แบบนี้ก็มีด้วย! ‘บาร์ให้คำปรึกษาคนอยากลาออก’ ไอเดียบริษัทจัดหางานญี่ปุ่น เลือกคนกับงานให้ตรงกัน

     เชื่อว่ามนุษย์เงินเดือนหลายคน คงต้องเคยตกอยู่ในภาวะ Burnout หรือภาวะหมดไฟ จนถึงขั้นเคยคิดอยากลาออกกันมาบ้างแล้ว

     จะดีกว่าไหมล่ะ! ถ้ามีพื้นที่ผ่อนคลายให้สามารถพูดความในใจ รับฟังปัญหา ไปจนถึงให้คำปรึกษาในการตัดสินใจว่าระหว่าง “อยู่ต่อ” หรือ “ลาออก” เพื่อไปทำงานที่ใหม่แบบไหนน่าจะดีกว่ากัน แถมสุดท้ายยังช่วยแนะนำงานใหม่ที่เหมาะสมให้ด้วย

     ไอเดียดังกล่าว ไม่ใช่รูปแบบธุรกิจเกิดใหม่ แต่เป็นแนวคิดของบริษัทจัดหางานแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นที่ชื่อว่า “LIA” เพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและรู้สึกปลอดภัยให้กับหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นที่รู้สึกอึดอัดจากงาน ให้สามารถเดินเข้ามาขอคำปรึกษาได้ ซึ่งอนาคตอาจกลายมาเป็นลูกค้าใช้บริการจัดหางานได้

     โจทย์ที่ทำให้คิดรูปแบบบาร์ให้คำปรึกษางานนี้ขึ้นมา ก็เพื่อแก้ Pain Point เพราะด้วยวัฒนธรรมการหางานใหม่ของคนญี่ปุ่นมักนิยมใช้บริษัทจัดหางานเป็นผู้ช่วยในการจัดหาให้ แต่โดยส่วนใหญ่จะเป็นรูปแบบทางการ ต้องเตรียมเรซูเม่ แต่งกายสุภาพ ตอบคำถามเรื่องเงินเดือนที่อยากได้ ไปจนถึงเป้าหมายอนาคตที่วางไว้ จนบางครั้งทำให้เกิดความรู้สึกอึดอัด กดดัน ครั้นจะไปปรึกษาเพื่อนหรือครอบครัว ก็กลัวจะได้ความเห็นที่ลำเอียงเพราะความห่วงใยอีก

    บาร์ดังกล่าวมีชื่อว่า "Tenshoku Sodan Bar" แปลเป็นไทย คือ "บาร์ให้คำปรึกษาการเปลี่ยนงาน" ตั้งอยู่ที่สถานีรถไฟฟ้าโยโกฮามา

    บรรยากาศด้านในแม้จะคล้ายกับบาร์ทั่วไป แต่ก็ไม่ใช่พื้นที่ให้ผู้คนมานั่งรวมตัวกัน เพื่อสังสรรค์เฮฮา หรือระบายความรู้สึกออกมา การเข้าใช้บริการผู้ที่ประสงค์อยากเข้ามาขอคำปรึกษาจะต้องมีการจองนัดหมายคิวเข้ามาล่วงหน้า โดยจะมีบาร์เทนเดอร์ ซึ่งแท้จริงแล้ว คือ “ผู้ให้คำปรึกษา” ของบริษัทคอยต้อนรับและพูดคุยด้วย โดยผู้เข้าใช้บริการสามารถแต่งตัวตามสบาย ไม่ต้องใส่สูท  ไม่ต้องมีเรซูเม่ เพื่อเข้ามานั่งดื่มพร้อมขอคำปรึกษาได้เลย ส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณคนละ 60-90 นาที

    ความพิเศษอีกหนึ่งอย่างของบาร์แห่งนี้ คือ ผู้ใช้บริการไม่ต้องจ่ายอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, น้ำอัดลม รวมถึงการให้คำปรึกษา อีกทั้งยังไม่มีการยัดเยียดตำแหน่งงานว่างให้ในทันทีเพื่อให้มาเป็นลูกค้า แต่จะมุ่งเน้นการพูดคุยเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันของลูกค้าหรือผู้เข้ามาใช้บริการมากกว่า

    จากการสำรวจพบว่าลูกค้ากว่า 60% ที่มา คือ คนที่ยังไม่ได้ตัดสินใจแน่นอนด้วยซ้ำว่าจะลาออก แต่แค่อยากมีพื้นที่ระบายและพูดคุยด้วยเท่านั้น ซึ่งแม้จะเพิ่งเปิดให้บริการได้ไม่นานเมื่อต้นปี 2026 ที่ผ่านมานี้เอง แต่กลับได้รับฟีดแบ็กที่ดี มีลูกค้าแวะมาใช้บริการไม่ขาด

     นับเป็นอีกไอเดียธุรกิจที่เรียกว่าใส่ใจลูกค้าอย่างจริงจัง และยังช่วยแก้ Pain Point ที่เกิดขึ้นได้ แม้วันนี้อาจยังไม่ได้มาเป็นลูกค้าเลยในทันที แต่เชื่อว่าวันหนึ่งถ้ามีใครคิดอยากจะลาออก ชื่อแรกที่เขาและเธอเหล่านั้นจะนึกถึงต้องเป็นบาร์แห่งนี้อย่างแน่นอน

     ที่มา : japantoday

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

House of Bean Book Cafe  พลิกร้านเช่าหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นอายุ 30 ปี   เป็นคาเฟ่สุดชิค ที่มีหนังสือให้อ่านฟรี 80,000 เล่ม พร้อมจิบกาแฟแบบ Specialty        

ในวันที่ธุรกิจเช่าหนังสือการ์ตูนซบเซา “จะไปต่อหรือพอแค่นี้” กลายเป็นคำถามให้ ภครัฐ เทพวิทักษ์กิจ ต้องกลับมาคิด ซึ่งทางที่นักธุรกิจหนุ่มผู้นี้เลือกคือการฟื้นชีวิต “บ้านหนังสือ” ที่มีอายุ 30 ปี ให้กลายเป็นคาเฟ่สุดชิคอย่าง “House of Bean Book Cafe”

อยากขายของไปยุโรป ต้องรู้เรื่องนี้! EUDR กฎหมายห้ามสินค้าจากการตัดไม้ทำลายป่า เช็กให้ดี ก่อนพลาดโอกาสทางธุรกิจ

“EUDR” กฎหมายใหม่ของสหภาพยุโรป ที่เน้น “สินค้าปลอดการทำลายป่า” ที่ต่อไปหากใครอยากส่งออกไปยุโรป ต้องพิสูจน์ที่มาให้ได้ว่า “ไม่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า” ไม่อย่างนั้นอาจถูกแบน หรือหมดสิทธิ์ทำการค้าได้

ไม่อยากมีความสุขแค่วันเสาร์–อาทิตย์ จากโปรแกรมเมอร์ สู่แบรนด์เสื้อผ้า ARAIA ยอมทิ้งความมั่นคงมาทำสิ่งที่รัก

เพราะความมั่นคงในชีวิต อาจไม่ใช่คำตอบของความสุข นำไปสู่การตัดสินใจหันหลังให้เส้นทางโปรแกรมเมอร์ แล้วเริ่มต้นใหม่ในวงการแฟชั่น จนกลายเป็น ARAIA แบรนด์เสื้อผ้า Craftsmanship ที่ไม่ได้ตั้งใจจะตามเทรนด์ แต่ตั้งใจจะเป็นตัวเองอย่างที่สุด