เลี้ยงปูอย่างไรให้โตมาเป็นธุรกิจท่องเที่ยว?

by SME Thailand. 19 สค. 2020
Share:
TEXT : กองบรรณาธิการ
 
 

 
Main Idea
 
 
  • จุดเริ่มต้นของการทำธนาคารปู คือการอนุรักษ์ แต่การขับเคลื่อนอุดมการณ์ด้วยจิตอาสานั้น ทำให้ต้องควักทุนส่วนตัวจ่ายจนเข้าเนื้อ  นั่นเองคือที่มาของการต่อยอดความคิดไปสู่โมเดลธุรกิจ เลี้ยงปูให้เป็นธุรกิจท่องเที่ยว เพื่ออยู่รอดทั้งธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และกิจการที่จัดตั้งขึ้น
 
  • มาทำความรู้จักโมเดลธุรกิจของ “ธนาคารปูม้า  พุมเรียง” จ.สุราษฎร์ธานี ที่วันนี้ไม่ได้ทำแค่เลี้ยงปู แต่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีผู้คนแวะเวียนมาไม่ขาดสาย เป็นพื้นที่อนุรักษ์ แหล่งสร้างงานสร้างอาชีพให้กับชุมชน ที่สามารถรักษาวิถีชีวิต และทรัพยากรธรรมชาติไว้ได้อย่างดีอีกด้วย
 
 
 

            รู้จัก “ธนาคารปู” ไหม?


     นี่คือกุศโลบายในการฟื้นฟูทะเลไทยของชาวประมงพื้นบ้าน โดยการรับบริจาคแม่ปูไข่นอกกระดองจากชาวประมง มาฝากอนุบาลเลี้ยงในกระชังให้เติบโตเป็นลูกปู หลังจากนั้นก็นำไปปล่อยให้เติบโตในธรรมชาติ เพื่อช่วยให้พลเมืองปูเพิ่มจำนวนมากขึ้น  อันหมายถึง “ดอกเบี้ย” ที่ได้รับกลับคืนมาจากการฝากแม่ปูนั่นเอง
              




     แล้วถ้าจะเปลี่ยนจากธนาคารปู ให้กลายเป็นธุรกิจขึ้นมาล่ะ ผู้ประกอบการต้องทำแบบไหน?


     มาทำความรู้จักกับโมเดลธุรกิจของ “ธนาคารปูม้า  พุมเรียง” จ.สุราษฎร์ธานี ที่วันนี้ไม่ได้ขายแค่ผลิตภัณฑ์จากปู แต่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีผู้คนแวะเวียนมาไม่ขาดสายอีกด้วย
 
  • เริ่มต้นธุรกิจ ด้วยแนวคิดอยากอนุรักษ์ธรรมชาติ

     จุดเริ่มต้นของ "ธนาคารปูม้า พุมเรียง" เกิดขึ้นเมื่อกว่า 13 ปีก่อน  โดยชายที่ชื่อ จรินทร์ เฉยเชยชม” ผู้เห็นความเปลี่ยนแปลงของทรัพยากรธรรมชาติในอ่าวพุมเรียง จ.สุราษฎร์ธานี อย่างชัดเจน  จากอดีตที่ทุกครั้งเมื่อออกเรือประมง พวกเขาจะจับปูม้าได้วันละหลายร้อยกิโลกรัม ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป อุปกรณ์จับสัตว์น้ำถูกพัฒนาให้มีศักยภาพสูงขึ้น ประกอบกับความต้องการบริโภคเพิ่มจำนวนมากขึ้นไม่ว่าจะในประเทศและส่งออก ทำให้ปริมาณสัตว์น้ำโดยเฉพาะปูม้าและปูทะเลในอ่าวพุมเรียงลดลงอย่างน่าใจหาย ซึ่งพิสูจน์ด้วยสายตาของคนที่เห็นความเปลี่ยนแปลงมาตลอดอย่างเขา





     นั่นเองที่ทำให้ จรินทร์ หารือเพื่อนร่วมอาชีพในท้องถิ่น ก่อนตัดสินใจก่อตั้งธนาคารปูม้าขึ้นเมื่อปี 2550   เพื่อเพิ่มปริมาณปูในอ่าวพุมเรียง ซึ่งแนวคิดดังกล่าว ได้รับคำชื่นชมจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างมาก แต่ในทางปฏิบัติงานที่ขับเคลื่อนด้วยจิตอาสา ทำให้ระยะแรกพวกเขาต้องควักทุนส่วนตัวจ่ายจนเข้าเนื้อ ไม่ว่าจะค่าน้ำมัน เพื่อขับเรือนำลูกปูไปปล่อยในอ่าวพุมเรียง  ซึ่งวิธีการนี้สมาชิกกลุ่มย่อมไม่สามารถจะแบกรับต้นทุนไปได้ตลอด จึงเป็นที่มาของการคิดต่อยอดให้เป็นโมเดลธุรกิจ ที่อยู่รอดทั้งธรรมชาติและกิจการเล็กๆ ที่ทำขึ้น
 
  • จากธนาคารปู เชื่อมสู่การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

     หลังจากทำธนาคารปูม้าไปได้ระยะหนึ่ง ก็เริ่มมีหน่วยงานต่างๆ เข้ามาให้ความรู้ พัฒนาเทคโนโลยี  เติมมุมมองใหม่ๆ ให้กับพวกเขา เมื่อ จรินทร์  ได้เล่าถึงข้อจำกัดเรื่องต้นทุนการบริหารจัดการธนาคารปูม้า ที่ปรึกษาหลายท่านจึงแนะนำให้เชื่อมโยงธนาคารปูม้าเข้ากับการท่องเที่ยวชุมชน เลยเป็นที่มาของการจัดตั้งเป็น “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ บ้านพุมเรียง” ขึ้นเพื่อเปิดให้บริการเป็นศูนย์การเรียนรู้การทำประมงปูม้า ซึ่งนั่นคือจุดขายใหม่ของธนาคารปู
              




     สำหรับรูปแบบการท่องเที่ยว จัดเป็นแพ็กเกจท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เช่น เมื่อมาถึงจะมีการบรรยายให้ความรู้เรื่องธนาคารปูม้า หลังจากนั้นจะพานักท่องเที่ยวขึ้นเรือไปปล่อยลูกปูที่เกาะเสร็จ  ทำกิจกรรมปลูกป่าชายเลน และรับประทานอาหารทะเล เป็นต้น


     ซึ่งทุกกิจกรรมไม่ได้มีแค่ความสนุกแต่ยังสอดแทรกแนวคิดการอนุรักษ์ธรรมชาติแก่นักท่องเที่ยวอีกด้วย ขณะที่ชาวบ้านในท้องถิ่นก็จะเข้ามามีส่วนร่วมทำงานตามความถนัดของตัวเอง  เช่น  คนมีเรือก็ใช้เรือพานักท่องเที่ยวไปส่งเกาะเสร็จ  บางคนทำหน้าที่วิทยากรสาธิตการเลี้ยงปู กลุ่มแม่บ้านทำหน้าที่แม่ครัวประกอบอาหาร เป็นต้น  ส่วนรายได้ที่เข้ามา ก็จะแบ่งสันปันส่วนตามความเหมาะสมและการลงเรี่ยวแรงของแต่ละคน    
              

     จากเบื้องต้นพวกเขามีสมาชิกกลุ่มอยู่ประมาณ 10 คน ปัจจุบันเพิ่มเป็นกว่า 40 คน ซึ่งแต่ละคนมีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน นอกจากนี้ทางกลุ่มยังมีการพัฒนาต่อเนื่อง เช่น นำวัตถุดิบจากทะเลมาแปรรูปเป็นน้ำพริก ยี่ห้อ “ชาวเลพุมเรียง” เพื่อขายเป็นของฝากแก่นักท่องเที่ยว และออกงานแสดงสินค้าชุมชน เป็นการเพิ่มรายได้ให้กับพวกเขาอีกทางหนึ่งด้วย


     นอกจากนั้น ยังขยายประโยชน์ไปสู่ชุมชนใกล้เคียง ที่มีการจัดกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยว เพื่อช่วยให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้อย่างต่อเนื่องอีกด้วย
              






     สำหรับ จรินทร์ เขาย้ำว่า “ธนาคารปูม้าที่ใหญ่ที่สุด คือ ท้องทะเลไทย” ฉะนั้นไม่ว่าใครก็สามารถสร้างธนาคารปูของตัวเองได้ และไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็สามารถช่วยกันอนุรักษ์และเพิ่มปริมาณทรัพยากรธรรมชาติได้เช่นกัน ซึ่งหากทุกพื้นที่มีความคิดแบบเดียวกันนี้ ก็จะช่วยทำให้การท่องเที่ยวชุมชนเติบโตอย่างยั่งยืนได้ในที่สุด
              

     วันนี้บ้านแหลมโพธิ์ ต.พุมเรียง อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ที่ตั้งของ ธนาคารปูม้า พุมเรียง ยังมีนักท่องเที่ยวแวะเยือนไม่ขาดสาย นอกจากความสุขที่ได้กลับไป ยังมีแนวคิดอยากอนุรักษ์ธรรมชาติให้อยู่คู่กับชุมชนเป็นของฝากติดหัวใจของทุกคนกลับไปด้วย ขณะคนในท้องถิ่นผู้ขับเคลื่อนธนาคารปูก็มี “กำไร” เป็นคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ที่สำคัญยังสามารถรักษาวิถีชีวิต และทรัพยากรธรรมชาติของพวกเขาไว้ได้คงเดิมอีกด้วย
 
 


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
Share:

Related Articles

​เหนื่อยนักต้องพักผ่อน เปิด Restflix บริการสตรีมมิ่ง ช่วยกล่อม SME ให้นอนหลับฝันดี

หลังจากผ่านพ้นวันอันเหน็ดเหนื่อย ทุกคนต้องการหลับตานอนบนเตียง แต่คนจำนวนมากไม่สามารถนอนหลับได้เต็มที่ โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีหลายเรื่องให้ต้องคิด ..

by SME Thailand.| 18 กย. 2020

​เจอวิกฤตจงเดินเข้าป่า! ชวน SME เรียนรู้ชีวิตไปกับหนังน้ำดี ‘Wild’ โดยบัณฑิต เทียนรัตน์

โลกหลังโควิดจะเป็นอย่างไร? บ้านเมืองจะไปต่อเช่นไรหลังพบความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่? ภัยพิบัติทางเศรษฐกิจที่กำลังโหมกระหน่ำตรงหน้า เราจะสู้มันอีท่าไหน? ..

by SME Thailand.| 11 กย. 2020

​สนามนักสู้ EP.1 : เริ่มธุรกิจด้วย ‘สิ่งที่ชอบ’ ต่อยอดในสิ่งที่ใช่! โดย ณัฐภูมิ รัฐชยากร

ในช่วงเวลาที่เกิดวิกฤต อาจเป็นจุดเปลี่ยนให้คุณเกิดธุรกิจใหม่ๆ ได้! โดยเริ่มจากหัวใจแค่ 2 ข้อ คือทำในสิ่งที่ชอบ และเริ่มจากสิ่งที่ทำได้ดีที่สุด ณ เวล..

by SME Thailand.| 10 กย. 2020