คลอดแล้ว! มาตรการประกันสังคมช่วย ‘นายจ้าง-ลูกจ้าง’ ฝ่าวิกฤต COVID-19

 
 
Main Idea
 
  • สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 กระทบต่อภาคธุรกิจในหลายอุตสาหกรรม ฝากรอยช้ำให้ทั้งผู้ประกอบการที่เป็นนายจ้าง และกลุ่มพนักงานที่เป็นลูกจ้าง 
 
  • เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนดังกล่าว คณะกรรมการประกันสังคม จึงมีมติในวันนี้ 20 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือนายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ประกันตน ทั้งปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีว่างงาน ลดอัตราเงินสมทบนายจ้าง และผู้ประกันตน ดูแลรักษาผู้ประกันตนกรณีป่วยจากไวรัส COVID-19 ให้ดีที่สุด รายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น ไปติดตามกัน

___________________________________________________________________________________________

 
 
     วิกฤตไวรัส COVID-19 พ่นพิษใส่ในหลายอุตสาหกรรม ส่งผลให้ธุรกิจต่างๆ ได้รับผลกระทบและดูจะหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีมาตรการที่เข้มข้นออกมา ทั้งการให้ปิดสถานประกอบการและสถานที่เที่ยวบางแห่งชั่วคราว งดกิจกรรมการรวมตัวกัน เลื่อนเทศกาลสำคัญซึ่งเคยเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ การรณรงค์ให้คนอยู่บ้านแทนการออกไปในพื้นที่เสี่ยงต่างๆ บวกความวิตกกังวลของผู้คน ส่งผลให้ผู้ประกอบการธุรกิจต้องบาดเจ็บกันอย่างถ้วนทั่ว 
  
     รอยช้ำที่เกิดขึ้นกระทบต่อผู้ประกอบการที่เป็นนายจ้าง และกลุ่มพนักงานที่เป็นลูกจ้าง จนหลายคนกังวลว่าจะฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปได้หรือไม่ 


     หนึ่งในข่าวดีของนายจ้างและลูกจ้าง คือ ล่าสุดคณะกรรมการประกันสังคมมีมติเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือนายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ประกันตน กรณีสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้


 

1.ปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัยให้ขยายความคุ้มครองผู้ประกันตนจากภัยอันเกิดจากโรคที่แพร่หรือระบาดในมนุษย์ รวมทั้งภัยอื่นๆ ไม่ว่าเกิดจากธรรมชาติ หรือมีผู้ทำให้เกิดขึ้น โดยให้มีผลใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป โดยให้...

– ผู้ประกันตนที่ไม่ได้ทำงาน หรือนายจ้างไม่ให้ทำงาน ประกันสังคมจะจ่ายกรณีว่างงาน อัตราร้อยละ 50 เป็นระยะเวลาไม่เกิน 180 วัน

– กรณีหน่วยงานภาครัฐ มีคำสั่งให้หยุดกิจการชั่วคราว ประกันสังคมจะจ่ายกรณีว่างงาน ร้อยละ 50 เป็นระยะเวลาไม่เกิน 60 วัน





2. เห็นชอบให้ลดอัตราเงินสมทบนายจ้าง และผู้ประกันตน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 เป็นอัตราร้อยละ 4 เป็นระยะเวลา 6 เดือน พร้อมทั้งยังเห็นชอบให้ขยายกำหนดเวลาการนำส่งเงินสมทบของนายจ้าง และผู้ประกันตนมาตรา 33, 39 สำหรับงวดค่าจ้างเดือนมีนาคม เมษายน และพฤษภาคม 2563 ออกไปอีก 3 เดือน โดยงวดค่าจ้างเดือนมีนาคม 2563 ให้นำส่งเงินภายใน 15 กรกฎาคม 2563 สำหรับงวดค่าจ้างเดือนเมษายน 2563 ให้นำส่งเงินภายใน 15 สิงหาคม 2563 และงวดค่าจ้างเดือนพฤษภาคม 2563 ให้นำส่งเงินภายใน 15 กันยายน 2563 




 
3.ในเรื่องการรักษาพยาบาล คณะกรรมการฯ มีมติให้ดูแลรักษาผู้ประกันตน ที่ป่วยจากไวรัส COVID-19 ให้ดีที่สุดตามมาตรฐานการรักษาพยาบาลที่กำหนด     
 

     นอกจากนี้ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกันตนในภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้นไม่ว่าในทางเศรษฐกิจหรือผลกระทบจากปัจจัยอื่นใดคณะกรรมการยังมีมติเห็นชอบให้จ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเพิ่มขึ้นแก่ผู้ประกันตน ที่ว่างงานจากกรณีลาออก ร้อยละ 45 เป็นระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน และจ่ายให้แก่ผู้ประกันตนที่ว่างงาน จากกรณีเลิกจ้าง ร้อยละ 70 เป็นระยะเวลาไม่เกิน 200 วัน ทั้งนี้ มาตรการนี้ให้ใช้บังคับเป็นระยะเวลา 2 ปี หลังจากนี้คณะกรรมการฯ จะพิจารณาวิเคราะห์และมีมติพิจารณาอีกครั้ง
 

     นี่คงเป็นหนึ่งในมาตรการที่ทำให้ผู้ประกอบการ SME พอมีความหวังในการฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ เพื่อร่วมด้วยช่วยกันนำพาประเทศไทยให้พ้นภัยไวรัส และฟื้นธุรกิจกลับมาแข็งแกร่งได้ในอนาคต  




 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

T-Shed เสื้อยืด 2 in 1 สำหรับคนใส่แว่น ใส่ก็เท่ เช็ดแว่นก็ดี หมดปัญหาทำเลนส์เป็นรอย

คนใส่แว่น ต้องเคยประสบปัญหานี้! เผลอ “เช็ดแว่นด้วยเสื้อ” จนทำให้เลนส์เป็นรอยขีดข่วนโดย จาก Pain Point ที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดไอเดียสุดครีเอทเสื้อยืด “T-Shed” (ทีเช็ด) ฟังก์ชันพิเศษออกมาที่สามารถใช้เช็ดแว่นได้จริง โดยไม่ทำให้เลนส์เป็นรอย

จาก ‘ระบบจำ’ ของแม่สู่ ‘ระบบ Data’ ของลูก ถอดสูตรทายาท ‘บัวทองเบเกอรี่’ เปลี่ยนร้านที่ต้องมีเจ้าของเฝ้า สู่ธุรกิจที่รันได้เอง

เมื่อเอิร์ธ-อมรชัย สุวรรณวิไกุล ทายาทรุ่น 2 บัวทองเบเกอรี่ ธุรกิจค้าส่งวัตถุดิบและอุปกรณ์เบเกอรี่ ตัดสินใจเปลี่ยนจากระบบที่พึ่งพาตัวบุคคล สู่ระบบที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ไม่เพียงทำให้ธุรกิจเดินต่อได้ แต่ยังคืนอิสรภาพให้ผู้เป็นแม่ได้สำเร็จ

จากวิกฤตที่เกือบปิดโรงงาน สู่จุดเปลี่ยนของการสร้างแบรนด์เทวิกา เครื่องประดับที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก

จากธุรกิจครอบครัวที่เจียระไนพลอยและผลิตจิวเวลรี่ส่งออกมายาวนาน แต่เมื่อมาเจอกับโควิด-19 ทำให้ทุกอย่างสะดุดลง รายได้แทบเป็นศูนย์ “เพนกวิน–ณัฐชยา” ทายาทรุ่นที่ 3 จึงตัดสินใจเข้ามาช่วยธุรกิจของครอบครัว และสร้างแบรนด์เทวิกาจิวเวลรี่ที่มีชิ้นเดียวในโลกขึ้น