รู้จักคุณแม่ลูก 7 ผู้สร้างธุรกิจคัพเค้กร้อยล้าน จากเงินทุนหลักร้อย

TEXT : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์

 

     ย้อนกลับไปก่อนปี 2008 ชีวิตของ มิยอง ฟรังซัวส์ นั้นเรียกได้ว่าเข้าตาจนสุดๆ เธอและครอบครัวพร้อมลูก 7 คนได้ย้ายจากนิวออร์ลีนไปอยู่ที่เมืองแนชวิล รัฐเทนเนสซีเมื่อปี 2005 เพื่อหวังได้งานดีๆ แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นอย่างที่คาด สามีลงเอยได้งานก่อสร้าง ทำให้รายได้แทบไม่พอใช้ ต้องกระเบียดกระเสียร วันหนึ่งเธอได้ฟังวิทยุรายการที่มีนักการเงินมาแนะนำเกี่ยวกับการหารายได้จาก 2 ทาง คือ การเปิดท้ายขายของกับการอบขนมขาย

     มิยองสนใจการทำขนมอบแต่เธอไม่มีความรู้ด้านนี้ เธอจำได้ว่าตอนยังเด็ก ได้กินเค้กสตรอว์เบอร์รี่และเค้กมะพร้าวแสนอร่อยของคุณยาย จึงโทรศัพท์ถามสูตร สิ่งที่ต้องการคือแค่อยากรู้ว่าส่วนผสมคร่าว ๆ ในการทำขนมอบมีอะไรบ้าง มิยองในวัย 33 ปีก็ซื้อวัตถุดิบมาอบเค้กสตรอว์เบอร์รี่ซึ่งเป็นเค้กก้อนแรกในชีวิตและเธอพึงพอใจมาก

     ไม่นานมิยองก็ทดลองสูตรของตัวเอง เริ่มต้นจากคัพเค้กแล้วแจกจ่ายให้เพื่อนบ้านได้ชิม หรือหากมีใครย้ายเข้ามาใหม่ในชุมชน เธอก็จะนำคัพเค้กไปมอบเพื่อแสดงการต้อนรับ เพื่อนบ้านที่ได้ชิมคัพเค้กของมิยองต่างกล่าวชมว่าอร่อย รสชาติดีมีเอกลักษณ์

     วันหนึ่ง ในขณะที่บ้านกำลังจะถูกตัดไฟ และมิยองมีเงินเหลือติดกระเป๋าเพียง 5 ดอลลาร์หรือราว 100 กว่าบาท เพื่อนบ้านได้มาขอให้มิยองอบคัพเค้กให้ 600 ชิ้นในราคา 600 ดอลลาร์เพื่อกำนัลลูกค้าในช่วงเทศกาลคริสต์มาส แต่เธอมีทุนไม่พอที่จะซื้อวัตถุดิบ จึงต่อรองแบ่งส่งหลายรอบ

     รอบแรกส่งให้ลูกค้า 60 ชิ้น นั่นหมายถึงว่ามิยองได้ทำให้เงิน 5 ดอลลาร์งอกเงยขึ้นมา รายได้ 60 ดอลลาร์ก้อนแรก เธอเจียดไว้ใช้จ่ายและแบ่งไปซื้อวัตถุดิบมาทำคัพเค้กส่งเพิ่มให้ลูกค้าจนครบและทำเงิน 600 ดอลลาร์ในสัปดาห์เดียว หลังจากนั้น อิทธิพลของการที่ลูกค้าบอกกันปากต่อปาก ทำให้มิยองเริ่มมีลูกค้า

     ปี 2008 เธอจึงเปิดพื้นที่บ้านเป็นร้านขายคัพเค้ก ใช้ชื่อแบรนด์ “The Cupcake Collection” ธุรกิจเติบโตรวดเร็ว สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำมากในช่วงเทศกาลคริสต์มาสที่ผู้คนสั่งคัพเค้กไปฉลองจนต้องจ้างพนักงาน และหลังเลิกเรียน ลูก ๆ ของเธอก็มาช่วยด้วย หลังจากที่ขยับขยายเปิดร้าน The Cupcake Collection เป็นเรื่องเป็นราวที่แนชวิลล์หลายปีจนขึ้นแท่นของดีเมืองแนชวิลล์ มิยองได้ขยายธุรกิจไปยังนิวออร์ลีน บ้านเกิดของเธอ

     จุดเด่นของ The Cupcake Collection เห็นจะเป็นการอบขนมแบบโฮมเมดและขายแบบสดใหม่วันต่อวัน ลูกค้าชื่นชอบถึงขั้นบางคราวต้องต่อแถวรอซื้อขนมที่อบใหม่ ๆ แม้จะดำเนินธุรกิจมานาน 13 ปี แต่ The Cupcake Collection ก็ยังมีหน้าร้านเพียง 2 แห่ง พนักงาน 10 กว่าคน ทว่ารายได้ไม่ใช่ได้เล็กเลยเพราะไม่ได้ขายหน้าร้านอย่างเดียว แต่เน้นขายออนไลน์ผ่านทุกช่องทาง มีทั้งเดลิเวอรี่ และจัดส่งทั่วประเทศ

     นอกจากนั้น มิยองยังได้พัฒนาสินค้าและบริการ ไม่เพียงคัพเค้กที่มีราคาตั้งแต่ 2.50-7.50 ดอลลาร์ ทีมงานของเธอยังผลิตเค้กตามสั่ง และเค้กสำหรับสุนัขอีกด้วย รวมถึงบริการจัดเลี้ยงงานแต่งงาน และงานอีเวนต์ต่าง ๆ ช่วงเกิดวิกฤติโควิด ในขณะที่ธุรกิจอื่นได้รับผลกระทบ แต่ The Cupcake Collection ยังดำเนินต่อไปได้ 

     นับตั้งแต่เปิดบริการมาก็ทำยอดขายคัพเค้กไปมากกว่า 5 ล้านชิ้น ยอดขายเกิน 10 ล้านดอลลาร์ (360 กว่าล้านบาท) จากที่ไม่มีประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจ และไม่เคยคิดเคยฝันว่าจะเป็นผู้ประกอบการมาก่อน มิยองกล่าวว่าความหิวโหยและการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดนี่เองที่เป็นแรงผลักดันสำคัญให้เธอมาอยู่ ณ จุดนี้

     กว่า 10 ปีของการเป็นผู้ประกอบการ เธอได้แบ่งปันสิ่งที่ได้เรียนรู้ว่า “จงเชื่อมั่นในตัวเอง” และ “ความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน” มิยองลองผิด ลองถูก เก็บเกี่ยวบทเรียนจากความผิดพลาดและแก้ไขให้ดีขึ้น รวมถึงทำงานเต็มความสามารถเพื่อสร้างฐานลูกค้าที่ภักดีต่อผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ The Cupcake Collection

ที่มา : https://community.neworleans.com/mignonfrancoiscupcakecollection/

https://www.cuisinenoirmag.com/mignon-francois-the-cupcake-collection/

 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

จากก้าวเล็กๆ สู่องค์กรยั่งยืน ความท้าทายอีกขั้นของผู้บริหาร Sellsuki ยิ่งธุรกิจโตยิ่งหยุดนิ่งไม่ได้

จากบริษัทเล็กที่ทำรายได้ร้อยล้านในเวลาไม่ถึงสิบปี วันนี้เราจะพามาเจาะลึกลงไปอีกว่า การขยับองค์กรไปสู่เป้ารายได้ระดับพันล้านในอีก 3-5 ปีข้างหน้าของ Sellsuki จะต้องทำอย่างไร ภายใต้แนวคิดการบริหารของ CEO ภัทร เถื่อนศิริ

ถอดสูตรขนมเปี้ยะร้อยล้าน APRIL’S BAKERY จากวันที่ไม่ยอมแพ้ เดินหน้าสู่มหาชน

 หลายคนที่ชอบขนมเปี้ยะต้องรู้จัก APRIL’S BAKERY แบรนด์ขนมเปี้ยะชื่อดังที่กว่าจะประสบความสำเร็จเช่นวันนี้ เส้นทางไม่ได้ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ 3 ปีแรกที่ขาดทุนตลอด ถึงขั้นเกิดคำถาม “ไปต่อหรือพอแค่นี้”

ศุภเศรษฐ โอภิธากรณ์ เจ้าของ Wetland Camp ผู้ทำให้โลกรู้จักยอยักษ์ ทะเลน้อย

ถ้าถามถึงจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดในพื้นที่รอบๆ ทะเลน้อย หลายคนต้องนึกถึงภาพยามเช้าที่มีฉากหน้าเป็นยอยักษ์ตั้งเรียงรายอยู่กลางน้ำ มีพระอาทิตย์โผล่ผ่านเส้นขอบฟ้าอยู่ด้านหลัง และต้องนึกถึง "Wetland Camp" รีสอร์ตที่เป็นจุดนัดพบช่างภาพทั่วโลกแน่นอน