ความสำเร็จ...เป็นของใคร

 

 
เรื่อง : อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา
apiwut@riverorchid.com
www.orchidslingshot.com
twitter@apiwutp และ www.facebook.com/OrchidSlingshot
 
 
ขอออกตัวก่อนว่าเรื่องนี้อยู่ในอีเมลที่ได้รับ Forward มาอีกที อันที่จริงอยากจะให้เครดิตคนเขียนเหมือนกันแต่จนใจไม่รู้จะหาต้นตอจากที่ไหน 
 
เรื่องนี้เป็นเรื่องราวการสมัครงานของคนๆ หนึ่ง เนื้อเรื่องเป็นภาษาอังกฤษ แต่ขออนุญาตแปลเป็นไทยแล้วกัน เด็กหนุ่มคนหนึ่งมาสมัครงานในตำแหน่งบริหารกับองค์กรยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง เขาสอบผ่านขั้นตอนต่างๆ มาหมด เหลือแต่ขั้นตอนสุดท้ายคือการสัมภาษณ์กับกรรมการบริหารองค์กรท่านหนึ่ง กรรมการท่านนี้พบว่าเด็กหนุ่มคนนี้มีความสามารถสูง ได้คะแนนการเรียนในระดับดีมากมาตลอด ได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทองทั้งระดับปริญญาตรีและปริญญาโท
 
กรรมการจึงถามเด็กหนุ่มว่า “เธอได้ขอทุนการศึกษาหรือไม่?”
 
“ไม่เคยครับ” เด็กหนุ่มตอบ
 
กรรมการจึงถามต่อว่า “คุณพ่อของเธอเป็นคนจ่ายค่าเล่าเรียนให้ใช่หรือเปล่า?”
 
“คุณพ่อเสียไปนานแล้วครับตั้งแต่ผมอายุได้ขวบเดียว...คุณแม่เป็นคนจ่ายค่าเล่าเรียนให้กับผมครับ”
 
“คุณแม่ของเธอทำงานอะไร?” กรรมการถามต่อ 
 
“คุณแม่ผมรับจ้างซักผ้าครับ”
 
กรรมการท่านนี้จึงขอให้เด็กหนุ่มยื่นมือให้ดู ซึ่งมือของเด็กหนุ่มคนนั้นขาวเนียนไม่มีร่องรอยหรือบาดแผลใดๆ
 
“เธอเคยช่วยคุณแม่ซักผ้าบ้างไหม?” กรรมการถามต่อหลังจากดูมือของเด็กหนุ่ม
 
“ไม่เคยครับ คุณแม่บอกให้ผมอ่านหนังสือและตั้งใจเรียนให้เก่งๆ นอกจากนี้ผมคิดว่าคุณแม่น่าจะซักผ้าได้เร็วกว่าผมครับ”
 
“เอาอย่างนี้แล้วกัน ก่อนที่จะให้คำตอบว่าจะรับเธอเข้าทำงานหรือไม่ ฉันมีข้อเสนอให้วันนี้เมื่อเธอกลับบ้านอยากให้ไปล้างมือให้กับแม่ของเธอ แล้วพรุ่งนี้เช้ากลับมาฟังคำตอบ” กรรมการท่านนี้กล่าวก่อนที่จะเดินออกจากห้องสัมภาษณ์ไป
 
เด็กหนุ่มมองว่าเขามีโอกาสที่จะได้งานนี้แน่นอน ดังนั้น เมื่อกลับถึงบ้านจึงตรงเข้าไปหาแม่และขอล้างมือให้ แม้แม่จะรู้สึกแปลกใจ แต่ถ้าลูกมีโอกาสได้งานเพียงเพราะล้างมือให้กับแม่ แม่ก็ยินดี พร้อมกับส่งมือของเธอให้เด็กหนุ่ม
 
เด็กหนุ่มล้างมือให้แม่ของเขาอย่างช้าๆ น้ำตาก็ค่อยๆ เออไหลออกอย่างไม่รู้ตัว มันเป็นครั้งแรกที่ได้สังเกตมือของแม่ ซึ่งมีแต่รอยเหี่ยวย่น รอยแตกช้ำมากมาย บางครั้งที่ล้างมือไปถูกรอยแตกเหล่านั้น แม่จะสะดุ้งด้วยความรู้สึกเจ็บแปล๊บ
 
นี่เป็นครั้งแรกที่เด็กหนุ่มรู้สึกสำนึกถึงบุญคุณของมือคู่นี้ มือที่ต้องซักผ้าทุกวันเพื่อให้เขาได้เรียนสูงๆ รอยแตกช้ำบนมือของแม่เป็นต้นทุนที่แม่ต้องจ่ายให้กับใบปริญญาที่เขาได้มา และอนาคตที่สดใสของเขา
 
หลังจากล้างมือให้แม่เสร็จ เด็กหนุ่มก็เดินอย่างเงียบๆ ไปซักผ้าที่เหลือในกะละมังทั้งหมด...คืนนั้นแม่ลูกคุยกันนานอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน
 
เช้าวันรุ่งขึ้นเด็กหนุ่มกลับไปพบกรรมการบริหารท่านนั้น กรรมการสังเกตเห็นร่องรอยคราบน้ำตาของเด็กหนุ่ม จึงถามว่า “ลองเล่าให้ฟังหน่อยว่าเมื่อวานเธอไปทำอะไรบ้าง”
 
“ผมล้างมือให้คุณแม่ของผม แล้วจากนั้นผมก็ไปซักเสื้อผ้าทั้งหมดที่เหลืออยู่” เด็กหนุ่มตอบ
 
กรรมการถามต่อว่า “แล้วเธอได้เรียนรู้อะไรจากสิ่งที่ทำ”
 
เด็กหนุ่มตอบว่า “สิ่งที่ผมได้เรียนรู้คือ 
 
1. ผมเข้าใจแล้วว่าความรู้สึกขอบคุณอย่างจริงใจเป็นอย่างไร เพราะถ้าไม่มีแม่ ผมก็คงไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้
 
2.การได้ทำงานร่วมกันกับแม่ ทำให้ผมเข้าใจถึงความยากลำบากของการทำงานแต่ละชิ้นให้ประสบความสำเร็จ และ
 
3.ทำให้ผมเข้าใจถึงความสำคัญของความรักความห่วงใยและความสัมพันธ์ที่ดีที่มีต่อคนอื่น”
 
“นั่นเป็นสิ่งที่ฉันมองหาในตัวคนที่จะมาทำหน้าที่บริหารงานตรงนี้ให้กับองค์กร ฉันต้องการคนที่รู้จักความรู้สึกขอบคุณอย่างจริงใจกับความช่วยเหลือที่คนอื่นทำให้ คนที่เข้าใจถึงความยากลำบากของคนอื่นในการทำงาน และคนที่ไม่มองแต่เงินเป็นประเด็นสำคัญเพียงอย่างเดียวในชีวิต เธอเริ่มงานได้เลยในสัปดาห์หน้า” กรรมการบริหารท่านนี้กล่าว
 
ผมคงไม่ต้องเขียนสรุปใดๆ ต่อจากนี้นะครับ เอาเป็นว่าคนที่ไม่รู้สึกขอบคุณอย่างจริงใจในสิ่งที่คนอื่นทำให้ จะไม่สนใจในความรู้สึกของคนอื่น มักเอาแต่ใจของตนเองเป็นที่ตั้ง ชอบคิดแต่ว่าทุกคนต้องฟังฉัน ไม่เข้าใจถึงความยากลำบากที่คนอื่นได้รับ คอยแต่จะโยนความผิดให้พ้นตัว
 
ความสำเร็จที่ผ่านมาอาจจะทำให้หลายๆ คนรู้สึกตัวพอง โดยลืมคิดไปว่าเบื้องหลังแห่งความสำเร็จนั้นมีคนอื่นๆ ร่วมอยู่ด้วยเสมอ การแสดงความขอบคุณและแบ่งปันความสำเร็จที่ได้รับโดยการให้เครดิตคนที่อยู่เบื้องหลังด้วย เป็นสิ่งที่ทุกคนควรทำ เพียงแต่หลายคนมองข้ามประเด็นนี้ไป อย่างไม่น่าให้อภัย!
 

RECCOMMEND: MANAGEMENT

“รู้งี้…” คำสั้นๆ ที่ทำให้ธุรกิจพลาดโอกาส เปิดสูตรลับการตัดสินใจ ของ Jeff Bezos ที่ใช้สร้าง Amazon

บางครั้งสิ่งที่แพงที่สุดในธุรกิจ ไม่ใช่เงินลงทุนที่พลาด แต่คือโอกาสที่เรา “ไม่ได้ลอง” รู้จัก Regret Minimization วิธีคิดแบบ Jeff Bezos ที่ช่วยให้เลือกทางที่ไม่ต้องเสียใจทีหลัง

คุณเป็นหัวหน้าแบบนี้ไหม “Snowplow” ผู้ที่ชอบแบกทุกเรื่อง จัดการทุกอย่าง หวงงานไว้คนเดียว ไม่ปล่อยให้ลูกน้องได้ทำ ได้คิด จนองค์กรไม่โต     

งานมีเยอะ แต่ทำไมหัวหน้าทำอยู่คนเดียว? ถ้าเป็นเพราะหัวหน้าคิดว่าทำเองเสร็จเร็วกว่า องค์กรคุณอาจเจอเข้ากับ “Snowplow” หรือหัวหน้าที่ชอบเก็บงานไว้กับตัว ไม่กระจายให้ลูกน้อง เพราะกลัวคนอื่นจะทำผิด มีหัวหน้าแบบนี้ส่งผลเสียต่อองค์กรได้ยังไง

ก่อนพนักงานจะเป็นซอมบี้ ไม่เหลือคนมีไฟในองค์กร 5 กระจกสะท้อน 'รอยร้าว' ในองค์กร จากหนัง HUMAN RESOURCE

ทำไมเด็กรุ่นใหม่ไม่อดทน? ทำไมคนเก่ง ๆ ถึงเริ่มเงียบหาย? หนังเรื่อง HUMAN RESOURCE (พนักงานใหม่: โปรดรับไว้พิจารณา) ไม่ใช่แค่หนังเล่าชีวิตออฟฟิศขี้บ่น แต่คือ "กระจกบานใหญ่" ที่สะท้อน 5 รอยร้าว ในองค์กรที่คุณอาจมองไม่เห็นหรือไม่รู้ตัว