Who Am I ? อย่าให้ใครเป็นเข็มทิศให้เรา โดย ชนรรค์ สมบูรณ์เวชการ

by SME Thailand. 25 กย. 2020
Share:



Main Idea
 
 
  • เส้นทางชีวิตของแต่ละคนล้วนแตกต่างกัน จะใช้หลักการใดหลักการหนึ่งของคนๆ หนึ่ง มาเป็นแนวทางชีวิตเราไม่ได้
 
  • ตัวเราต่างหากที่ต้องเป็นโค้ชในการใช้ชีวิตของตัวเอง เพราะชีวิตมันไม่สูตรตายตัว
 
  • ไลฟ์โค้ชไม่ได้ช่วยอะไร แต่เป็นตัวเราที่ต้องตัดสินใจ ยอมรับ และเรียนรู้ด้วยตัวเอง
 
  • สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต คือการนอนหลับได้โดยไม่รู้สึกค้างคาใจกับการกระทำของตัวเองในวันนั้น



     เราทุกคนต้องเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่า “เราเกิดมาทำไม” ทางเดินชีวิตตั้งแต่เด็กจนโตทำไมไม่สวยหรูเหมือนคนอื่นที่เราเห็นว่าประสบความสำเร็จ ในเวลานี้เรากำลังทำอะไรอยู่ หรือแม้กระทั่งคำถามที่แทบทุกคนจะตอบไม่ได้ก็คือ ตัวตนที่แท้จริงของเราคืออะไรกันแน่
               




      ผมไม่เชื่อในคำว่า ผู้แนะนำในการสอนการใช้ชีวิต ผู้เปลี่ยนทัศนคติมืออาชีพ หรือที่คนรุ่นใหม่เรียกว่า “ไลฟ์โค้ช” คุณเคยถามตัวเองไหมว่าหนังสือหลายเล่มที่ถูกเขียนโดยไลฟ์โค้ชทั้งหลายเหล่านี้มันได้เปลี่ยนชีวิตคุณจริงๆ หรือเป็นแค่หนังสือที่ทำให้คุณฮึกเหิมได้ 2-3 วัน ว่าคุณจะทำแบบนี้ ตามแนวทางที่กูรูคนนี้เขียน หรืออาจจะเป็นการเอาคำคมในหนังสือมาลงในโลกโซเชียลให้ดูเท่ๆ ลงสตอรี่เพื่อมาเสียดสีคน หรือแสดงละครบนคีย์บอร์ดเพื่อสื่อสารให้โลกได้รู้ว่า คุณสามารถตัดสิ่งบางสิ่ง หรือ คนบางคนได้แล้ว





      แต่ที่จริงสุดท้ายอีก 2-3 เดือน หรือแม้ชั่วชีวิต คุณก็ไม่สามารถลืมสิ่งนั้นได้อย่างจริงใจ หนังสือที่ดี ผมย้ำเสมอว่าเป็นหนังสือที่ทำให้เราคิด กระตุ้นสมอง และทำให้เรามีความรู้สึกร่วมกับผู้เขียนไปด้วย เปรียบเสมือนเพื่อนที่ดีคนหนึ่งที่ไม่ต้องมาสอนอะไรเรามาก แต่เวลาพบเขาแล้ว เราสนุก พูดภาษาเดียวกัน เล่าเรื่องราวชีวิตแล้วเข้าใจกันโดยปราศจากอคติใดๆ
               

      เรื่องความเชี่ยวชาญ ในความเห็นของผม เกิดขึ้นได้ไม่กี่แบบ หนึ่ง คุณมีพรสวรรค์ในด้านนั้นและรักสิ่งนั้นจนนำมาเป็นอาชีพคุณ สอง คุณรักในสิ่งนั้นแล้วฝึกฝนซ้ำแล้วซ้ำเล่าไขว่คว้าหาความรู้จนคุณรู้ลึกรู้จริงทั้งแง่บวกแง่ลบและสามารถนำมาสอนคนได้ การใช้ชีวิตนั้นไม่เกี่ยวกับพรสวรรค์ และส่วนตัวผมเองนั้นคิดว่าทุกคนรักชีวิตของเราทุกคน หรือ ไม่อยากตายหรือทุกข์ จะเป็นคำที่เหมาะสมกว่า





      ประสบการณ์ชีวิตตั้งแต่เล็กจนโตคือการฝึกฝนซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่อยู่ที่เราทำมันผิดหรือไม่ แล้วคุณใช้อะไรในการตีความหมายของคำว่า “ผิด” แง่บวกและแง่ลบ ก็เป็นความปัจเจกอีก เหตุผลของการที่ผมไม่เชื่อในไลฟ์โค้ชก็คือ เส้นทางชีวิตของสิ่งมีชีวิตทุกสิ่งย่อมแตกต่างกัน ทั้งในเชิงภูมิศาสตร์ ศาสนา ความเชื่อส่วนตัว ครอบครัว คนรอบข้าง ประสบการณ์ที่เก็บเกี่ยวมาตั้งแต่จำความได้ แล้วคุณจะใช้หลักการใดหลักการหนึ่งของบุคคลคนหนึ่งที่ไม่เคยรู้จักคุณมาก่อน ที่ใช้ชีวิตต่างจากคุณมามากมาย มาเป็นแนวทางชีวิตของคุณงั้นหรือ สำหรับผม มันไม่ใช่
               

       ตัวเราเองต่างหาก ที่ต้องเป็น โค้ช ในการใช้ชีวิตของตัวเอง เพราะชีวิตมันไม่มีสูตรตายตัว การเอาตัวรอดทางสังคม หรือ ถ้าโชคไม่ดีหน่อยก็คือ ไม่รอด ในสถานการณ์ต่างๆ ของแต่ละคนนั้น ไม่เหมือนกัน การเอาตัวรอดของคนในยุค 1990 กับ 2000 ช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การเอาตัวรอดและการใช้ชีวิตของ ประธานกรรมการบริษัทมหาชน กับ มนุษย์เงินเดือนก็เช่นกัน





      ยกตัวอย่างเช่น CEO ท่านหนึ่งบอกว่าต้องใช้คนให้เป็น แต่ถ้าคุณไม่มีคนให้ใช้ หรือ คนที่มีอยู่อาจจะยังเก็บชั่วโมงบินไม่พอ แนวคิดนั้นก็มิได้สร้างประโยชน์อะไร


      พ่อแม่ทุกคนคงได้สอนลูกว่า เจ็บแล้วต้องจำ อันนั้นคือความจริง เพราะคงไม่มีใครอยากเจ็บแบบเดิมซ้ำๆ ซากๆ แต่ในบางโอกาส เราก็อาจจะมีเผลอบ้าง


      ปัจจัยที่ทุกคนสามารถคุมได้คือการกระทำของตัวเอง แม้กระทั่งสุขภาพของเรา เรายังควบคุมไม่ได้เลย เช่น มะเร็ง โรคแปลกๆ


      ดังนั้นผมคิดว่า สิ่งที่คุณได้เรียนรู้มาจากประสบการณ์ของคุณเองทั้งนั้น นั่นคือโค้ชที่ดีที่สุดของคุณ ชีวิตมันไม่มีอะไรแน่นอน แต่อยู่ที่การตัดสินใจในเวลานั้น ซึ่งประกอบไปด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง เช่น อารมณ์ สภาพทางการเงิน สุขภาพ และ ส่วนได้ส่วนเสียของบุคคลใกล้ตัว






      ไลฟ์โค้ชช่วยคุณได้ไหม ผมว่า “ไม่” แต่ตัวคุณต่างหาก ที่ต้องตัดสินใจ ยอมรับ และ เรียนรู้
               

      ตัวตนของเราคืออะไร จริงๆ ผมก็เคยนึกมาเสมอ แต่ก็ไม่เคยมีคำตอบที่ตายตัว โลกเราเปลี่ยนไปทุกวัน คนรอบข้างเราก็เปลี่ยนได้ตลอดเวลา ความชอบส่วนตัวของเรา การปรับตัวในทางโลกก็เปลี่ยนไป ไม่มีอะไรแน่นอนเลยจริงๆ แต่ผมว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต คือการทำให้ตัวเองนอนหลับได้โดยไม่รู้สึกค้างคาใจกับการกระทำของตัวเองในวันนั้น


      คุณได้เงินมาด้วยความเหนื่อยและสุจริต คุณได้ใช้เวลากับครอบครัวญาติมิตรด้วยความจริงใจ ผมคิดว่าคุณสามารถหลับได้อย่างสบายใจ แต่ถ้าหากคุณได้เงินมาด้วยความไม่ซื่อสัตย์ คบเพื่อนเพื่อหาผลประโยชน์ หรือ เจตนาร้าย อิจฉาริษยา วันนั้นคุณคงนอนไม่หลับ และมันอาจจะทำให้คุณนอนไม่หลับไปอีกหลายวันเลยด้วยซ้ำ
               

      สุดท้ายนี้ ผมขอให้โค้ชทุกท่านหลับสบายกันทุกคนครับ 
 







 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
Share:

Related Articles

​บุญก็มาเงินก็มี! รวม 6 เมนูเจ ทำขายง่าย กำไรงาม

เริ่มต้นกันแล้วสำหรับเทศกาลกินเจปี 2563 ซึ่งตรงกับวันที่ 17 - 25 ตุลาคม แม้ปีนี้บรรยากาศอาจดูเงียบเหงากันไปบ้าง เพื่อพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส และเข้ากั..

by SME Thailand.| 16 ตค. 2020

​ใช้บาดแผลและรอยช้ำ ประสบการณ์คนรุ่นเก่า นำพาเราข้ามวิกฤต โดย วัฒนพงษ์ ตั้งร่ำรวย

ประสบการณ์ของคนรุ่นก่อน มักใช้ได้เสมอ สำหรับคนที่นำมาปรับใช้ให้เข้ากับยุคสมัย อย่างน้อยก็เป็นแนวทางการตัดสินใจได้บ้างว่า อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ อะไร..

by SME Thailand.| 11 ตค. 2020

​เหนื่อยนักต้องพักผ่อน เปิด Restflix บริการสตรีมมิ่ง ช่วยกล่อม SME ให้นอนหลับฝันดี

หลังจากผ่านพ้นวันอันเหน็ดเหนื่อย ทุกคนต้องการหลับตานอนบนเตียง แต่คนจำนวนมากไม่สามารถนอนหลับได้เต็มที่ โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีหลายเรื่องให้ต้องคิด ..

by SME Thailand.| 18 กย. 2020