5 คำถามทุก CEO ต้องตอบทุกไตรมาส เช็กทิศทางธุรกิจ และพลังผู้นำใน 90 วัน

Text: Neung Cch.


      ในโลกที่ความไม่แน่นอนกลายเป็นเรื่องปกติ ความเร็วไม่ใช่ข้อได้เปรียบอีกต่อไป—แต่คือเงื่อนไขการอยู่รอด

     บทบาทของ CEO จึงไม่ใช่แค่ “ผู้บริหาร” ที่คุมงบประมาณหรือทีมงาน แต่คือ “ผู้ตัดสินใจเชิงอนาคต” ที่ทุกการขยับอาจเปลี่ยนทิศทางทั้งองค์กรได้ภายใน 90 วัน

     และในความซับซ้อนที่รายล้อมอยู่นี้…

     สิ่งหนึ่งที่แยก “ผู้นำที่อยู่รอด” ออกจาก “ผู้นำที่เติบโต” ไม่ใช่ตำแหน่งหรือประสบการณ์

     แต่คือ ความสามารถในการตั้งคำถามกับตัวเองให้ถูกจุด

     ต่อไปนี้คือ 5 คำถามสำคัญที่ CEO ควรถามตัวเองทุกไตรมาส เพื่อเช็กทิศทางธุรกิจ ทดสอบวิธีคิดผู้นำ และรักษาองค์กรให้เดินอยู่บนเส้นทางแห่งการเติบโตอย่างไม่หลงทาง

1. กลยุทธ์ของเรายังตอบโจทย์โลก (และลูกค้า) ที่เปลี่ยนไปอยู่หรือไม่? เพราะความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดของผู้นำธุรกิจ ไม่ใช่การ “ตัดสินใจผิด” แต่คือการ “มั่นใจในสิ่งเดิม” จนไม่ทันเห็นว่าตลาดได้หมุนผ่านเราไปแล้ว

     ผู้นำที่อยู่รอดไม่ใช่คนที่มีแผนดีที่สุด แต่คือคนที่กล้าทบทวนแผนเดิมอย่างสม่ำเสมอ และพร้อมปรับเข็มทิศใหม่เมื่อโลกเปลี่ยน

     คำถามที่ควรถามตัวเอง 

          - “อะไรคือสิ่งที่เปลี่ยนไปในธุรกิจของเราอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ไตรมาสที่แล้ว?

          - และถ้าเรายังเดินหน้าตามแผนเดิมโดยไม่เปลี่ยนอะไรเลย ผลลัพธ์จะดีขึ้น หรือแย่ลง?”

          - ลูกค้าของคุณต้องการอะไรที่ยังไม่มีใครให้เขา?

          - สินค้าหรือบริการของคุณยัง “แก้ปัญหา” ให้เขาได้จริงอยู่ไหม?

     Tip

           - โทรคุยกับลูกค้า & ตรวจสอบคอมเมนต์ล่าสุดบนโซเชียล / Social Listening

          - ทดลองปรับผลิตภัณฑ์หรือแคมเปญ อย่ารอให้ตลาดบังคับเปลี่ยน

2. เรากำลังลงทุนใน "นวัตกรรม" ที่จะทำให้ลูกค้ายังคง "รัก" เราอยู่หรือไม่? เพราะ “นวัตกรรม” ไม่ได้หมายถึงการคิดค้นสินค้าใหม่อย่างเดียว แต่มันคือการลงทุนใน ความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า การทำให้พวกเขายังคง “รู้สึกดี” และ “เลือกเรา” แม้มีตัวเลือกใหม่ๆ เข้ามาทุกวัน

     การถามตัวเองว่า “เรายังลงทุนพอหรือไม่” ไม่ได้เกี่ยวกับงบประมาณเท่านั้น แต่มันคือการทบทวนว่าทีมของคุณยังมีพื้นที่ให้ทดลองสิ่งใหม่ๆ หรือไม่

     เพราะองค์กรที่ไม่กล้าทดลองในวันนี้… จะกลายเป็นองค์กรที่ถูกทดลองในวันหน้า

     คำถามที่ควรถามตัวเอง

          - “เรากำลังลงทุนในนวัตกรรมเพียงพอหรือไม่?

          - และเทคโนโลยีใหม่ใด โดยเฉพาะ AI หรือแนวโน้มที่เรายังไม่ได้สำรวจ จะทำให้ลูกค้าของเรายังคง ‘รัก’ และ ‘เลือกเรา’ ต่อไป?”

      Tip

          - ให้ทีมทดลอง Pilot Project / ไอเดียเล็ก

          - ใช้ AI / เทคโนโลยีใหม่สร้าง Value และวัดผลปรับปรุงต่อเนื่อง

3. ฉันกำลังตัดสินใจโดยใช้ "ข้อมูล" หรือแค่ "สัญชาตญาณ" กันแน่? เพราะบทบาทของผู้นำในวันนี้ ไม่ใช่แค่ “ผู้มองเห็นอนาคต” แต่ต้องเป็น “ผู้ใช้ข้อมูลสร้างอนาคต” การทบทวนว่า ทุกการตัดสินใจสำคัญในไตรมาสนี้มีข้อมูลรองรับมากพอหรือยัง คือการป้องกันความผิดพลาดที่มีราคาสูงที่สุดในองค์กร

     อย่าลืมว่า “Data-driven” ไม่ใช่แฟชั่นขององค์กรใหญ่ แต่มันคือ ทักษะเอาตัวรอดของผู้นำทุกคน

     คำถามที่ควรถามตัวเอง

          - “อะไรคือ KPI ที่สำคัญที่สุดสำหรับการเติบโตในไตรมาสนี้?

          - และเรามีข้อมูลเพียงพอจะยืนยันได้หรือไม่ว่า การตัดสินใจของเรา ‘ไม่ใช่การเดา’ แต่เป็นการ ‘รู้จริง’?”

     Tip

          - ระบุ KPI สำคัญต่อการเติบโตไตรมาสนี้

          - ตรวจสอบว่ามีข้อมูลรองรับทุกการตัดสินใจ / ใช้ Dashboard ช่วยตัดสินใจ

4. ทีมของคุณยัง “เชื่อในฝันเดียวกัน” อยู่หรือไม่ในวันที่เทคโนโลยีเปลี่ยนทุก 3 เดือน แต่ทักษะของคนเปลี่ยนตามไม่ทัน องค์กรอาจกำลังเดินไปข้างหน้าด้วยเครื่องยนต์ที่เริ่มสะดุด เพราะขาดทั้ง “Skill” และ “Spirit” พร้อมกัน

     ทีมอาจยังขยันเหมือนเดิม แต่ไม่มั่นใจในทิศทางอีกต่อไป บางคนหมดไฟโดยไม่รู้ตัว

     เพราะทีมคือแรงขับเคลื่อนที่แท้จริงขององค์กร ไม่ว่ากลยุทธ์จะดีแค่ไหน ถ้า “คนในทีมไม่เชื่อ” หรือ “ไม่พร้อม” ทุกอย่างก็ไปไม่ถึงปลายทาง CEO ที่เก่ง ไม่ได้แค่ดูว่าคนทำงานเก่งแค่ไหน แต่ดูว่าเขายัง “เชื่อในสิ่งเดียวกับเรา” อยู่หรือไม่

     คำถามที่ควรถามตัวเอง

          - “ทีมเราขาดทักษะอะไรในอีก 6 เดือนข้างหน้า โดยเฉพาะด้าน Data และ AI?

          - และเรากำลังทำให้ทีมยังคง ‘อิน’ กับวิสัยทัศน์ขององค์กรอยู่หรือเปล่า?”

          - ทีมเรามีทักษะพร้อมรับมือโลกที่ใช้ Data เป็นฐานหรือยัง?

          - ทีมยังเชื่อในวิสัยทัศน์ของเราจริงๆ หรือแค่ทำตามคำสั่ง?

          - มีสัญญาณอะไรที่บอกว่าคนในทีมเริ่มหมด Passion หรือไม่รู้ว่า “เรากำลังไปไหน”?

     Tip

          - สื่อสารวิสัยทัศน์ให้ชัดเจนและสม่ำเสมอ

          - สังเกตสัญญาณหมด Passion หรือไม่เข้าใจทิศทาง

5. คุณยังดูแลตัวเองดีพอ ที่จะเป็น “ผู้นำที่แข็งแกร่ง” ได้อยู่หรือไม่? ความเครียดสะสมจากการบริหาร ความกดดันของเป้าหมาย และความกลัวที่พูดไม่ได้ ทำให้หลายคนเริ่ม “หมดพลังโดยไม่รู้ตัว” แม้ว่า…

     บางคนยังทำงานได้ แต่ขาดความชัดเจนในการคิด

     บางคนยังยิ้มได้ แต่ภายในเริ่มไม่มั่นคง

     และบางครั้ง การตัดสินใจผิดพลาดครั้งใหญ่ขององค์กร เริ่มต้นจาก “คืนที่ผู้นำคนนั้นไม่ได้หลับพอ”

     เพราะคุณภาพของการตัดสินใจ = คุณภาพของภาวะผู้นำ ถ้าผู้นำล้า ระบบทั้งหมดก็เริ่มสั่นคลอน การดูแลตัวเองไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว แต่คือ “ความรับผิดชอบสูงสุด” ที่คุณมีต่อทั้งองค์กรและคนที่เดินตามคุณอยู่

     คำถามที่ควรถามตัวเอง:

          - “อะไรคือสิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึก ‘หมดพลัง’ ในไตรมาสที่ผ่านมา?

          - และฉันมี ‘ที่พักใจ’ หรือวิธีจัดการกับความกลัวและความไม่แน่นอน เพื่อให้การตัดสินใจทางธุรกิจยังคงเฉียบคมได้อย่างไร?”

     Tip

          - รีชาร์จพลัง เช่น เดิน 20 นาที / วางแผนส่วนตัว / ฝึก Mindfulness

          - จัดการความกลัว & ความไม่แน่นอน เพื่อให้การตัดสินใจเฉียบค

     5 คำถามนี้ไม่ใช่เช็กลิสต์ธรรมดา แต่คือ “เครื่องสะท้อนทิศทาง” ของทั้งองค์กร ทุกไตรมาสที่ผ่านไป คุณอาจไม่ต้องมีคำตอบที่สมบูรณ์

     แต่คุณต้องกล้าที่จะถาม… เพราะการเติบโตขององค์กร เริ่มจากการที่ผู้นำ “กล้าตั้งคำถามกับตัวเองก่อนเสมอ”

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
  

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

เพราะคิดถึงรสชาติความหนึบของขนม  หนุ่มไต้หวันสร้างแบรนด์แพนเค้กโมจิ KiuKiu ที่ทำเงิน 100,000 ดอลลาร์ในเดือนแรก

ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่เริ่มจากไอเดียเล็กๆ แต่ลงมือทำอย่างจริงจัง ทดลองสูตรกว่า 80 ครั้ง จนทำให้ KiuKiu แบรนด์แพนเค้กและวาฟเฟิลสไตล์โมจิ เติบโตเร็วแบบชวนทึ่ง ทำรายได้แตะ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในเดือนแรกของการเปิดขาย

จาก Home School สู่ธุรกิจ Event เงินล้าน เจาะความคิด CEO วัย 19 ที่ทำให้ลูกค้ายอมไว้ใจ Gen Z

ทิ้งมหาลัย เพื่อออกมาเปิดบริษัท! นี่คือการเดิมพันครั้งใหญ่ของ CEO วัย 19 ที่พิสูจน์แล้วว่า 'ประสบการณ์' สร้างรายได้ถึง 'เงินล้าน' ได้จริง

MATCHAZUKI จากความหลงใหลสู่แบรนด์มัทฉะไทยกว่า 11 ปี ที่ “ใส่ใจ” ลูกค้าในทุกย่างก้าวของการเติบโต

แม้วันนี้มัทฉะจะฟีเว่อร์ แต่ไม่ใช่ 11 ปีก่อน เมื่อการหามัทฉะคุณภาพดีในไทยไม่ใช่เรื่องง่าย จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นให้ทีมเล็กๆ ก่อกำเนิด MATCHAZUKI แบรนด์ไทยที่หลงใหลในมัทฉะไม่แพ้ใคร พร้อมเปิดประตูชวนผู้คนให้ก้าวเข้าสู่โลกสีเขียวใบนี้ไปด้วยกัน