ชาญมิวสิคเคิ้ล Siam Series ดีไซน์กลองสะท้อนความเป็นไทย






    เพราะต้องการตอกย้ำให้ทั่วโลกรับรู้ว่า สินค้าไทยมีคุณภาพไม่แพ้ชาติใดในโลก เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้บริษัท ชาญมิวสิคเคิ้ล จำกัด ผู้ผลิตเครื่องดนตรีประเภท Percussion ที่เปิดมานานกว่า 50 ปี และเป็นผู้ผลิตเครื่องดนตรีให้แบรนด์ดังในระดับโลก ตัดสินใจแตกไลน์ไปสู่การผลิตกลองชุดและกลองสแนร์ ภายใต้แบรนด์ CMC 

 



    ซึ่งนอกเหนือจากคุณภาพที่ดีแล้ว ยังโดดเด่นด้วยดีไซน์อันเกิดจากการผสมผสานความรู้และภูมิปัญญาไทยในการทำสีและลวดลายแบบไทยๆ ลงบนผลิตภัณฑ์ จากจุดนี้เองที่ทำให้ ชาญมิวสิคเคิ้ล คว้ารางวัลโดดเด่นด้านดีไซน์ผลิตภัณฑ์ ในโครงการ SME Thailand Inno Awards 2015 ไปครองได้สำเร็จ

 



    กฤษกร ชาญดนตรีกิจ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ชาญมิวสิคเคิ้ล จำกัด กล่าวว่า ที่ผ่านมาในฐานะผู้ผลิตเครื่องดนตรีให้กับแบรนด์ดังมากมายในต่างประเทศ แม้ในเรื่องของคุณภาพจะได้รับการยอมรับ แต่หากมองในแง่ของการรับรู้ยังพบว่า คนส่วนใหญ่จะไม่ทราบว่าเป็นสินค้าไทย และมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่มองว่าสินค้าไทยยังสู้สินค้าต่างชาติไม่ได้

 



     ดังนั้น กลอง CMC จึงเกิดขึ้นเพื่อตอกย้ำให้เห็นว่า สินค้าไทยก็มีคุณภาพดีเทียบเท่าระดับโลก และสร้างการรับรู้ในสายตาชาวโลกว่า นี่คือสินค้าฝีมือคนไทย ฉะนั้น CMC จึงเป็นกลองยี่ห้อแรกของไทยที่มีการนำเอาไม้ไทย อย่างไม้ยางพาราคุณภาพดีมาผลิตเป็นกลองสแนร์และกลองชุด ไม่เพียงเท่านั้นยังมี ไม้ทุเรียน ไม้ตาล และไม้แอช ที่ถูกนำมาใช้ด้วยเช่นกัน 

 


    ทั้งนี้ นอกจากการเลือกใช้ไม้ไทยเป็นวัสดุในการผลิตแล้ว เพื่อให้สามารถสะท้อนความเป็นไทยออกมาอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น จึงมีการนำเอาเรื่องของดีไซน์มาช่วยต่อยอด จึงเกิดเป็นกลอง CMC ภายใต้ธีมที่มีชื่อว่า Siam Series ซึ่งจะมีความโดดเด่นด้านการผสมผสานความรู้และภูมิปัญญาของไทยในการทำสีและลวดลายแบบไทยลงบนผลิตภัณฑ์อย่าง กลองสแนร์ลวดลายฝังมุก กลองสแนร์ลายไทยปิดทองคำเปลว 100 เปอร์เซ็นต์ และกลองสแนร์ลวดลายสีจุ่ม เป็นต้น



 



     เรียกได้ว่า ดีไซน์ดังกล่าวนี้ช่วยทำให้กลอง CMC มีความโดดเด่นและเป็นที่สะดุดตาของลูกค้าอย่างมาก อย่างไรก็ดี นอกจากกลอง CMC จะนำเสนอลวดลายอันโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ และเลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพและความหลากหลายแล้ว หากลูกค้าต้องการกลองที่ไม่ซ้ำใครสามารถสั่งทำกลองที่ตนออกแบบลวดลายเองได้ด้วยบริการ Custom Drum ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งบริการดีๆ ที่ทำให้ CMC ได้ใจมือกลองทั้งในและต่างประเทศ 

 




    “ผลจากการนำไม้ไทยมาผลิตกลอง CMC ทำให้เสียงของกลองดีขึ้นและมีความแข็งแรง ทนทาน ทำให้กลองมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น กลองสแนร์บางใบยังนำเอาไม้ต่างชนิดมาผสมทำเป็นตัวถังกลอง ซึ่งไม่เคยมีใครทำมาก่อน และเพื่อตอกย้ำภาพความเป็นสินค้าไทยให้ชัดเจนขึ้น วัตถุดิบส่วนใหญ่ของกลอง CMC จึงผลิตในไทยด้วยฝีมือคนไทย ดังนั้น ลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่าหากสินค้าชำรุด เสียหายจะมีอะไหล่สำหรับเปลี่ยนแน่นอน”

 



    แม้กลอง CMC จะเป็นที่รู้จักทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่ถึงกระนั้น นักดนตรีหรือผู้ใช้บางกลุ่มยังมองว่ากลองที่ผลิตในประเทศไทยนั้น คุณภาพเทียบเท่ากับกลองที่ผลิตในต่างประเทศไม่ได้ เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับแบรนด์ กฤษกรจึงทำการประชาสัมพันธ์ผ่านเฟซบุ๊กและยูทูบ โดยอัพโหลดคลิปวิดีโอการทดสอบกลอง CMC ของมือกลองผู้มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในวงการ รวมทั้งจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปเพื่อให้มือกลองทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่นได้เข้ามาพิสูจน์คุณภาพของกลอง 

 



    อย่างเช่น งาน CMC Drum Day 2015 ซึ่งจัดไปเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2558 ที่ผ่านมา ถือเป็นงานที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากมือกลองทั่วประเทศ เพราะแม้ไม่มีการจำหน่ายสินค้าแต่ทุกคนก็เต็มใจมา ซึ่งนี่เสมือนสัญญาณอันดีที่แสดงให้เห็นชัดว่า ชาญมิวสิคเคิ้ลสร้างความเชื่อมั่นให้กับแบรนด์ได้สำเร็จผ่านการสร้างคุณภาพและดีไซน์อันโดดเด่นของกลองไทย CMC


www.smethailandclub.com 
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อความสำเร็จของธุรกิจ SME (เอสเอ็มอี)

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

อมต ชัยเกรียงไกร จากผู้อยู่เบื้องหลัง 2,000 สูตรสกินแคร์ญี่ปุ่น สู่ผู้ก่อตั้ง AMT Skincare รายได้ 520 ล้าน ด้วยโมเดล ‘ให้ความรู้ก่อนการขาย’

นักวิจัยเกียรตินิยมอันดับ 1 มีประสบการณ์จาก KOSÉ บริษัทเครื่องสำอาง Top 3 ของญี่ปุ่น แต่หางานในไทยไม่ได้ เพราะ 'Overqualified' จากวันที่มืดแปดด้าน อะไรคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ อมต ชัยเกรียงไกร กลับมาสร้างอาณาจักรธุรกิจ AMT Skincare ได้สำเร็จ

ชาว Dog Lover ต้องถูกใจสิ่งนี้! Hide Away Club “คาเฟ่หมาจร” ไอเดียทำธุรกิจยุคใหม่ เปิดคาเฟ่ไปด้วย ช่วยน้องหาบ้านไปด้วย

รู้จัก Hide Away Club หรือที่หลายคนเรียกว่า “คาเฟ่หมาจร” จ.นครปฐม ที่ไม่ได้เป็นเพียงร้านกาแฟ แต่ยังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมให้น้องหมาได้พบกับบ้านหลังใหม่

ไม่ได้เริ่มจากความพร้อม แต่เริ่มจากทางตัน Jimmy Family Restaurant กับบทเรียนการสู้ไม่ถอย พลิกธุรกิจฟื้นกลับมาได้ ในวันที่เกือบล้ม

เรียนจบกลับมา เหลือเงินในบ้าน 5,000 บาท หนี้ก้อนโต และร้านอาหารที่กำลังจะเปิด นี่คือจุดเริ่มต้นของ Jimmy Family Restaurant และไนน์-ภากร มหิทธาฤทธิกร ในวัย 22 ปี ก่อนที่จะเจอวิกฤติอีกครั้ง เมื่อคู่แข่งมาเปิดร้านใกล้ๆ จนขาดทุน เขาทำอย่างไรจึงพลิกธุรกิจกลับมาได้