เจอวิกฤตจงเดินเข้าป่า! ชวน SME เรียนรู้ชีวิตไปกับหนังน้ำดี ‘Wild’ โดยบัณฑิต เทียนรัตน์

by SME Thailand. 11 กย. 2020
Share:



Main Idea

คมความคิดจาก Wild ปลุกไฟ SME
 
  • ต่อให้ทุกข์อย่างไร แต่ชีวิตยังเดินหน้าต่อไปได้เสมอ
 
  • ความโหดร้ายจากป่าไม่เท่าความโหดร้ายในใจของคน
 
  • จงเชื่อมั่นในความสามารถของตัวเอง 



     โลกหลังโควิดจะเป็นอย่างไร? บ้านเมืองจะไปต่อเช่นไรหลังพบความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่? ภัยพิบัติทางเศรษฐกิจที่กำลังโหมกระหน่ำตรงหน้า เราจะสู้มันอีท่าไหน?


       คำตอบอยู่ในสายลม อย่างสำนวนเขาว่าไว้ หรือมันอาจอยู่ใน เอ่อ ... ป่า!






      ชีวิตอันวินาศสันตะโรหลังสูญเสียแม่อันเป็นสุดที่รัก ทำให้ “เชอริล สเตรย์ด” สาวน้อยวัยแค่ยี่สิบปลายๆ ออกเดินเท้าเข้าป่าเป็นระยะทางกว่า 1,700 กิโลเมตร ไล่ตั้งแต่ทะเลทรายทางตอนใต้ของรัฐอริโซน่า ชายแดนเม็กซิโกและอเมริกา ขึ้นเหนือไปเรื่อยๆ อย่างทรหด ผ่านแคลิฟอร์เนีย เนวาดา ข้ามภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะไปจนถึงโอเรกอน โดยใช้เวลาไปทั้งสิ้น 94 วันเต็มๆ


      อ้อ สาวน้อยเชอริล เธอไม่มีประสบการณ์เดินป่าหรอกนะ ที่เธอมีก็แค่เคยติดเฮโรอีน สำส่อนไม่เลือกหน้าจนตั้งท้องกับใครไม่รู้แล้วก็ทำแท้ง แล้วก็เพิ่งหย่าขาดกับสามีด้วย





      “ฉายาเธอคือราชินีของป่านี้รู้ไหม ไปไหนก็มีแต่คนช่วยเหลือเธอ” ไอ้หนุ่มเดินป่าขี้เล่นคนหนึ่งบอกกับเชอริลไว้อย่างนั้น เชอริลได้แต่ยิ้มแค่นๆ ใช่ เธออาจจะสวยเกินไปในผืนไพรกว้างใหญ่จนเกือบถูกทำมิดีมิร้ายกลางดงร้าง แต่ในเมืองหนึ่งที่เธอหยุดพัก เธอกลับอารมณ์เปลี่ยวมากพอที่จะไปหิ้วหนุ่มลูกทุ่งคนหนึ่งมาและ “จัดการ” เขาเสียเอง
มองด้วยสายตาที่ไม่เท่าเทียมทางเพศเสียเลย เชอริลไม่ใช่ราชินี แต่เป็นแค่นางยั่วเมือง ที่แม้แต่เพื่อนสนิทก็ส่ายหน้า อดีตสามีก็ระอา ที่ยิ่งกว่านั้นคือ เชอริลยังเกลียดตัวเองเสียยิ่งกว่าอะไร “ฉันเคยเก่ง ฉันเคยเข้มแข็ง ฉันเคยเป็นคนดีกว่านี้” เธอพร่ำพร้อมน้ำตาในวันหนึ่ง


      ปมใหญ่ที่ขึงจนตึงร้าวคือแม่ของเชอริล แม่เป็นสาวชาวบ้านที่ได้กับพ่อขี้เมาที่ทุบตีเธอเป็นกระสอบทราย ชอบร้องเพลงแม้ในยามที่ชีวิตระยำตำบอนถึงขีดสุด





      “เราทำงานหนัก เราจะเป็นหนี้ไปตลอดชีวิต เราทุกข์กันถึงเพียงนี้ แม่ยังจะมีความสุขร้องเพลงนี่น่ะเหรอ?” แม่หันมามองเธอ


      “ทุกข์แล้วไง ชีวิตยังเดินหน้าได้ แม่อยากจะมีชีวิตต่อไปนี่” หลังจากนั้นมะเร็งก็มาพรากแม่ของเชอริลไปอย่างกะทันหัน


     สายตาที่แม่มองเธอวันนั้น มันมีประกายเร่าๆ แห่งชีวิต ตรงข้ามกับเชอริล ที่นาทีนั้นมีชีวิตอยู่เพียงแค่ชีพจรเต้นตุบ ตุบ เท่านั้น 4 ปีเต็มหลังแม่ตายเชอริลกลายร่างเป็นอีกคนหนึ่งที่ขวัญหายไปในวันที่เถ้ากระดูกแม่เกลื่อนไปกับผืนดิน


     เธอเทชีวิตไปในด้านที่ดิบเถื่อน โสมม ไร้ยางอาย ราวกับย้อนศรไปเป็นมนุษย์ถ้ำที่ยังไม่มีวิวัฒนาการ กระทั่งนาทีหนึ่งที่เธอได้ยินเสียงนั้น เสียงเพรียกจากพงไพร




     เธอทุ่มทุกอย่างให้กับเสียงนั้น จับทางว่าต้องเข้าป่าจากจุดไหน ขึ้นเขาลงห้วยไปถึงแห่งใด เธอปรี่ไปถึงที่นั่น จุดที่เรียกกันว่า PCT (Pacific crest trail) อันลือลั่นของนักเดินป่าทั่วโลก พร้อมเป้ใบใหญ่ยักษ์ที่เต็มไปด้วยของไม่จำเป็น ก้าวเท้าออกเดินท่ามกลางระอุไอของผืนทะเลทรายไพศาลด้วยความเชื่อที่ว่า เมื่อเราปวดร้าวจงเดินเข้าป่า


      อนิจจา มันไม่ได้สำเร็จง่ายดาย ใครหน้าไหนที่บอกว่าผืนป่าจะปลอบโยนความปวดร้าว หรือเสียงเพรียกที่ว่าอาจเป็นแค่อาการหูแว่ว เชอริลเล็บเท้าหลุด เกือบอดน้ำตาย เกือบโดนข่มขืน เกือบถูกน้ำพัด บอบช้ำไปทั้งสรรพางค์กาย และเกือบถูกหิมะกลืนกิน


      แต่การโบยตีของแดนเถื่อนตลอดกว่าสามเดือน เริ่มกลายเป็นความชาชิน จากแผลสดฝังรอยกลายเป็นแผลเป็น วันหนึ่งในนาทีที่แดดส่องจนผืนป่าเรืองรองราวกับดินแดนในเทพนิยาย เชอริลก็ได้พบว่า ความเจ็บปวดจากป่าเขาลำเนาไพรก็ไม่เท่ากับความเจ็บร้าวจากป่าดิบในใจของเธอเอง


     เธอปล่อยให้ความดิบเถื่อนนั้นทำลายตนเองมามากเกินพอ ถึงเวลาที่เธอต้องคืนอารยะให้แก่จิตใจของเธอแล้ว พลันที่ได้คิดก็เหมือนแม่ของเธอที่เดินตามมาอย่างห่างๆ ปรากฏตัวขึ้นในแว่บนั้น เหมือนเพื่อมาบอกเธออีกครั้งว่า


      “แม่อยากมีชีวิตต่อไปนี่”


      ชีวิตหลังภัยพิบัติที่มาในรูปแบบสารพัด อย่างไรก็ยังคือชีวิต น้ำเนื้อที่เต้นยิบๆ อยู่ในกายและใจ คุณอาจแค่ต้องยืนยันกับตัวเองว่ามันคือชีวิตของคุณ คุณจะยังโอบอุ้มมันต่อไป หรือปล่อยให้มันหลากไหลไปกับความเปล่าเปลี่ยว ความรกเรื้อของป่าเขา แท้จริงกลับสานทออยู่ด้วยความน่าทึ่งของธรรมชาติที่น่าตื่นตะลึง ลำพังสติปัญญามนุษย์อาจไม่มีวันเข้าใจได้ถ่องแท้ด้วยซ้ำ





      แต่นั่นหาใช่ปัญหาของชีวิต สมองมนุษย์ที่วิวัฒน์มาหลายแสนปี คือพริบตาเดียวของดาวเคราะห์ดวงนี้ก็จริง แต่นั่นก็เพียงพอแล้วที่เราจะฉลาดพอที่จะให้อภัยตัวเองในความปวดร้าวทั้งปวง


      เชอริลเลือกเดินเข้าป่า แล้วเราคนไทยหกสิบกว่าล้านคนหรือแม้แต่แค่คนเดียวที่ต้องทนทุกข์กับหนทางเบื้องหลังและเส้นทางข้างหน้าในขณะนี้ จะเลือกหนทางใด ... ที่จะคลายปมร้าวในใจ คงสุดแท้แต่ใจคุณ


      เชื่อมั่นในสมองและความคิด ขอเพียงมีชีวิตต่อไป
 









 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
Share:

Related Articles

​เหนื่อยนักต้องพักผ่อน เปิด Restflix บริการสตรีมมิ่ง ช่วยกล่อม SME ให้นอนหลับฝันดี

หลังจากผ่านพ้นวันอันเหน็ดเหนื่อย ทุกคนต้องการหลับตานอนบนเตียง แต่คนจำนวนมากไม่สามารถนอนหลับได้เต็มที่ โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีหลายเรื่องให้ต้องคิด ..

by SME Thailand.| 18 กย. 2020

​สนามนักสู้ EP.1 : เริ่มธุรกิจด้วย ‘สิ่งที่ชอบ’ ต่อยอดในสิ่งที่ใช่! โดย ณัฐภูมิ รัฐชยากร

ในช่วงเวลาที่เกิดวิกฤต อาจเป็นจุดเปลี่ยนให้คุณเกิดธุรกิจใหม่ๆ ได้! โดยเริ่มจากหัวใจแค่ 2 ข้อ คือทำในสิ่งที่ชอบ และเริ่มจากสิ่งที่ทำได้ดีที่สุด ณ เวล..

by SME Thailand.| 10 กย. 2020

​เหนื่อยนักไปพักหน่อย! ชวนเที่ยว “นาเฮียใช้” เมืองสุพรรณ ที่มีจิตวิญญาณชาวนาเป็นจุดขาย

“นาเฮียใช้” คือ พื้นที่นาและโรงสีที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเรียนรู้เรื่องข้าวและชาวนาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน กลายเป็นศูนย์การท่องเที่ยวและเรี..

by SME Thailand.| 28 สค. 2020