแต่ละเมนูได้ดึงเอาความทรงจำของพวกเขากลับมาด้วย และเป็นความทรงจำที่ไม่ได้น่าจดจำ แต่กลับเป็นตราบาปที่ถูกซุกซ่อนอยู่อย่างขลาดเขลา แต่เมื่อผลกรรมวิ่งไล่มาจนทัน ก็ไม่มีทางอื่นนอกจากต้องยืนตรง สูดหายใจ และรับมือ


      มาสเตอร์นอกจากจะทำอาหารแล้ว ยังทำหน้าที่ราวกับบาทหลวง ยามเมื่อลูกค้าสีเทาๆ แต่ละคน สำลักความนัยที่กัดกินใจผ่านมื้ออาหารจานโปรดของพวกเขา ร้านเล็กๆ และโต๊ะไม้รูปตัวยู ที่มีมาสเตอร์นิ่งสงบอยู่ข้างหน้า จึงไม่ต่างอะไรกับวิหารศักดิ์สิทธิ์ให้ลูกๆ ได้สารภาพความผิดบาป


       แต่ต่อให้มาสเตอร์เป็นพระเจ้ามารับฟัง บาปก็มิอาจผ่อนพิษสงลงได้ หากว่าเจ้าของบาปไม่ยอมสำนึกและลงมือแก้ไขในแต่ละตอน แต่ละเมนู ของแต่ละชีวิต หลังได้รับคำปรึกษาจากมาสเตอร์ พวกเขาจึงตัดสินใจที่จะไถ่ถอนความผิดนั้นด้วยตนเอง แม้จะฝืนใจอย่างที่สุดก็ตาม


      ซึ่งความสนุกของซีรีส์ก็อยู่ตรงนี้ เพราะแต่ละปัญหา แต่ละปมชีวิตของแต่ละคนก็หนาบางต่างกันไป และสีสันของเรื่องราวก็สาดกระจายได้อย่างหวือหวา ตั้งแต่ความรักบริสุทธิ์ของเกย์เฒ่ากับยากูซ่า ความอิจฉาของตลกระดับครูและศิษย์หนุ่ม ผัวหงิมๆ ที่นอกใจเมียเป็นครั้งแรก ศาสตราจารย์เนิร์ดกับรักต่างเชื้อชาติ ลูกกำพร้าคนดังที่ถูกแม่ทิ้ง แก๊งเพื่อนสาวที่ผิดใจกันด้วยเรื่องผู้ชาย ฯลฯ


      แต่ไม่ว่าจะปมไหนก็ล้วนมีจุดร่วมเดียวกัน คือ เรื่องราวของ “ความสัมพันธ์” ในความเป็นมนุษย์กึ่งดิบกึ่งดี ที่ส่วนผสมในการก่อร่างความสัมพันธ์ มันช่างยากเย็นเหมือนคนหัดทำอาหาร บางคราก็อร่อยจนแทบเหาะได้ หรือหลายคราวก็แทบต้องถ่มทิ้ง





      เมนูต่างๆ ที่ลองผิดลองถูกมานับครั้งไม่ถ้วน จนหาสูตรอร่อยได้ทุกครั้งที่ปรุงรส จึงเปรียบเสมือนรูปธรรมของชีวิตและจิตวิญญาณที่ปรุงความสัมพันธ์มาจนอยู่มือ กลายเป็น “สูตรชีวิต” ให้ได้ลงมือทำตาม และเมื่อตัวละครได้ตัดสินใจไถ่บาปไปตามสูตรของมาสเตอร์ เราก็จะได้เห็นเมนูโปรดของพวกเขาอีกครั้งในตอนจบ ในแบบปรุงใหม่ๆ ร้อนๆ อยู่บนจานที่มาสเตอร์ถือมาเสิร์ฟและวางอย่างเบามือ เป็นสำรับที่พวกเขาได้อิ่มล้นไปด้วยพลังใจของคนที่แก้ปมในใจออกไปจนสิ้นแล้ว


      แต่ละคำที่ลิ้มรส จึงอิ่มเอมไปถึงส่วนลึกของจิตวิญญาณ แต่จะถึงขั้นคลายทุกข์ไปตลอดกาลหรือก็เปล่า ก็ชีวิตสีเทาๆ มันก็เช่นนี้ หรือชีวิตใครๆ ก็เช่นนั้น สุขทุกข์หมุนเวียน เหมือนความหิว ความอิ่มที่ผลัดกันโคจรเข้ามา ได้มีสุขแม้ช่วงสั้นๆ ก็อาจจะดีถมไปแล้ว
 




      ธุรกิจอาหารอาจเป็นของตายก็จริง ในแง่ที่เป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่ร่างกายต้องการ แต่ธุรกิจอาหารที่เจือจานไปจนถึงการเป็นที่พึ่งทางใจ จะหาได้ที่ไหนนอกจากในจินตนาการเรื่องเล่า แต่ช้าก่อน อย่าเพิ่งดูเบามนุษย์รอบตัว ลองออกไปเยี่ยมเยือนร้านเล็กๆ ใกล้ๆ บ้านของคุณดู ไม่แน่ว่าคุณอาจจะได้เจอภัตตาคารเที่ยงคืนของตนเองก็เป็นได้ ใครจะรู้


      หรือถ้าคุณเป็นเจ้าของร้านอาหารเสียเอง และนึกนิยมชมชอบการเป็นเพื่อนคุย ไถ่ทุกข์ จะลองสวมบทมาสเตอร์ดูสักตั้งก็น่าจะพอไหว ในจังหวะที่เหมาะควร คุณอาจได้เจอใครสักคนที่จิตใจหลงทางมาก็ได้
 



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
Share:

Related Articles

​เหนื่อยนักต้องพักผ่อน เปิด Restflix บริการสตรีมมิ่ง ช่วยกล่อม SME ให้นอนหลับฝันดี

หลังจากผ่านพ้นวันอันเหน็ดเหนื่อย ทุกคนต้องการหลับตานอนบนเตียง แต่คนจำนวนมากไม่สามารถนอนหลับได้เต็มที่ โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีหลายเรื่องให้ต้องคิด ..

by SME Thailand.| 18 กย. 2020

​เจอวิกฤตจงเดินเข้าป่า! ชวน SME เรียนรู้ชีวิตไปกับหนังน้ำดี ‘Wild’ โดยบัณฑิต เทียนรัตน์

โลกหลังโควิดจะเป็นอย่างไร? บ้านเมืองจะไปต่อเช่นไรหลังพบความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่? ภัยพิบัติทางเศรษฐกิจที่กำลังโหมกระหน่ำตรงหน้า เราจะสู้มันอีท่าไหน? ..

by SME Thailand.| 11 กย. 2020

​สนามนักสู้ EP.1 : เริ่มธุรกิจด้วย ‘สิ่งที่ชอบ’ ต่อยอดในสิ่งที่ใช่! โดย ณัฐภูมิ รัฐชยากร

ในช่วงเวลาที่เกิดวิกฤต อาจเป็นจุดเปลี่ยนให้คุณเกิดธุรกิจใหม่ๆ ได้! โดยเริ่มจากหัวใจแค่ 2 ข้อ คือทำในสิ่งที่ชอบ และเริ่มจากสิ่งที่ทำได้ดีที่สุด ณ เวล..

by SME Thailand.| 10 กย. 2020