ไม่สู้ราคา แต่ชนะด้วยครีเอทีฟ Kitsch Hotel โรงแรมที่เปลี่ยน ห้องพักให้กลายเป็นแบรนด์

Text: Wipawan In.


     ธุรกิจโรงแรมในกรุงเทพมีการแข่งขันกันด้วยตำแหน่งที่ตั้ง ราคา และฟังก์ชันพื้นฐาน แต่ Kitsch Hotel กลับเลือกเดินในเส้นทางตรงข้าม โรงแรมขนาดกะทัดรัดที่ซ่อนตัวอยู่ในย่านราชเทวี กลายเป็น “destination” ที่คนรุ่นใหม่ต่างปักหมุด เพราะไม่ได้ขายเพียงเตียงนุ่ม ๆ หรือความสะดวกสบาย แต่ขายความตั้งใจ ดีไซน์ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว และความสนุกที่ซ่อนอยู่ในทุกห้อง ทุกมุม ที่ถูกออกแบบมาอย่างตั้งใจ โดยสองผู้ก่อตั้ง ลูกศร–ศรุติ ตันติวิทยา และ อั้ม–บุญญนัน เรืองวงศ์ ที่เชื่อว่าโรงแรมสามารถเป็นพื้นที่แห่งความคิดสร้างสรรค์ เป็นสตูดิโอ เป็นโชว์รูม และเป็นแรงบันดาลใจของผู้เข้าพักได้ในเวลาเดียวกัน

ไอเดียจากความตั้งใจและ DNA ด้านศิลปะ

     ความตั้งใจเริ่มต้นของ Kitsch Hotel ไม่ได้เกิดจากแผนธุรกิจยิ่งใหญ่ แต่เกิดจากความรู้สึกว่า “อยากสร้างประสบการณ์อะไรที่มากกว่าแค่ร้าน” ลูกศร เจ้าของธุรกิจ Daddy & The Muscle Academy ซึ่งคุ้นเคยกับการขายสินค้าศิลปะและความน่ารัก และต้องการเพิ่มพื้นที่ที่ลูกค้าจะได้ใช้เวลามากกว่ามาซื้อของที่หน้าร้าน จึงเริ่มคิดถึงการต่อยอดธุรกิจในรูปแบบใหม่ จนมาลงตัวที่ “โรงแรม” เพราะมีองค์ความรู้ด้านการก่อสร้างจากที่บ้านมาช่วยให้ควบคุมงานได้รวดเร็วและอยู่ในงบประมาณ

     โดยได้รับการสนับสนุนจากสามีอย่างอั้ม และเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง ที่มีประสบการณ์ด้านครีเอทีฟโฆษณาและทำแบรนดิ้ง ผ่านการทำงานให้หลายแบรนด์ ได้เกิดไอเดียและตั้งโจทย์ของโรงแรมนี้ว่าเป็นการสร้าง “Branding ให้แต่ละห้อง” มากกว่าจะสร้างโรงแรมแบบเดิมที่ทุกห้องให้ mood and tone เดียวกัน ทั้งคู่มองเห็นศักยภาพของพื้นที่ที่ได้มา รีโนเวตจากโครงสร้างเดิม ลงมือออกแบบ ปรับเปลี่ยนดีไซน์เอง เพื่อให้ได้งานออกมาตามที่ต้องการและใช้เวลาในการก่อสร้างให้น้อยที่สุด

     “เราใช้เวลา 8 เดือนในการรังสรรค์โรงแรมออกมา สิ่งต่อไปที่เราต้องคิดคือจะทำยังไงให้น้องใหม่อย่างเราอยู่รอดเพราะ Kitsch Hotel ตั้งอยู่ในย่านที่มีโรงแรมจำนวนมากและเสี่ยงต่อ Price War พวกเราตัดสินใจไม่สู้ด้วยราคา แต่สู้ด้วยความคิดสร้างสรรค์ เราไม่อยากเป็นตัวเลือก เราอยากเป็นจุดหมาย คือสิ่งที่ทำให้เรากลายเป็นโรงแรมที่แตกต่าง ไม่ใช่แค่ที่พัก แต่เป็นประสบการณ์ในแบบที่โรงแรมทั่วไปหาไม่ได้ เราเชื่อว่าความครีเอทีฟคืออาวุธสำคัญ และเมื่อแขกประทับใจ เขาจะกลายเป็นสื่อให้เราแบบที่ไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณาเลย”

ห้องที่มีเรื่องเล่า กิมมิคที่ทำให้อยากกลับมาพักซ้ำ

    เบื้องหลังห้องพักทุกห้อง คือแรงบันดาลใจจากสิ่งที่ทั้งคู่ชอบ ทั้งภาพยนตร์ เพลง สถานที่ท่องเที่ยว ไปจนถึงRoad Trip ที่อเมริกา ช่วงที่ทั้งคู่พักในโรงแรมที่ห้องมีธีมไม่ซ้ำกัน สิ่งนั้นกลายเป็นประสบการณ์ที่ประทับใจ และอยากให้มีโรงแรมแบบนี้ในไทย เป็นจุดเริ่มต้นของไอเดียที่ว่า “อยากให้โรงแรมเป็นที่ที่คนอยากกลับมาเลือกห้องใหม่อีกครั้ง”

     “เราจึงนำประสบการณ์และควาชอบมาสร้างเป็นห้องธีมต่าง ๆ เช่น ห้อง Teddy Room ที่ได้แรงบันดาลใจจาก Yosemite National Park และภาพยนตร์เรื่อง Moonrise Kingdom ที่มาพร้อมไอคอนน้องหมีที่ตั้งอยู่กลางห้อง ห้อง Forbidden Apple ได้แรงบันดาลใจจาก Adam and Eve มนุษย์คู่แรกตามความเชื่อ ตกแต่งด้วยลูกแอปเปิล สีและโทนให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ข้างในผลแอปเปิล และห้องอื่นๆอีกมากมายโดยมีทั้งหมด 19 ธีม ทุกห้องถูกดีไซน์ให้เปิดประตูแล้วต้องร้องว้าว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Customer Journey ที่เราทั้งคู่ใส่ใจอย่างมาก ตั้งแต่การต้อนรับ การเดินนำเข้าห้อง ไปจนถึงความรู้สึกที่ลูกค้าจะได้รับในวินาทีแรกที่เข้าพัก”

     หนึ่งในดีเทลสำคัญคือ “กลิ่นประจำห้อง” เพราะมนุษย์จดจำกลิ่นได้นานกว่าภาพหรือเสียง ลูกศรและอั้มตั้งใจให้แต่ละธีมมีกลิ่นเฉพาะตัว เพื่อสร้างความทรงจำเฉพาะของห้องนั้นๆ หากวันหนึ่งลูกค้าได้กลิ่นใกล้เคียงกันที่ไหน ก็จะนึกถึงประสบการณ์ในห้องนั้นขึ้นมาทันที

     “ในส่วนของระบบหลังบ้านอาจหนักกว่าโรงแรมทั่วไป เพราะต้องดูแลห้องที่ดีไซน์ต่างกัน แต่ทั้งเรารู้ว่าการใช้ “ไอเดีย” ชนะ “งบการตลาด” นั้นคุ้มค่า พิสูจน์ได้จากลูกค้าที่จองพักแบบเปลี่ยนห้องทุกวัน หรือกลับมาเพื่อเข้าพักให้ครบทุกห้องโดยเฉพาะชาวต่างชาติที่แวะมาพักซ้ำทุกครั้งที่มาไทย”

ความสำเร็จที่เกิดจากความใส่ใจทุกรายละเอียด

     แม้จะเป็นโรงแรมใหม่เปิดให้บริการไม่ถึง 1 ปี แต่เสียงตอบรับกลับมาไวแบบก้าวกระโดด ตั้งแต่เดือนแรกที่เปิดเฉพาะเพื่อนๆ และอินฟลูเอนเซอร์เพื่อเก็บ feedback สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆได้ก่อนเปิดให้ลูกค้าเข้าพักจริง ทำให้มีความราบรื่นตั้งแต่ช่วงแรกที่เปิดให้บริการ ทุกคนที่มาเข้าพักต่างชื่นชอบจนแชร์คอนเทนต์ลง TikTok และ Instagram ทำให้ Kitsch Hotel กลายเป็นไวรัลต่อเนื่อง บางคลิปมีผู้ชมหลักล้านภายใน 24 ชั่วโมงโดยไม่ได้ซื้อโฆษณาแม้แต่บาทเดียว เพราะประสบการณ์ที่ได้รับ “มันดีจริงจนอยากแชร์”

     “เรามีกลไกการตลาดของโรงแรมถูกซ่อนไว้ในดีไซน์ทุกจุด ตั้งแต่ตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ วอลเปเปอร์ กลิ่น ไปจนถึงพร็อพเล็ก ๆ ที่ทำให้ภาพถ่ายออกมาสวยเหมือนสตูดิโอ สิ่งเหล่านี้แทนมูลค่าการตลาดเพราะปัจจุบัน Kitsch Hotel ไม่เพียงแต่ใช้เป็นโรงแรม แต่ยังถูกเช่าเพื่อถ่ายแฟชั่นสินค้า ถ่ายโฆษณา MV ซีรีส์ และงานคอนเทนต์ต่าง ๆ เรียกได้ว่าครบจบในที่เดียวไม่ว่าจะพักผ่อนหรือทำงาน”

     สำหรับอนาคต ทั้งคู่ต้องรอดูข้อมูลตลอดหนึ่งถึงสองปี เพื่อเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้า เพื่อวางแผนระยะยาว พร้อมต่อยอด Kitsch Hotel ให้เป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ ผ่านของตกแต่งบ้าน เช่น ปลอกหมอน ผ้าห่ม หรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นต่าง ๆ ที่แขกจำนวนมากถามหาว่า “ซื้อกลับบ้านได้ไหม” ทำให้โรงแรมอาจกลายเป็นโชว์รูมที่ลูกค้าได้ทดลองใช้สินค้าก่อนตัดสินใจซื้อไปตั้งไว้ที่บ้าน

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

ไม่อร่อยให้ต่อย จากโรงงานไอติมเล็กๆ ย่านพระราม 2     สู่แบรนด์ไวรัลทะลุล้านในหนึ่งวัน     

ไม่อร่อยให้ต่อย! นี่ไม่ใช่คำท้า แต่เป็นชื่อแบรนด์ไอศกรีมน้องใหม่ ที่สร้างไวรัลทะลุ 1 ล้านวิวในวันเดียว เพราะไม่ใช่แค่รสชาติที่ถูกปาก แต่ความกวนยังโดนใจ ด้วยกิมมิคที่คนพูดถึงกับการต่อยแท่นต่อย ที่รับไอติมฟรีๆ ไปเลย ถ้าทำได้ 55 คะแนน

จีนไอเดียดี เปิดศูนย์รวม ‘ช่างหญิงล้วน’ ตอบโจทย์ลูกค้าสาวโสด อยู่คนเดียว ก็เรียกใช้บริการซ่อมได้แบบไร้กังวล

38fixers ศูนย์รวมช่างหญิงล้วน เพื่อเป็นทางเลือกแก่ผู้ใช้บริการที่เป็นผู้หญิงและต้องอาศัยอยู่ตัวคนเดียว โดยมีให้เลือกสารพัดช่าง ทั้งช่างไฟฟ้า, ช่างประปา, ช่างแอร์ ฯลฯ ซึ่งหากมีช่างผู้หญิงให้เลือก ก็รู้สึกสะดวกใจ และปลอดภัยได้มากกว่า

ทำไมต้องขายแค่ 38 แก้ว? เจาะแนวคิด มิตรไทย Coffee คาเฟ่เล็กๆ กลางทุ่งนาที่หลายคนยอมตื่นเช้ามารอคิว

มิตรไทย Coffee ร้านกาแฟเล็กๆ ที่เติบโตจาก “เวลา” และ “ความสัมพันธ์” กับผู้คน จากร้านเรียบง่ายสู่บทใหม่ใน eBaannog Land บ้านไม้สไตล์ญี่ปุ่นกลางทุ่งนา ที่ขายเพียงวันละ 38 แก้ว เพื่อให้ไดคุณภาพและความใส่ใจในทักแก้วที่ชง