​4 เคล็ดลับแนะผู้นำ เจอลูกน้องรับมือยาก! จัดการยังไง?







     อย่างที่รู้ๆ กันว่า คนเรานั้นมีอยู่หลายประเภท จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอะไรถ้าจะเจอพนักงานบางคนที่ยากต่อการร่วมงานหรือเวลาจะสอนงานแต่ละอย่างให้ก็ดูยากเย็นเหลือเกิน จนกลายเป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่คอยฉุดประสิทธิภาพโดยรวมขององค์กร แต่ถ้าอยากก้าวข้ามปัญหานี้ไป ลองมาดู 4 วิธีง่ายๆในการรับมือคนเหล่านี้กัน  

 
ใส่ใจ ไม่ใช่จับผิด

     หนึ่งในวิธีกระตุ้นพนักงานให้พร้อมที่จะเรียนรู้ คือการเอาใจใส่และต้องทำให้รู้ว่าคุณนั้นใส่ใจต่อตัวพวกเขาจริงๆ เชื่อหรือไม่ว่ามีพนักงานจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวที่ทำงานไม่เต็มที่และไม่สนใจที่จะเรียนรู้ เพียงเพราะพวกเขาไม่เชื่อใจในตัวหัวหน้าหรือผู้นำองค์กร และในขณะเดียวกันพนักงานที่หัวหน้าไม่ค่อยให้ความสำคัญหรือใส่ใจจะส่งผลให้พวกเขานั้นไม่กระตือรือร้น ละความพยายาม ทำผลงานได้ไม่ดีและท้ายที่สุดก็จะเดินออกจากองค์กรไป ดังนั้นการเอาใจใส่อย่างจริงใจที่ไม่ใช่การจับผิดหรือคอยแต่ตำหนิจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ทำให้พวกเขามีความพยายามมากขึ้นและสามารถดึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ออกมาได้ซึ่งบางทีผลที่ได้รับมันก็ดีเกินคาด
               

     นอกจากนี้ โดยทั่วไปพนักงานมีความต้องการที่จะรู้ว่าหัวหน้านั้นยอมรับในความสามารถหรือความสำเร็จของพวกเขาหรือไม่ เชื่อใจได้แค่ไหนและสามารถพูดคุยกันได้อย่างจริงใจหรือเปล่า ดังนั้นผู้นำที่ดีควรเปิดใจรับฟังในสิ่งที่ลูกน้องปรารถนา เข้าใจในจุดอ่อน ความกลัวที่จะเปลี่ยนแปลงและความไม่มั่นใจของพวกเขาเหล่านั้น เพราะคำว่า “ใจซื้อใจ” ยังใช้ได้อยู่เสมอ หากหัวหน้าหรือผู้นำให้ความเชื่อใจในตัวลูกน้อง พวกเขาก็จะมอบมันกลับมาให้คุณเช่นกัน
 

จัดการกับพฤติกรรมที่แย่ ไม่ใช่ตัวบุคคล

     หากคุณอยากจะเปลี่ยนแปลงหรือทำให้ใครทำงานได้ดีขึ้นควรมุ่งจัดการไปที่พฤติกรรมการทำงานที่ไร้ประสิทธิภาพมากกว่าความเป็นตัวตนของบุคคลนั้นๆ เช่น หากลูกน้องมีพฤติกรรมไม่ชอบหน้ากันหรือไม่ถูกกันแล้วส่งผลกระทบต่อการทำงาน คุณสามารถหยิบเอาจุดนี้มาเป็นแรงกระตุ้นและเบนเข็มให้พนักงานเหล่านั้นหันมาแข่งขันกันเองเพื่อชิงความเป็นที่หนึ่งว่าใครจะมีความสามารถและทำงานได้ดีมากกว่ากัน ถือเป็นอีกวิธีดึงศักยภาพของพนักงานออกมาและเป็นประโยชน์ต่อบริษัท ดังนั้นหากคุณสามารถแก้ไขพฤติกรรมแย่ๆของลูกน้องได้ คุณก็จะสามารถฝึกและพัฒนาคนเหล่านั้นให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
 

ช่วยวางแผนสู่เป้าหมายความสำเร็จ

     การจะพัฒนาคนนั้นต้องอาศัยเวลาและต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไปเพราะคนเราไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงได้เพียงแค่ชั่วข้ามคืน ที่สำคัญคนเรามักจะกลัวและต่อต้านการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเปลี่ยนแปลงแบบปัจจุบันทันด่วน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ผู้นำและลูกน้องต้องมีการวางแผนการทำงานที่มีความเฉพาะเจาะจง ประเมินผลได้ ทำให้สำเร็จได้จริง สมเหตุสมผลและกำหนดกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนร่วมกันเพื่อทำให้แน่ใจว่าสิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นนั้นจะเป็นไปตามลำดับและขั้นตอนที่สามารถช่วยลดความกังวลของพวกเขาได้


     สำหรับลูกน้องคนไหนที่เป็นประเภทชอบทำงานด้วยตัวเองและไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใคร ผู้นำที่ดีควรถามพวกเขาเหล่านั้นว่ามีอะไรที่อยากจะพัฒนาบ้าง เพราะการได้พูดคุยและรับฟังในความคิดเห็นเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าคุณนั้นให้ความเชื่อใจในตัวเขาและพร้อมที่จะรับฟังอยู่เสมอ วิธีนี้นอกจากจะทำให้ได้เรียนรู้กันและกันแล้ว ยังเปิดช่องให้คุณได้มีโอกาสให้คำชี้แนะและสอนลูกน้องไปในตัวด้วย
 

หาทักษะที่มีของคนๆ นั้นให้เจอ

     เมื่อแผนทุกอย่างที่วางไว้มันไม่เวิร์ค คราวนี้ก็ถึงตาที่คุณต้องเฉียบขาดและต้องทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนตำแหน่งหรือเลื่อนขั้นให้พนักงานไปอยู่ในที่ๆเหมาะสมตามความสามารถและทักษะที่คนๆนั้นมี คุณควรทำความเข้าใจว่าบางครั้งที่ลูกน้องทำงานไม่ดี ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่เก่ง แต่เป็นเพราะงานที่ทำอยู่นั้นไม่ตรงกับความสามารถที่เขามี และจะยิ่งแย่ไปกันใหญ่ถ้าเป้าหมายของพวกเขานั้นไม่ตรงกันกับที่บริษัทได้ตั้งเอาไว้ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้พวกเขาไม่มีความสุขในการทำงานและลดประสิทธิภาพในการทำงานลง ดังนั้นการรู้ว่าใครเหมาะกับหน้าที่อะไร ถือเป็นการ “Put the Right Man on the Right Job” ที่นอกจากจะช่วยพัฒนาศักยภาพของบุคลากรได้แล้วยังเป็นการหาคนที่ “ใช่” ให้กับบริษัทอีกด้วย
          
     
     แต่อย่างไรก็ตาม การฝึกและสอนพนักงานให้ได้เรียนรู้นั้น ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเก็บคนๆ นั้นให้อยู่กับบริษัทเสมอไป เพราะบ่อยครั้งที่ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน คือการที่พนักงานได้ออกไปแสวงหาโอกาสอื่นๆ ที่เหมาะสมและตรงกับความต้องการของตัวเอง จำไว้ว่าผู้นำที่ดีนั้นย่อมรู้ว่าอะไรเป็นสิ่งที่ดีต่อตัวลูกน้องมากที่สุด ในขณะที่ยังรักษาความต้องการและเป้าหมายของบริษัทเอาไว้ได้



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MANAGEMENT

คุณเป็นหัวหน้าแบบนี้ไหม “Snowplow” ผู้ที่ชอบแบกทุกเรื่อง จัดการทุกอย่าง หวงงานไว้คนเดียว ไม่ปล่อยให้ลูกน้องได้ทำ ได้คิด จนองค์กรไม่โต     

งานมีเยอะ แต่ทำไมหัวหน้าทำอยู่คนเดียว? ถ้าเป็นเพราะหัวหน้าคิดว่าทำเองเสร็จเร็วกว่า องค์กรคุณอาจเจอเข้ากับ “Snowplow” หรือหัวหน้าที่ชอบเก็บงานไว้กับตัว ไม่กระจายให้ลูกน้อง เพราะกลัวคนอื่นจะทำผิด มีหัวหน้าแบบนี้ส่งผลเสียต่อองค์กรได้ยังไง

ก่อนพนักงานจะเป็นซอมบี้ ไม่เหลือคนมีไฟในองค์กร 5 กระจกสะท้อน 'รอยร้าว' ในองค์กร จากหนัง HUMAN RESOURCE

ทำไมเด็กรุ่นใหม่ไม่อดทน? ทำไมคนเก่ง ๆ ถึงเริ่มเงียบหาย? หนังเรื่อง HUMAN RESOURCE (พนักงานใหม่: โปรดรับไว้พิจารณา) ไม่ใช่แค่หนังเล่าชีวิตออฟฟิศขี้บ่น แต่คือ "กระจกบานใหญ่" ที่สะท้อน 5 รอยร้าว ในองค์กรที่คุณอาจมองไม่เห็นหรือไม่รู้ตัว

Soft Skills ที่ควรอัปเกรดในปี 2026 ลงทุนกับตัวเอง ให้ชีวิตและงานไปได้ไกลกว่าเดิม

ปี 2026 อยากให้ “เราเวอร์ชันใหม่” เก่งขึ้น ไม่เครียดเท่าเดิมไหม ลองเริ่มจาก Soft Skills ใกล้ตัวเหล่านี้ EQ, การสื่อสาร, คิดเป็นระบบ และรู้จักใช้ AI เป็นผู้ช่วย ไม่ใช่คู่แข่ง และเมื่อเราจัดการชีวิตได้ดีขึ้น โอกาสดีๆ ก็เริ่มเข้ามาเอง