“เชน เสมาเงิน” หนุ่มแบงก์สู่ดาว TikTok ผู้ปั้นแบรนด์ปังใน 2 ปี ด้วยความเชื่อ “ไม่มีอะไรที่...เป็นไปไม่ได้”

TEXT : จีราวัฒน์ คงแก้ว

Main Idea

  • ความสำเร็จของ “เชน เสมาเงิน” CEO บริษัท ฉลาดทำ จำกัด เจ้าของแบรนด์เครื่องสำอาง Shine Bride และ บริษัท เทียนชัยสี 555 จำกัด เจ้าของ TCS Spa & Massage ที่เขากล้าจะเปลี่ยนตัวเองไปเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จนกลายมาเป็นผู้ประกอบการที่ปั้นแบรนด์ปังได้ในเวลาเพียง 2 ปี

 

  • บทเรียนก่อนเปลี่ยนวิชาชีพสอนเขาว่า เกลียดอะไรให้ทำสิ่งนั้น ไม่ชอบอะไรอย่าเพิ่งคิดไปก่อนว่าจะทำไม่ได้ ต้องอดทนให้ถึงที่สุด เรียนรู้ให้ถึงที่สุด ถึงจะหยุดทำ

 

     ระยะเวลาหลายปีที่ทำงานในบริษัทเอเยนซีโฆษณา บริษัทสื่อสาร และสถาบันการเงิน บ่มเพาะความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในฐานะมนุษย์เงินเดือนให้กับ “เชน เสมาเงิน” CEO บริษัท ฉลาดทำ จำกัด เจ้าของแบรนด์เครื่องสำอาง Shine Bride และ บริษัท เทียนชัยสี 555 จำกัด เจ้าของ TCS Spa & Massage  ทว่าการเปลี่ยนภาคมาเป็นผู้ประกอบการ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงมากมายในโลกยุคใหม่ กลายเป็นเรื่องยากและท้าทายสำหรับเขา ยังมีหลายสิ่งที่ไม่เคยทำ และคิดมาตลอดว่า “คงทำไม่ได้” กลายเป็นอุปสรรคก้อนโต แต่ใครจะรู้ว่าทันทีที่ความคิดถูกปลดล็อก กล้าที่จะเปลี่ยนตัวเองไปเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เขาจะกลายมาเป็นผู้ประกอบการที่ปั้นแบรนด์ปังได้ในเวลาเพียง 2 ปี กลายเป็นที่รู้จักใน TikTok มีธุรกิจในมือมากกว่าหนึ่งตัว และยังคงวางแผนการเติบโตไม่หยุดนิ่ง

เกลียดอะไรจงทำสิ่งนั้น อย่าคิดไปก่อนว่าทำไม่ได้

     ถ้าถามว่าอะไรคือหนึ่งในสิ่งที่ เชน เกลียด คนถูกตั้งคำถามตอบได้ทันทีเลยว่า “ตัวเลข” เขาจึงเลือกเรียนนิเทศศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ก่อนไปคว้าปริญญาโทด้าน HR ที่สหรัฐอเมริกามาอีกใบ เริ่มทำงานที่บริษัทเอเยนซีโฆษณา ก่อนย้ายมาทำบริษัทสื่อสารในยุคที่บริการข้อมูลทางโทรศัพท์กำลังเบ่งบาน (BUG 1113) จากนั้นชีวิตของคนเกลียดเลขก็จับพลัดจับผลูเข้าไปทำงานในสถาบันการเงิน เริ่มจาก บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC โดยดูแลงานในส่วนการหาพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อทำโปรโมชั่นร่วมกับบัตรเครดิต KTC ซึ่งทำอยู่นานถึง 11 ปี ขณะที่งานสุดท้ายในฐานะมนุษย์เงินเดือน ก็ยังเป็นที่ ธนาคารกรุงไทย (KTB) โดยดูแลงานด้านการสื่อสาร และผลิตภัณฑ์ด้านการลงทุน (Investment Products) ของธนาคารกรุงไทย ได้อยู่กับตัวเลขที่เขาเคยบอกว่าเกลียดอีกถึงประมาณ 4 ปี

     บทเรียนก่อนเปลี่ยนวิชาชีพสอนเขาว่า เกลียดอะไรให้ทำสิ่งนั้น ไม่ชอบอะไรอย่าเพิ่งคิดไปก่อนว่าจะทำไม่ได้ ต้องอดทนให้ถึงที่สุด เรียนรู้ให้ถึงที่สุด ถึงจะหยุดทำ

     แน่นอนว่าช่วงเวลาของการทำงานเป็นหนุ่มแบงก์ไม่ได้สูญเปล่า เพราะนั่นทำให้เขามีความเข้าใจเรื่องการลงทุน การบริหารการเงิน การคำนวณต้นทุน การมองทุกอย่างแบบ 360 องศา ตลอดจนการเจรจาต่อรองทางธุรกิจ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นต้นทุนชั้นดีที่ช่วยในการทำธุรกิจของเขาในเวลาต่อมาทั้งสิ้น

     “ถ้าคิดจะทำธุรกิจ ตัวเลขเป็นสิ่งที่หนีไม่พ้น ถ้าตัวเลขทางธุรกิจเจ๊ง เราก็ไปไม่รอด ฉะนั้นไม่ชอบอะไรจงทำสิ่งนั้น จงทำใจที่จะชอบมันเถอะ”

ธุรกิจอาจสำเร็จได้ แต่ถ้ายังพึ่งพาคนอื่นก็ไปไม่รอด

     ธุรกิจแรกที่เชนได้เรียนรู้ในฐานะผู้ประกอบการ ก็คือคาเฟ่แมวชื่อ “Cat Up Café”  ที่เขาและเพื่อน “ธนกร บวรปีติกุล” และ “ชัชชญา บวรปีติกุล” ร่วมกันก่อตั้งขึ้นเมื่อประมาณ 6-7 ปีก่อน  ซึ่งปัจจุบัน ธนกร ยังเป็น CEO ร่วมในธุรกิจทั้งสองของเขา 

     ธุรกิจน้องใหม่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม โดยสามารถขยายจนมีถึง 2 สาขา และยังติด TOP 3 ในตลาด ในยุคที่คาเฟ่แมวกำลังเป็นที่นิยม มีการเปิดพื้นที่มาขายสลัดและน้ำผลไม้ปั่นแยกกากเอาใจตลาดคนรักสุขภาพที่กำลังเติบโตอีกด้วย 

     แต่ใครจะคิดว่าธุรกิจที่กำลังไปได้สวย จะต้องโบกมือลาตลาดในไม่กี่ปีต่อมา เพราะมีปัญหาเรื่องสถานที่ หลังผู้ให้เช่ามีการขอปรับพื้นที่และสัญญาเช่าของพวกเขากำลังจะหมดลงพอดี

     นอกจากอุปสรรคที่ควบคุมไม่ได้ อีกหนึ่งปัญหาสำคัญของพวกเขา คือการขับเคลื่อนธุรกิจโดยขาดความรอบคอบ รัดกุม เขายอมรับว่า ใช้ความบ้าเท่านั้น อยากแต่งร้านสวยแค่ไหนก็ทุ่ม ร้านอื่นมีหนึ่งชั้น แต่พวกเขาจะทำสองชั้น คนอื่นมีแมวแค่ 10-15 ตัว แต่พวกเขามีแมวมากถึง 60 ตัว 11 สายพันธุ์ เรียกว่าเยอะสุดในตลาดแล้ว ณ ตอนนั้น 

     “พอคิดว่าอยากทำ ก็ต้องไปให้สุด เอะอะซื้อแมว ทำเต็มที่มาก ซึ่งผลตอบรับ 1-2 ปีแรก ถือว่าค่อนข้างดีมาก แต่ด้วยความที่เราไม่ได้มองอะไรให้มันรอบคอบ สุดท้ายเลยช็อตเงิน รายได้ที่เข้ามาเริ่มไม่ครอบคลุมรายจ่าย อย่างแมวเราไม่คิดว่าจะมีค่าใช้จ่ายเยอะขนาดนั้น เดือนหนึ่งๆ ต้องหาหมอเป็นแสนบาทเลย ทำให้พอหมดสัญญาเช่า บวกกระแสคาเฟ่แมวที่เริ่มซาลงพอดี เราเลยคิดกันว่า จะไม่ทำต่อ แต่จะลองไปทำธุรกิจอื่นดูบ้าง” เขาบอกตอนจบของธุรกิจแรก

อย่าเพิ่งบอกตัวเองว่าไม่ใช่ เพราะไม่มีอะไรที่...เป็นไปไม่ได้

     หลังวางมือจากคาเฟ่แมว พวกเขาเบนเข็มไปทำบูทีคโฮเทล ที่ตึกของตัวเองตรงเจริญกรุง โดยหวังปิดจุดอ่อนการเช่าที่ของคนอื่น ซึ่งเคยฝากรอยช้ำไว้ในอดีต ทว่าหลังก่อสร้างไปได้ 80 เปอร์เซ็นต์ ก็ต้องมาเจอกับโควิด-19 จนต้องระงับโปรเจ็กต์ไปช่วงหนึ่ง หลังวิกฤตซาพวกเขาตัดสินใจเปลี่ยนมาเป็นเดย์สปา ที่ให้บริการดุจโรงแรม 5 ดาว เพราะมองเห็นโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากกว่าห้องพัก โดยใช้ชื่อว่า TCS Spa & Massage

     ในช่วงที่ธุรกิจชะงักจากโควิด-19 เชนเริ่มมองหาธุรกิจอื่นที่ยังพอไปได้ในช่วงโควิด และตรงกับความสนใจของเขา จนมาเจอกับธุรกิจความงาม หนึ่งในเทรนด์ที่ยังคงเติบโตและมีมูลค่าตลาดมากถึง 1.68 แสนล้านบาท แม้มีผู้เล่นเต็มสนามแต่โอกาสก็มหาศาลเช่นกัน ที่มาของการก้าวข้ามสู่สนามสกินแคร์ โดยทำแบรนด์ของตัวเองในชื่อ Shine Bride (ไชน์ไบรด์) ขึ้นในปี 2020 

     ใครจะคิดว่าเพราะธุรกิจนี้ จะทำให้อดีตหนุ่มแบงก์อย่างเขาได้กลายมาเป็น “ดาว TikTok” กับเขาในที่สุด

     “ตอนนั้น TikTok คืออะไรผมยังไม่เข้าใจ แต่สิ่งที่ค้นพบคือ กลัวอะไร จงทำสิ่งนั้น ไม่ชอบอะไรจงลองทำดูก่อน อย่าเพิ่งบอกว่า มันไม่ใช่ ผมตัดสินใจเอาตัวเองเข้าไปใน TikTok ลองอัดคลิปเต้นบ้างนิดๆ หน่อยๆ ตอนนั้นเขาบอกว่าถ้ายอดผู้ติดตามถึง 1,000 คน ปุ่มไลฟ์จะปรากฏ ตอนนั้นผมทำไป 3 วัน มียอดคนติดตามเป็นพันคนเลย ก็สงสัยนะว่าใครมาติดตามเรากัน พอปุ่มไลฟ์มันเด้งขึ้นมา ผมตัดสินใจกดดู ปรากฏว่ามีคนเข้ามาคุยกับเรา ตอนนั้นไม่มีไฟส่องไม่มีอะไรทั้งนั้น หน้าสดๆ แบบนั้นเลย คนก็มาถามว่าผมอายุเท่าไร ตอนนั้นผม 49 จะ 50 ปีแล้ว ทุกคนก็ถามว่าใช้อะไร ผมบอก ใช้ครีมยี่ห้อ Shine Bride ของผมเอง พอคนรู้ว่าผม 49 ปี ทุกคนก็เรียก “แดดดี้” ผมเลยเรียกตัวเองว่า “แดดดี้เชน” นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างตัวตนบน TikTok และทำให้แบรนด์ของเรากลายเป็นที่รู้จักขึ้นมา”

     หลังสร้างเพอร์ซันนอลแบรนดิ้งบน TikTok ได้สำเร็จ เขาก็เริ่มกลยุทธ์การตลาดที่ทำให้แบรนด์น้องใหม่กลับมาปังอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นคือการทำกล่องสุ่ม เมื่อ 2 ปีก่อน จนยอดขายถล่มทลาย สิ่งที่เป็นผลพลอยได้คือแบรนด์ของพวกเขาถูกกระจายออกไปและถูกใช้งานจริงจนเกิดกระแสบอกต่อปากต่อปาก มาบวกกับการเริ่มใช้กลยุทธ์ขายผ่านตัวแทน โดยผุดโปรเจ็กต์ผู้ชายขายครีม ยิ่งสร้างกระแสให้ Shine Bride ถูกพูดถึงมากขึ้น นำมาสู่ยอดขายที่เพิ่มขึ้นตามมา จนสามารถไปคว้ารางวัล “ท็อปบิวตี้อวอร์ด 2021” และ “ท็อปแบรนด์อวอร์ด 2022” มาการันตีความสำเร็จได้ในที่สุด 

     “ผมเห็นช่องทางการขายของตัวเองและสไตล์ของเราเองใน TikTok  ตอนนั้นผมโดนล้อว่า เป็นดาว TikTok แล้วเหรอ ซึ่งคนส่วนใหญ่อาจกลัวถูกล้อ แต่สำหรับผม ผมบอกเขาไปว่า เป็นดาว TikTok  แล้วได้เงินเป็นแสน ผมก็ภูมิใจนะ”

     ในวันนี้ธุรกิจยังคงขับเคลื่อนไปอย่างสนุก โดยแบรนด์ Shine Bride นอกจากจะมีผลิตภัณฑ์ไวเทนนิ่ง โฟมล้างหน้า และครีมกันแดด ที่ทำออกมาก่อนหน้านี้แล้ว พวกเขายังเตรียมออกผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับร่างกาย เช่น ครีมอาบน้ำ ในอนาคตอันใกล้นี้ด้วย รวมถึงเตรียมขยายตลาดไปเจาะกลุ่มผู้สูงวัย หนึ่งในเทรนด์ที่กำลังเติบโต โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชะลอวัยเพิ่มเติมในอนาคต เวลาเดียวกันก็วางแผนจะขยายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย ส่วนสปาวางแผนที่จะขยายสาขา รวมถึงเปิดออนเซ็น ซึ่งเป็นอีกธุรกิจในความสนใจของเขา    

     และนี่คือเรื่องราวของ “เชน เสมาเงิน” ผู้ที่เลิกกลัวความคิดตัวเอง เลิกฟังเสียงบั่นทอนของคนอื่น กล้าที่จะลุกมาทำสิ่งใหม่ๆ เลิกใช้เงินอย่างไร้เหตุผล จากเคยบุ่มบ่าม กลับมารอบคอบ และเลือกพึ่งพาตัวเองให้มากขึ้น โดยที่ยังคงเชื่อในทุกการลงมือทำว่า ไม่มีอะไรที่...เป็นไปไม่ได้  

ช่องทางติดต่อ

Shine Bride

www.shinebrideskin.com

FB : Shinebrideskin ไชน์ไบรด์

 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี



RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

คำสารภาพจากแม่ค้าประตูน้ำ ยอมออกจาก Comfort zone สู่โลกออนไลน์ เมื่อความสำเร็จเดิมใช้ไม่ได้อีกต่อไป

ช่วงนี้มักได้ยินเสียงบ่นของพ่อค้าแม่ค้าหนาหูว่า เศรษฐกิจไม่ดีและไม่ใช่เศรษฐกิจไม่ดีแบบธรรมดา แต่เป็นเศรษฐกิจที่แย่สุดๆ รับรู้ได้จากแม่ค้าหลายรายได้โพสต์คลิประบายความในใจจนกลายเป็นไวรัล

บ้านต้นไม้ร้อยหวัน โฮมสเตย์ที่อยากให้คนมาใช้ชีวิตเรียบง่าย กินของพื้นบ้านและนอนฟังสายน้ำ

บ้านพักแนวโฮมสเตย์รักษ์วิถีชุมชน ที่อยากชวนคนให้มาอยู่กับธรรมชาติอย่างเรียบง่าย กินของพื้นบ้านและนอนฟังสายน้ำ รับเฉพาะลูกค้าจองล่วงหน้าเท่านั้น

ระเบิดเวลาลูกใหม่ ถล่มธุรกิจอาหาร-เกษตรไทย! หลายชาติงดนำเข้าพืชผัก เน้นปลูกกินเอง

ถือว่าเป็นธุรกิจที่เป็นหน้าเป็นตาของประเทศไทยก็ว่าได้ทั้งธุรกิจอาหารและเกษตร เพราะต่างทำรายได้ให้ประเทศไทยไม่ใช่น้อย สำหรับธุรกิจอาหารแค่ 9 เดือนแรกปี 66 การส่งออกอาหารของไทยทำรายได้ถึง 1.16 ล้านล้านบาท