โลกใบใหม่กับวัฒนธรรม




         ถ้าพูดถึงธุรกิจตู้กดสินค้าหรือตู้กดเครื่องดื่มอัตโนมัติ หนึ่งประเทศที่เรียกว่าน่าจะประสบความสำเร็จและได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมากเป็นอันดับต้นๆ ก็น่าจะคือ “ญี่ปุ่น”


         เพราะไม่ว่าจะเดินทางไปทางไหนอยู่ตรอกซอกซอยใด เรามักได้เห็นตู้กดเครื่องดื่มอัตโนมัติตั้งอยู่เรียงรายตลอดสาย เรียกว่าหากกระหายน้ำขึ้นมาเมื่อใด ก็สามารถหยอดเหรียญและกดออกมาเลือกดื่มได้ตามใจชอบเลย ช่างสะดวกสบายจริงๆ จนกลายเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของคนญี่ปุ่นไปแล้ว





          โดยว่ากันว่าเมื่อปี 2000 นั้น ประเทศญี่ปุ่นมีตู้กดอัตโนมัติสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 5.6 ล้านตัวทั่วประเทศเลยทีเดียว! (ข้อมูลจาก Krungsri.com) ซึ่งเหตุผลอาจเป็นเพราะชีวิตที่เร่งรีบของคนญี่ปุ่นเอง และความเป็นประเทศที่มีความปลอดภัยสูง ต่อให้วางอยู่มุมไหนก็มักจะปลอดภัยไม่ถูกทำลาย


          อีกข้อ คือ เทคโนโลยีล้ำสมัยของตู้กดเองที่นอกจากทำหน้าที่อำนวยความสะดวกในการจำหน่ายสินค้าแล้ว ยังช่วยทำประโยชน์ให้แก่สังคมด้วย เช่น การติดตั้งกล้องไว้ในตู้ เพื่อสอดส่องดูแลความปลอดภัยของประชาชน หรือการส่งเสียงเตือนผู้บริโภค เพื่อให้ระวังคนแปลกหน้าที่เข้ามาทัก เป็นต้น





         จนวันนี้ตู้กดสินค้าอัตโนมัติได้พัฒนาขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง นอกจากมอบความสะดวกสบายให้แล้ว ยังมีการพัฒนารูปลักษณ์ให้ดูกลมกลืนเข้ากับธรรมชาติ และสภาพแวดล้อมจากบ้านเรือนแบบญี่ปุ่นด้วย โดยแทนที่จะนำตัวตู้ไปวางตามจุดต่างๆ เฉยๆ ก็มีการสร้างเคสไม้ขึ้นมาครอบตัวตู้


         ทำให้จากตู้ที่ดูแข็งๆ ดูซอฟต์ลงขึ้นมาในทันที แถมยังดูกลมกลืน เรียบง่าย คลาสสิกบอกความเป็นญี่ปุ่นได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้นด้วย จนเกิดกระแสแชร์ต่อๆ กันมาบนโซเชียล โดยในแต่ละพื้นที่ก็มีการออกแบบให้แตกต่างกันออกไปตามความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมนั้นๆ….ละเอียดอย่างนี้ต้องยกนิ้วให้สมกับเป็นญี่ปุ่นจริงๆ








www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

ใครจะคิด! Innocent Drinks แบรนด์สมูทตี้ระดับโลก เริ่มต้นธุรกิจด้วยคำถาม “ควรลาออกดีไหม?” และถังขยะ YES หรือ NO  

รู้หรือไม่? ว่าหนึ่งในแบรนด์น้ำสมูทตี้ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปอย่าง "Innocent Drinks" นั้น เริ่มต้นมาจาก...คำถามว่า่ "พวกเราควรลาออกจากงานมาทำน้ำผลไม้ขายไหม?" และถังขยะ 2 ใบ YES และ No ในงานเทศกาลดนตรี

จากคนที่แพ้ผ้าอนามัยถึงขั้นต้องผ่าตัด สู่เจ้าของแบรนด์ Wendays ผ้าอนามัยออร์แกนิค ที่เข้าใจปัญหาของจุดซ่อนเร้น

เมื่อแพ้ผ้าอนามัยถึงขั้นต้องเข้าผ่าตัดที่โรงพยาบาล ทำให้ ชวิศา เฉิน ออกตามล่าผ้าอนามัยที่เธอใช้ได้โดยไม่ระคายเคือง แต่เมื่อเป็นแบรนด์ต่างประเทศที่เธอต้องไปหิ้วกลับมาทุกครั้ง จึงเป็นจุดเปลี่ยนของการปลุกปั้น Wendays ผ้าอนามัยออร์แกนิค

Atipa Shop จาก “ขายเสื้อผ้ามือสอง” สู่แบรนด์ Top of Mind ใช้กลยุทธ์แห่งความเข้าใจ ปั้นเสื้อธรรมดาให้กลายเป็นของที่ต้องมี

ตลาดที่แข่งขันกันดุเดือด แต่แบรนด์หนึ่งกลับสามารถฝ่าคลื่น Red Ocean ขึ้นมาเป็น Top of Mind ของลูกค้าได้อย่างน่าสนใจ “Atipa Shop” แบรนด์แฟชั่น ที่เริ่มต้นจากการขายเสื้อผ้ามือสอง และพัฒนาแบรนด์อย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 14 ปี