ไร่เตียวิเศษ ฟาร์มออร์แกนิกแห่งแรกของพะงัน จากเรื่องแปลกเมื่อ 14 ปีก่อนสู่ความสุขที่ยั่งยืน

TEXT / PHOTO : ชาญชัย หาสสุด

     เกาะพะงันเคยได้รับเลือกให้เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการ Workation อันดับ 1 ของโลกเมื่อสองปีก่อน โดยการสำรวจสมาชิกจำนวน 160 ประเทศทั่วโลกของเว็บไซด์ William Russell ซึ่งทำให้คนที่อยากทำธุรกิจบนเกาะนี้สามารถมองเห็นแนวโน้มตลาด

     นอกจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวโดยตรงแล้ว  สินค้าออร์แกนิกที่สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคจากโลกตะวันตกหรือแม้แต่คนในท้องถิ่นเอง กำลังส่งผลให้ “ไร่เตียวิเศษ” ฟาร์มออร์แกนิกแห่งแรกของเกาะพะงันกำลังเติบโตอย่างยั่งยืน

     พี่สาว ดวงเด่น เตียวิเศษ คือ คนสวนกระแสทำไร่เกษตรอินทรีย์คนแรกเมื่อ 14 ปีที่แล้ว แทนที่จะมุ่งทำธุรกิจที่พักตามแบบครอบครัว

     “เมื่อก่อนที่ตรงนี้ยังรกร้าง แม่ยกให้ตอนแต่งงาน ก่อนหน้านี้เตี่ยเป็นคนอยากทำเศรษฐกิจพอเพียง แต่แม่ชวนไปทำบังกาโล ตอนนั้นพี่กับสามีทำบริษัทรับเหมาก่อสร้าง มีลูกน้องหลายคน จึงคิดว่าที่ตรงนี้น่าจะทำประโยชน์ได้ เริ่มปลูกผักกินเองเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย จากนั้นได้ปรับพื้นที่เป็นบ่อปลา ช่วยลดปัญหาน้ำท่วมหน้าฝนด้วย ทำต่อมาเรื่อยๆ

     จนถึงปี 2560 ได้รับสนับสนุนจากโครงการภาครัฐ รวมกลุ่มทำกิจกรรมกับชาวบ้าน มีงบประมาณสร้างโรงเรือนเลี้ยงเป็ดไข่ ปัจจุบันใช้เลี้ยงไก่ไข่ จนได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีนิสิตมาฝึกงานจำนวน 7 รุ่นแล้ว เมื่อปี 2562 ได้รับจัดตั้งเป็นศูนย์เครือข่ายประมงและปศุสัตว์ และในปี 2564 เป็นศูนย์เครือข่ายทฤษฎีใหม่ ศูนย์เครือข่ายสมุนไพร และในปีต่อๆ มาได้เป็นศูนย์การเรียนรู้ของกระทรวงเกษตร ฯ และกระทรวงมหาดไทย”

     พี่สาวจบเรื่องบอกเล่าความเป็นมาของไร่เตียวิเศษด้วยความภูมิใจที่หน่วยงานรัฐหลายหน่วยงานมอบความไว้วางใจและเห็นถึงความสำคัญของฟาร์มออร์แกนิกแห่งนี้

     “ผลิตภัณฑ์ในไร่ของเรา ทำมาจากวัตถุดิบธรรมชาติทั้งหมด ไม่เป็นอันตรายต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ขายดีอันดับต้นๆ ก็มีน้ำยาล้างจาน แชมพู สบู่ น้ำยาล้างมือ น้ำยาล้างห้องน้ำ และอีกหลายอย่าง รวมทั้งหมดประมาณ 30 ชนิด ขายให้ลูกค้าประจำและทั่วไปทั้งต่างชาติและคนไทย ขายส่งให้ร้าน ออร์แกนิกช็อปในเกาะ รวมทั้งร้านซักผ้าอีกสองสามแห่ง ถ้าเป็นของกินจะเป็น Raw Brownies เป็นขนมที่ไม่ผ่านความร้อน ไม่มีกลูเตน ทำด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ผสมน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นกับช็อกโกแลต ลูกค้าชอบ สั่งแล้วสั่งอีก”

     ขณะที่นั่งคุยกับพี่สาวอยู่ ผมเห็นลูกค้าประจำชาวต่างชาติแวะเวียนมาไม่เว้นสักนาที หลายคนจองไข่ไก่เอาไว้ บางคนที่ไม่ได้จองก็จะได้แค่ไม่กี่ฟองตามสัดส่วนที่จัดแบ่งไว้ ด้วยเหตุผลที่อยากให้ทุกคนได้กินไข่ที่นี่ ยอดจองไข่บนกระดานจึงเต็มจำนวนทุกวัน

     หลังจากนั่งคุยทำความรู้จักไร่เตียวิเศษแล้ว พี่สาวชวนผมออกสำรวจสวนที่มีเนื้อที่ประมาณสามไร่เศษ ปลูกพืชพันธุ์ไว้หลากหลายชนิด ทั้งไม้ผล พืชสมุนไพรและไม้ล้มลุก บรรยากาศร่มรื่น มีสมุนไพรเป็นร้อยชนิด อย่างตะไคร้หอมที่นำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์กันยุงจนขายดีติดตลาด ผ่านบ่อปลาหลายชนิด จนมาหยุดที่คอกไก่ไข่ เรื่องที่แปลกใจที่สุด คือ เราไม่ได้กลิ่นเหม็นจากคอกไก่เลย

     “เราทำอาหารปลาเองทั้งหมด ไก่ที่นี่เลี้ยงแบบออร์แกนิก มีที่เดินเล่น ที่ไข่ ที่นอน ให้กินน้ำส้มผลไม้ ทำให้ขี้ไม่เหม็น ไข่ไม่คาว”

     ผมเห็นความตั้งใจของพี่สาว การเกษตรด้วยธรรมชาตินอกจากจะดีต่อโลกแล้ว ยังสามารถเอื้อให้สุขภาพมนุษย์ดีขึ้นในยุคที่รอบตัวเต็มไปด้วยสารเคมี

     “พี่ทำที่นี่ด้วยใจรัก แม้จะเป็นเรื่องแปลกเมื่อ 14 ปีก่อน แต่วันนี้ได้พิสูจน์แล้วว่า ไร่เตียวิเศษยังอยู่ได้ พี่อยู่สุขสบายแล้ว ไม่มีหนี้สิน ไม่มีวันที่ท้อ ตอนนี้สุขที่สุด ได้ช่วยเหลือคนอื่น ที่เหลือเป็นกำไรชีวิต”

     ไร่เตียวิเศษยังสามารถสร้างรายได้จากกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ทำร่วมกับตัวแทนนำเที่ยวและโรงแรมในเกาะพะงัน หลายคนอาจไม่เคยคิดเห็นด้วยกับพี่สาวที่ฉีกกรอบออกมาทำเกษตรในเวลานั้น แต่อาจต้องชื่นชมการตัดสินใจของไร่เตียวิเศษในวันนี้

 

รายละเอียดเพิ่มเติม

https://web.facebook.com/doungden.tw

 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

เกือบอวสาน…เพราะไร้ตัวตนบนโซเชียล ภารกิจทายาท 13 เหรียญ  คืนชีพร้าน 50 ปี ด้วย TikTok ล้านวิว

ร้าน 50 ปี เกือบสะดุด... ไม่ใช่เพราะเศรษฐกิจ แต่เพราะ คนคิดว่าปิดไปแล้ว เมื่อแบรนด์หายไปจากหน้าจอ ข่าวลือจึงทำงานแทนความจริง นี่คือบทเรียนราคาแพงจากทายาท 13 เหรียญ กับภารกิจคืนชีพตำนานด้วย TikTok ล้านวิว!

เปลี่ยน Pain Point ให้กลายเป็นไอเดียธุรกิจ รวม 3 ธุรกิจพลิก “ปัญหา” ให้เป็นโอกาสทำเงิน

วันนี้มีตัวอย่าง 3 ธุรกิจที่มีจุดเริ่มต้นมาจาก Pain Point โดยตรงของเจ้าของแบรนด์เอง จนนำมาต่อยอดกลายเป็นไอเดียธุรกิจ ที่เริ่มจากคำถามง่ายๆ ว่า “ทำไมยังไม่มีใครแก้ปัญหานี้สักที?”

MORNING HOUSE จากบ้านอาหารเช้า สู่ Destination จ.อุดรธานี ที่เติบโตด้วยการ “ฟัง” และ “ปรับตัว” ตลอดเวลา

จากประโยคง่ายๆ ว่า “อาหารเช้ากินตอนไหนก็ได้” สู่ร้านที่คนอุดรฯ และนักท่องเที่ยวตั้งใจมาเยือน MORNING HOUSE ไม่ได้โตเพราะกระแส แต่โตเพราะการฟังทุกเสียง ปรับทุกจุดเล็กๆ..เพราะความสำเร็จอาจไม่ใช่การวิ่งให้เร็วที่สุด แต่คือการไม่หยุดพัฒนา .