ทำไมต้องขายแค่ 38 แก้ว? เจาะแนวคิด มิตรไทย Coffee คาเฟ่เล็กๆ กลางทุ่งนาที่หลายคนยอมตื่นเช้ามารอคิว

Text: Wipawan In.


     ธุรกิจคาเฟ่สนามที่ปราบเซียนมานับไม่ถ้วน เพราะคาเฟ่ใหม่ ๆ เปิดตัวแทบทุกวัน พร้อมเมนูสุดครีเอตและการตกแต่งที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด มีร้านกาแฟบางแห่งที่ไม่ได้เติบโตจากเทรนด์ แต่เติบโตจาก “เวลา” และ “ความสัมพันธ์” กับผู้คน หนึ่งในนั้นคือ “มิตรไทย Coffee” ร้านกาแฟเล็ก ๆ ในอำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร โดยมี “ฮั่ง มัทนา ใครบุตร”  ผู้หญิงที่เริ่มต้นร้านจากความชอบดื่มกาแฟธรรมดา ๆ แต่กลับสร้างพื้นที่ที่ทำให้ผู้คนรู้สึกเหมือนบ้าน จนกลายเป็นร้านประจำของใครหลายคน

จากร้านกาแฟสู่พื้นที่พักผ่อนกลางทุ่งนา

     วันนี้มิตรไทย Coffee ได้ก้าวเข้าสู่บทใหม่เมื่อย้ายมาอยู่ในพื้นที่ eBaannog Land บ้านไม้สไตล์ญี่ปุ่นกลางทุ่งนาที่น้องสาวของฮั่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่พักผ่อนและใช้ชีวิตแบบชนบท พื้นที่แห่งนี้เต็มไปด้วยสะพานไม้ ลมทุ่งนา และบรรยากาศสงบที่แตกต่างจากคาเฟ่ในเมืองอย่างสิ้นเชิง

     “เมื่อร้านกาแฟของเราย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ บรรยากาศทั้งหมดจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การดื่มกาแฟ ทำให้มิตรไทยถูกพูดถึงและถูกค้นพบอีกครั้งในโลกออนไลน์ ลูกค้าใหม่จำนวนมากเริ่มเดินทางมาที่ร้าน โดยเฉพาะคนที่อยากมาสัมผัสบ้านไม้กลางทุ่งนาและบรรยากาศเรียบง่ายแบบชนบท”

     ฮั่ง เล่าว่า ลูกค้าบางคนยอมเดินทางมาไกลเพื่อมากินกาแฟที่ร้าน และถ่ายรูปกับมุมสวยๆ ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวจากลูกค้าขาจรกลับกลายเป็นลูกค้าประจำ จากความอบอุ่นที่ถ่ายทอดผ่านรสชาติของกาแฟและบรรยากาศของร้าน

คาเฟ่ที่ตั้ง “โควตากาแฟ” วันละ 38 แก้ว

     แม้จำนวนลูกค้าจะเพิ่มขึ้น แต่ฮั่งยังคงรักษาจังหวะการทำร้านแบบเดิมไว้ นั่นคือการขายกาแฟในปริมาณที่สามารถดูแลคุณภาพได้จริง

     “เพื่อให้ทุกแก้วออกมาอย่างดี ร้านเราจึงตั้ง “โควตาแก้วกาแฟ” ไว้ที่ประมาณ 38 แก้วต่อวัน ตัวเลขนี้ไม่ได้มาจากสูตรธุรกิจ แต่เป็นจำนวนที่ทำให้สามารถชงกาแฟทุกแก้วได้อย่างตั้งใจ และยังมีเวลาได้พูดคุยกับลูกค้าที่แวะเวียนมา และอีกแรงบันดาลใจของเลขมากจากอายุของตัวเอง โควตานี้นอกจากจะเป็นลิมิตให้ร้านแล้วยังเป็นกิมมิคที่ลูกค้าอยากพิชิต หลายคนตั้งเป้าว่าจะมาให้ทันโควตา ตื่นเช้าก็ยอม”

     ในโลกของคาเฟ่ที่เต็มไปด้วยเมนูใหม่ตามกระแส มิตรไทยเลือกเสิร์ฟเมนูพื้นฐานอย่าง อเมริกาโน่ ลาเต้ หรือชาเขียวแบบเรียบง่าย เพราะฮั่งเชื่อว่าการขายสิ่งที่ตัวเองอินและถนัด คือสิ่งที่ทำให้ธุรกิจเดินต่อไปได้อย่างยาวนาน แน่นอนว่าการที่ไม่ตามเทรนด์ทำให้ลูกค้าบางส่วนหายไป แต่ในอีกมุมหนึ่ง ร้านก็ยังมีลูกค้าประจำจำนวนมากที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่วันแรก บางคนแวะมาหามิตรไทยเหมือนมาเยี่ยมญาติ มากกว่าจะมาเพียงเพื่อดื่มกาแฟ

ร้านกาแฟที่เลี้ยงทั้งกายและใจ

     แม้วันนี้มิตรไทยจะอยู่ในพื้นที่ที่มีศักยภาพจะพัฒนาเป็นฟาร์มสเตย์หรือแหล่งท่องเที่ยว แต่ฮั่งกลับไม่ได้วางแผนธุรกิจระยะยาวอย่างจริงจัง เธอมองว่าการทำร้านกาแฟตลอดหลายปีที่ผ่านมา คือการได้ทำงานที่ “เลี้ยงทั้งกายและใจ” งานบางอย่างอาจให้รายได้ดีแต่ไม่ทำให้มีความสุข ในขณะที่บางอย่างทำให้มีความสุขแต่เลี้ยงชีวิตไม่ได้ แต่ร้านกาแฟเล็ก ๆ แห่งนี้กลับสามารถทำทั้งสองอย่างไปพร้อมกัน

    ในพื้นที่ eBaannog Land เอง น้องสาวของเธอก็กำลังสนุกกับการปลูกผัก ทำอาหาร และบันทึกเรื่องราวชีวิตชนบทผ่านคอนเทนต์ออนไลน์ แม้ยังไม่ได้พัฒนาเป็นธุรกิจเต็มรูปแบบ แต่ก็ทำให้พื้นที่นี้ค่อย ๆ มีชีวิตและเรื่องราวมากขึ้น

     สำหรับมิตรไทย Coffee การเติบโตจึงอาจไม่ได้หมายถึงการขยายสาขาหรือเพิ่มเมนู แต่คือการเติบโตในบทบาทใหม่ จากร้านกาแฟเล็ก ๆ ในบ้าน สู่ร้านกาแฟในสวนที่กลายเป็นจุดหมายของผู้คนที่อยากมาสัมผัสความเรียบง่าย

     และบางที นี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ร้านในตำนานเล็ก ๆ แห่งนี้ ยังคงมีชีวิตอยู่ พร้อมเริ่มต้นบทใหม่อย่างเงียบ ๆ แบบที่เธอชอบ

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

Mahasan แก้ปัญหาธุรกิจศาลพระภูมิดั้งเดิม สร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการงานดีไซน์กับความเชื่อสายมู ตอบโจทย์ Unmet Need กลายเป็นสินค้าที่ต้องรอ

เพราะเชื่อว่าศรัทธาและความงามทางสถาปัตยกรรมสามารถไปด้วยกันได้ ธนกร เสถียรวงศ์นุษา สถาปนิกหนุ่ม ผู้ที่ซึมซับกับกิจการของที่บ้าน มานานกว่า 20 ปี จึงรังสรรค์ศาลพระภูมิให้มีความทันสมัย ก่อเกิดเป็นแบรนด์ Mahasan ที่เปลี่ยนภาพจำของศาลพระภูมิที่เคยเห็น

แค่ถักผม…ก็เป็นไอเดียธุรกิจได้ Pints & Ponytail เวิร์กชอปพ่อบ้านใจกล้า เชื่อมความผูกพันครอบครัว ผ่านคลาสเรียนถักเปีย

หนึ่งในไอเดียที่กำลังเป็นไวรัล ณ เวลานี้ คือ “Pints & Ponytail” เวิร์กชอปสอนถักผมสำหรับคุณพ่อ เพราะนี่ไม่ใช่แค่คลาสสอนทักษะธรรมดา แต่คือพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คุณพ่อได้ใช้เวลา เรียนรู้ และสร้างความผูกพันกับลูกสาวในแบบที่ไม่คุ้นเคยมาก่อน

พลิกโรงงานฟองเต้าหู้ 89 ปี ทายาทรุ่น 3 ปั้นแบรนด์ฟองฟอง ใช้นวัตกรรมสร้างฟองเต้าหู้สดเจ้าแรกในไทย จนกลายเป็น Product Hero ที่ตลาดต้องการ

"โอกาสทางธุรกิจบางครั้งก็เหมือนเส้นผมบังภูเขา แค่เรามองมุมใหม่ 360 องศา สินค้าเดิมๆ ก็ดูมี Value ขึ้นมาทันที" และนี่จึงเป็นที่มาของการพลิกโรงงานฟองเต้าหู้ 89 ปี ด้วยนวัตกรรม นำมาสู่แบรนด์ฟองฟอง ฟองเต้าหู้สดเจ้าแรกของไทย