โรงแรมอีโคนั้นโก้จริงๆ เปิดลิสต์ที่พักสายกรีน นอนสบาย ไม่ทำร้ายโลก

TEXT : ยุวดี ศรีภุมมา





Main Idea
 
  • ใครว่าสายเที่ยวเขามองหาแต่ความสวย ความสบายเพียงอย่างเดียว เพราะเดี๋ยวนี้พวกเขาอยากพักโรงแรมที่ดีต่อใจ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นด้วย
 
  • โรงแรมต่างๆ ที่ไม่เคยมองถึงจุดนี้มาก่อนอาจจะถึงเวลาปรับตัวครั้งใหญ่ เพื่อให้กลายเป็นโรงแรมแบบ Eco-friendly ที่นอกจากจะไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อมแล้วยังได้ใจคนรุ่นใหม่อีกด้วย!




     เรากำลังอยู่ในยุคที่เรื่องของสิ่งแวดล้อมกลายเป็นปัจจัยอันดับต้นๆ ในการเลือกซื้อสินค้าหรือใช้บริการของผู้บริโภค แบรนด์ต่างๆ ที่ไม่เคยนึกถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมมาก่อน ก็เริ่มขยับตัวเพื่อทำให้ธุรกิจของตัวเองกลายเป็นธุรกิจสีเขียว รวมไปถึงธุรกิจท่องเที่ยวสายกรีนก็มาแรงเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะที่พักแนว Eco-friendly ที่มีให้เห็นกันมากขึ้นในประเทศไทย ซึ่งโรงแรมและที่พักสายกรีนกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับลูกค้าชาวไทยและต่างประเทศ ที่อยากออกเดินทางแต่ไม่อยากทำร้ายโลก พวกเขาจึงมองหาที่พักที่จะช่วยเติมเต็มความต้องการในจุดนี้ วันนี้เราเลยรวบรวมที่พักสายกรีนมาฝากกัน ดูสิว่าโรงแรมเหล่านี้เขามีความกรีนที่น่าสนใจอย่างไรกันบ้าง
 



 
  • The Island Hideout จังหวัดพังงา


     เริ่มต้นที่โรงแรม The Island Hideout ที่พักสุดหรูบนเกาะยาวน้อย ที่นี่ไม่ได้มีดีเพียงแค่ความสวยภายนอกอย่างเดียว แต่โรงแรมแห่งนี้ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย โดยทางโรงแรมจะเน้นการใช้วัสดุที่ไม่ทำร้ายโลก เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งการดีไซน์ของโรงแรมยังมีความกลมกลืนไปกับธรรมชาติ คุณจะได้สัมผัสชีวิตที่ไร้ไฟฟ้า นอนบนบ้านต้นไม้ที่เปิดโล่ง นอกจากนี้ทางโรงแรมยังมีการลดขยะได้สูงสุดถึง 80 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว  
 


 
  • Bangkok Tree House จังหวัดสมุทรปราการ


     หากพูดถึงโรงแรมที่มีแนวคิดรักษ์โลก ชื่อของ Bangkok Tree House คงติดอยู่อันดับ Top 3 อย่างแน่นอน โดยที่ Bangkok Tree House ตั้งอยู่ริมน้ำไม่ไกลจากตัวเมืองกรุงเทพฯ  ภายในโรงแรมจะเน้นการใช้วัสดุ Eco ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คุณจะสามารถเห็นไม้ไผ่เป็นวัสดุหลักในการก่อสร้างตัวโรงแรมอีกทั้งยังมีการใช้พลังงานทดแทนจากแสงอาทิตย์เพื่อลดการใช้ไฟฟ้าอีกด้วย



 
 
  • Zeavola Resort จังหวัดกระบี่




     บนเกาะพีพี มีโรงแรมที่โดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อมมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทยนั่นคือ Zeavola Resort โดยที่โรงแรมแห่งนี้จะมีสิ่งที่เรียกว่า Little Green Book ซึ่งเป็นคู่มือสร้างแรงบันดาลใจในการรักษ์โลกและทุกคนในโรงแรมก็ปฏิบัติตามคู่มือดังกล่าวในการทำงาน นอกจากนี้ทางโรงแรมยังมี เครื่องกำจัดขยะแบบเปียก, กังหันน้ำชัยพัฒนา ไปจนถึงเครื่องย่อยกิ่งไม้ใบไม้ในสวน ทำให้ทางโรงแรมสามารถลดการใช้ขวดพลาสติกต่อปีได้ถึง 120,000 ขวดและลดการใช้น้ำเพื่อซักรีดลงถึง 4,000 ลิตรต่อวันเลยทีเดียว
 



 
  • MaChill Home จังหวัดนครปฐม


     มาดูไอเดียรักษ์โลกของที่พักขนาดเล็กกันบ้างกับ MaChill Home ที่เริ่มต้นขึ้นโดยคนที่อยากจะทำให้สิ่งแวดล้อมบนโลกใบนี้ดีขึ้น 2 คน พวกเขาได้สร้างบ้านขึ้นมา 2 หลังและอยากจะชวนคนเข้าไปสัมผัสชีวิตที่เรียบง่าย สงบสุข ใช้ชีวิตแบบ Zero Waste ชวนให้คุณพกกระติกน้ำและกำจัดขยะอย่างถูกวิธี นอกจากนี้อาหารภายในที่พักยังเน้นวัตถุดิบปลอดสารพิษ เน้นการบริหารวัตถุดิบให้เพียงพอในแต่ละวันเพื่อที่จะได้ไม่เหลือทิ้งกลายเป็นขยะ เป็นอีกหนึ่งที่พักน่ารักที่มีแนวคิดรักษ์โลก
 

  • Akyra TAS Sukhumvit กรุงเทพฯ


     สำหรับที่พักแห่งสุดท้ายของโรงแรมสายกรีน ต้องนี่เลย Akyra TAS Sukhumvit โรงแรมที่ปลอดขยะพลาสติกที่ใช้แล้วทิ้งแห่งแรกในเอเชีย โดยทางโรงแรมชูจุดเด่นในความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นทั้งในห้องพัก ห้องอาหาร ก็จะไม่มีขยะพลาสติกแบบ Single-Use เลย นอกจากนี้ทางโรงแรมยังมีจุดบริการน้ำดื่มแบบ Self Service ให้คุณได้เติมใส่กระติกน้ำ ส่วนในห้องพักจะเน้นใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น แปรงสีฟันและหวีที่ทำจากแป้งข้าวโพด เป็นต้น
 


      โรงแรมต่างๆ ที่ไม่เคยมองจุดขายในเรื่องนี้มาก่อน อาจจะถึงเวลาต้องปรับตัวครั้งใหญ่ เพื่อให้กลายเป็นโรงแรมแบบ Eco-friendly ที่นอกจากจะไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังได้ใจคนรุ่นใหม่อีกด้วย!
 


 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

ใครจะคิด! Innocent Drinks แบรนด์สมูทตี้ระดับโลก เริ่มต้นธุรกิจด้วยคำถาม “ควรลาออกดีไหม?” และถังขยะ YES หรือ NO  

รู้หรือไม่? ว่าหนึ่งในแบรนด์น้ำสมูทตี้ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปอย่าง "Innocent Drinks" นั้น เริ่มต้นมาจาก...คำถามว่า่ "พวกเราควรลาออกจากงานมาทำน้ำผลไม้ขายไหม?" และถังขยะ 2 ใบ YES และ No ในงานเทศกาลดนตรี

จากคนที่แพ้ผ้าอนามัยถึงขั้นต้องผ่าตัด สู่เจ้าของแบรนด์ Wendays ผ้าอนามัยออร์แกนิค ที่เข้าใจปัญหาของจุดซ่อนเร้น

เมื่อแพ้ผ้าอนามัยถึงขั้นต้องเข้าผ่าตัดที่โรงพยาบาล ทำให้ ชวิศา เฉิน ออกตามล่าผ้าอนามัยที่เธอใช้ได้โดยไม่ระคายเคือง แต่เมื่อเป็นแบรนด์ต่างประเทศที่เธอต้องไปหิ้วกลับมาทุกครั้ง จึงเป็นจุดเปลี่ยนของการปลุกปั้น Wendays ผ้าอนามัยออร์แกนิค

Atipa Shop จาก “ขายเสื้อผ้ามือสอง” สู่แบรนด์ Top of Mind ใช้กลยุทธ์แห่งความเข้าใจ ปั้นเสื้อธรรมดาให้กลายเป็นของที่ต้องมี

ตลาดที่แข่งขันกันดุเดือด แต่แบรนด์หนึ่งกลับสามารถฝ่าคลื่น Red Ocean ขึ้นมาเป็น Top of Mind ของลูกค้าได้อย่างน่าสนใจ “Atipa Shop” แบรนด์แฟชั่น ที่เริ่มต้นจากการขายเสื้อผ้ามือสอง และพัฒนาแบรนด์อย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 14 ปี