โอกาส SME ไทยฟื้นตัว นำสินค้าไทยลัดฟ้าอวดศักยภาพใน World Expo ศุูนย์กลางธุรกิจและการค้าโลก

TEXT : กองบรรณาธิการ
 

 


           

     จากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่กินเวลายืดเยื้อมานานตั้งแต่ปลายปี 2562 ทำให้สถานการณ์เศรษฐกิจทั่วโลกต้องทรุดต่ำลง รวมถึงภายในประเทศเองด้วย แต่อย่างไรเสียความต้องการใช้สินค้าจากผู้บริโภคในประเทศและภูมิภาคต่างๆ ก็ยังคงอยู่ และสินค้าไทยเองก็ได้รับการตอบรับที่ดีอยู่เสมอ


     ด้วยเหตุนี้ในปลายปีที่จะถึงนี้ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จึงได้จัดทัพคัดสุดยอดสินค้าดี สินค้าเด่นของไทย เพื่อร่วมจัดแสดง ณ อาคารแสดงประเทศไทยในงาน “เวิลด์เอ็กซ์โป 2020 ดูไบ” ณ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสู่การส่งออกสินค้าไปยังตลาดตะวันออกกลางด้วย โดยจะเริ่มต้นจัดขึ้นในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ด้วย
 




 
5 กลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าไทยยอดฮิตตลอดกาล
 

     ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาดีป้าได้ริเริ่มโครงการคัดเลือก “สุดยอดสินค้าดี สินค้าเด่นของไทย” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ประกอบการ SME มีโอกาสเปิดตลาดใหม่ในแถบตะวันออกกลาง เนื่องจากผู้เข้าชมงานกว่าร้อยละ 74 เป็นกลุ่มผู้ซื้อหลักของตลาดดูไบและตะวันออกกลาง






     โดยมีผู้ประกอบการไทยที่ผ่านการคัดเลือกมีศักยภาพและได้รับมาตรฐานการส่งออกจำนวนกว่า 250 รายด้วยกัน ประกอบด้วย 5 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ 1. กลุ่มผลิตภัณฑ์หัตถกรรมฝีมือคนไทย 2. กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ สปา และเครื่องสำอาง 3. กลุ่มผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก 4. กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องประดับ และ 5. กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทานและเครื่องดื่ม


    โดยสินค้าจากผู้ประกอบการทั้งหมดที่ได้ผ่านการคัดเลือกจะนำไปจัดแสดงร่วมกับผลิตภัณฑ์จากโครงการหลวงบริเวณชั้นล่างของอาคารแสดงประเทศไทย ณ ร้านของที่ระลึก “Thai Souk” โดยสำหรับในภาษาอารบิกแล้ว Souk จะแปลว่า “ตลาด” ซึ่งอ่านออกเสียงคล้าย “ความสุข” ในภาษาไทย ดังนั้น Thai Souk จึงหมายความถึงตลาดที่ส่งมอบความสุขด้วย 5 กลุ่มผลิตภัณฑ์อันเลื่องชื่อของประเทศไทย

 



 
“คุณภาพดี ราคาไม่แพง” หัวใจสำคัญในการแข่งขัน
 
 
     โดยในการจัดงานดังกล่าวนี้ ดีป้าได้คัดเลือก บริษัท เวก้า อินเตอร์เทรด แอนด์ เอ็กซิบิชั่น จำกัด บริษัทของคนไทยที่มีความเชี่ยวชาญและชำนาญด้านการจัดแสดงสินค้าในประเทศแถบตะวันออกกลางเป็นผู้บริหารจัดการพื้นที่ให้
​             

     ซึ่งทั้งนี้ อัครวุฒิ ตั้งศิริกุศลวงศ์ ประธานกรรมการบริหาร และในฐานะรองประธานสภาธุรกิจไทยในดูไบและรัฐตอนเหนือของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้กล่าวถึงโอกาสของผู้ประกอบการไทยในการนำเสนอสินค้าและบริการในเวทีระดับโลกว่าสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นประเทศที่มีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ โดยมีเมืองดูไบเป็นศูนย์กลางธุรกิจและการค้า ซึ่งสามารถเชื่อมต่อการเดินทางทั้งทางบกและอากาศต่อเนื่องถึงทวีปแอฟริกาและยุโรปได้ จึงนับเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยที่มาเพียงตลาดเดียว แต่อาจได้กลุ่มลูกค้าจากประเทศต่างๆ กลับไปมากมาย






     โดยเหตุผลที่ทำให้สินค้าและบริการของประเทศไทยยังคงได้รับความนิยมและชื่นชอบจากชาวสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีอยู่ด้วยกัน 2 ประกาศ คือ 1. คุณภาพดี และ 2. ราคาไม่แพง โดยทางสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภค เป็นจำนวนมากของไทยอยู่แล้ว จึงนับเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่จะใช้งานนี้แสดงศักยภาพสินค้าไทยที่มีคุณภาพและมาตรฐานเทียบเท่าสากลได้


     ซึ่งสินค้าไทยที่เป็นที่นิยมของกลุ่มลูกค้าในตะวันออกกลางอยู่แล้ว ก็คือ อัญมณีเครื่องประดับ ผลิตภัณฑ์ไม้ อาหารทะเลแปรรูป รวมถึงโอกาสของสินค้าใหม่ ได้แก่ งานหัตถกรรมฝีมือคนไทย สินค้าเพื่อสุขภาพ สปาและเครื่องสำอาง สินค้าของที่ระลึก และอาหารพร้อมรับประทานและเครื่องดื่ม ซึ่งงานเวิลด์เอ็กซ์โป 2020 ดูไบ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2564 - 31 มีนาคม 2565 นี้ รวมระยะเวลากว่า 6 เดือนด้วยกัน
             





     ปัจจุบันนี้แม้จะทำการคัดเลือกและปิดรับสมัครไปแล้ว แต่ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถติดต่อเพื่อเดินทางเข้าชมภายในงานได้ เพื่อเรียนรู้ความต้องการของตลาดโลกที่มีต่อสินค้าไทย รวมถึงการเยี่ยมชมสินค้าตัวอย่างจากผู้ประกอบการไทย เพื่อเตรียมตัวสำหรับธุรกิจของตัวเองบ้างในครั้งถัดไปได้เช่นกัน
 


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

5 ทางเดินสู่เศรษฐีนี ของแม่ผู้ประดิษฐ์ไม้ม็อบมหัศจรรย์  ความสำเร็จสร้างขึ้นด้วยตัวเอง

"จอย แมงกาโน" คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ภายหลังกลายมาเป็นเศรษฐีนี จากการประดิษฐ์ไม้ม็อบมหัศจรรย์ที่คิดขึ้นมาด้วยตัวเอง จากความบังเอิญที่นำไปถูเศษแก้วที่แตกแล้วบาดมือ แต่เส้นทางชีวิตจริงนั้นกลับไม่ง่ายเลย

จับตลาดมามี้ คุณแม่สายเปย์ ทุ่มสุดตัวเพื่อน้องหมา น้องแมว ปลุกตลาดสัตว์เลี้ยงไทยโต 4 หมื่นล้านบาท

ในอดีตเราอาจเลี้ยงสัตว์เพื่อให้เป็นเพื่อน หรือไว้คลายเหงา แต่ปัจจุบันการเลี้ยงสัตว์เลี้ยง เช่น หมา, แมว กลับต่างออกไป มีการดูแลเหมือนสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัว ทำให้หลายคนรักสัตว์เลี้ยงเหมือนลูก ซึ่งเรียกว่า “Pet Humanization”

เจาะลึกพฤติกรรมผู้บริโภค CLMV และกลยุทธ์การตลาดที่ SME ห้ามพลาด จากกูรูที่มีประสบการณ์มากว่า 18 ปี

นาทีนี้ ตลาดกลุ่มเพื่อนบ้านของเราอย่างกลุ่ม CLMV กำลังเนื้อหอมในหมู่นักลงทุนสุดๆ แบบฉุดไม่อยู่ ผู้ประกอบการไทยจึงไม่ควรพลาดโอกาสที่อยู่ไกล้แค่เอื้อมเช่นนี้ แต่จะเจาะตลาดได้ยังไง ควรหาผู้รู้ช่วยแนะแนวทางก่อนก็ดี