10 สูตรลับมัดใจพนักงาน ให้รักและภักดีกับองค์กร แบบไม่ต้องเสียเงินสักบาท!

TEXT : กองบรรณาธิการ





     หนึ่งในทรัพยากรสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจคุณให้สามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ทะยานสู่เป้าหมายที่ตั้งใจไว้ได้สำเร็จ ก็คือ “ทรัพยากรบุคคล” แต่การจะรักษาคนคุณภาพเอาไว้ได้นั้น แค่ผลตอบแทนงามๆ หรือรายได้ที่ดีอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะยังมีปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ อยู่อีกมากที่จะสามารถช่วยมัดใจพนักงานให้อยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับองค์กรไปนานๆ โดยที่บางครั้งบริษัทอาจไม่จำเป็นต้องควักเงินสักบาทก็ได้


     เหมือนเช่น สูตรลับ 10 ข้อ ต่อไปนี้ รับรองหากทำได้ไม่ว่าใครก็ย่อมอยากอยู่กับองค์กรของคุณไปนานๆ ทีเดียวล่ะ



 
 
ให้อยู่ในตำแหน่งและหน้าที่ที่เหมาะสม
               

     การได้ทำงานอยู่ในหน้าที่ที่เหมาะสมกับความสามารถและความถนัดที่มีอยู่ นอกจากจะช่วยให้งานลื่นไหลมีประสิทธิภาพดีแล้ว ยังสร้างความภาคภูมิใจให้กับพนักงานที่ได้รับมอบหมายหน้าที่ด้วย ซึ่งความรู้สึกนี้จะส่งผลต่อการทำงานที่สนุก มีความสุข และอยากอยู่ทำงานไปด้วยนานๆ ดังนั้นแล้วเจ้าของกิจการจึงควรใส่ใจกับการเลือกใช้คนให้เหมาะสมกับงานที่มีอยู่ด้วย
 

มีอุปกรณ์ เครื่องมือพร้อมสำหรับทำงาน
               

      ไม่มีใครอยากทำงานออกมาไม่ดี แต่บางครั้งปัญหาอุปสรรคก็อาจเกิดขึ้นจากความไม่พร้อมของอุปกรณ์ที่มีอยู่ก็เป็นได้ ซึ่งอาจส่งผลต่อการงานที่ล่าช้า รวมถึงผลลัพธ์ที่ออกมาไม่ดีเท่าที่ควร ดังนั้นแล้วผู้ประกอบการควรสำรวจและอัพเดตให้มีความพร้อมอยู่เสมอ นอกจากนี้ยังรวมถึงการจัดฝึกอบรมเสริมสร้างทักษะความรู้ใหม่ๆ ในการทำงานให้กับพนักงานด้วย



 

บอกความคาดหวังที่ต้องการ
               

      นอกจากการทำงานให้ออกมามีประสิทธิภาพดีแล้ว บางครั้งผู้บริหารควรบอกถึงความคาดหวังหรือเป้าหมายที่ชัดเจนให้แก่พนักงานได้รับรู้ด้วยว่า คุณคาดหวังจะได้เห็นอะไรจากผลงานของพวกเขา การแจ้งเป้าหมายให้ทราบนอกจากจะเป็นการกำหนดขอบเขตงานให้พนักงานได้รับรู้แล้ว เพื่อจะได้บริหารจัดการตัวเองได้ถูก ยังเป็นการช่วยกระตุ้นพนักงานให้มีความกระตือรือร้นและรู้สึกมีคุณค่าในตัวเองด้วย เพราะคงไม่มีอะไรจะแย่ไปกว่าการไม่รู้ว่าตนเองมีบทบาท หรือมีประโยชน์อะไรบ้างต่อบริษัท
 

ให้กำลังใจ ชื่นชม
               

      การให้กำลังใจและชื่นชมพนักงานเมื่อสามารถทำงานได้เป็นผลสำเร็จ ถือเป็นการเติมพลังใจและความเชื่อมั่นให้แก่พนักงานอีกทางหนึ่งว่าสิ่งที่พวกเขาได้ทำลงไปนั้นมีคุณค่าและเป็นประโยชน์ ทำให้องค์กรสามารถพัฒนาก้าวหน้าขึ้นไปได้ ช่วยให้การทำหน้าที่นั้นๆ มีความหมายมากยิ่งขึ้น




 

ปฏิบัติต่อพนักงานด้วยความเคารพ
               

     เพราะพนักงาน คือกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้เดินหน้าต่อไปได้ ดังนั้นต่อให้เป็นหน้าที่เล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทโดยตรงก็ตาม แต่ทุกหน้าที่ล้วนแต่มีความสำคัญเพื่อช่วยให้งานสำเร็จลุล่วงไปได้เช่นกัน ดังนั้นแล้วจึงควรให้เกียรติและเคารพต่อสิ่งที่พวกเขาทำไม่ว่าจะหน้าที่ความรับผิดชอบสูง หรือส่วนที่เล็กที่สุดในองค์กรก็ตาม ซึ่งการให้ความสำคัญนี้อาจแสดงออกในรูปแบบของการเปิดใจรับฟังด้วยก็ได้ ไม่แน่จากจุดเล็กๆ ที่เคยมองข้ามไป อาจเป็นการช่วยแก้ปัญหาให้กับองค์กรได้ดีขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนก็ได้
 

ให้อิสระ
               

     การจะทำงานออกมาให้มีประสิทธิภาพ นอกจากการใช้กฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ เพื่อช่วยให้มีวินัยต่อการทำงานแล้ว บางครั้งการให้อิสระแก่พวกเขาบ้างให้ได้คิดและรับผิดชอบด้วยตัวเองบ้าง อาจช่วยให้พวกเขาเติบโตได้มากขึ้น เพราะการควบคุมทุกอย่างนอกจากทำให้รู้สึกอึดอัดแล้ว สุดท้ายพวกเขาก็จะไม่สามารถทำอะไรเป็นได้ด้วยตนเองเลย



 

ยอมรับว่าไม่มีอะไรร้อยเปอร์เซ็นต์
               

       แน่นอนว่าผู้ประกอบการทุกคนย่อมคาดหวังผลงานที่ดีที่สุด แต่โปรดจำไว้ว่าไม่มีใครสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์  ดังนั้นแล้วอย่าวางบรรทัดฐานการทำงานที่เป๊ะจนเกินไป เช่น ใส่ไป 10 ต้องได้ออกมา 100 เสมอไปทุกครั้งมาใช้ ควรวางกรอบการทำงานให้กว้างขึ้น มีความยืดหยุ่นบ้าง เพราะมนุษย์ไม่ใช่เครื่องจักรย่อมมีปัจจัยแวดล้อมมากมายที่ส่งผลต่อการทำงานได้ ดังนั้นจึงควรเผื่อใจเอาไว้บ้าง อย่ามองที่เรื่องงานเพียงอย่างเดียว ควรให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้เกิดขึ้นในองค์กรและทีมงานด้วย

 
เสนอโอกาสในการเติบโต
               

      อย่างที่บอกว่าผลตอบแทนที่คุ้มค่าอาจสร้างแรงดึงดูดใจในการทำงานให้แก่พนักงานได้ แต่การให้โอกาสความก้าวหน้าก็เป็นอีกสิ่งที่สำคัญที่ช่วยให้พนักงานอยากอยู่กับองค์กรไปนานๆ เพราะช่วยให้พนักงานรู้สึกมีเป้าหมายในชีวิต รู้ว่าทำงานหนักไปเพื่ออะไร และพวกเขาจะได้ผลตอบแทนอะไรต่อตัวเองบ้างในอนาคต รวมถึงจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างไร



 

มีความยืดหยุ่น
               

     รูปแบบ ขั้นตอนการทำงานแบบรูทีนที่วางไว้ อาจเป็นกรอบช่วยให้งานสำเร็จขึ้นมาได้ก็จริง แต่ในบางครั้งการได้ลองออกแบบวิธีการทำงานรูปแบบใหม่ๆ โดยที่ไม่ได้ส่งผลต่องานให้เกิดความเสียหาย ก็ไม่น่าจะผิดอะไรที่จะลองหาวิธีการใหม่ๆ ดูบ้าง ไม่แน่อาจได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าก็ได้ และส่งผลดีทั้งต่อองค์กรและพนักงานเอง เช่น ปัจจุบันที่ให้มีการทำงานจากที่บ้านบ้าง เข้าออฟฟิศน้อยลง ทำให้มีเวลาไปสร้างสรรค์ เพิ่มเติมทักษะชีวิตให้ตัวเอง พักผ่อนไม่เครียดจนเกินไป
 

เคารพเวลาในการทำงาน
               

     ข้อสุดท้ายที่อยากฝากไว้ คือแม้ว่าพนักงานจะรักองค์กรมากแค่ไหนก็ตาม แต่พวกเขาย่อมต้องการเวลาส่วนตัวของตัวเองเช่นกัน ดังนั้นแล้วจึงไม่ควรเบียดเบียนเวลาซึ่งกันกัน งาน คือ งาน พัก คือ พัก อย่าคาดหวังให้พวกเขาต้องทุ่มเทให้กับบริษัท โดยสูญเสียเวลาในส่วนอื่นไป แน่นอนอาจมีบ้างที่ต้องทุ่มเททำงานจนดึกดื่น แต่ก็ไม่ควรบ่อยนัก หรือหากจำเป็นจริงๆ ควรเพิ่มผลตอบแทนเพื่อเป็นการขอบคุณเข้าไปด้วย สิ่งนี้จะช่วยมัดใจพนักงานได้อยู่หมัดทีเดียวล่ะ




 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MANAGEMENT

เจาะเทคนิคการเซฟต้นทุน กลยุทธ์พิชิตเกมธุรกิจฉบับ More Meat หนึ่งในผู้บุกเบิกตลาด Plant based food ไทย

เพราะความตั้งใจดีที่อยากเป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภค "More Meat" หนึ่งในผู้พัฒนาโปรตีนทดแทนจากพืช (Plant based) จึงให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยในการผลิตสินค้าตั้งแต่ต้นทางการคัดสรรวัตถุดิบ

มีผลวิจัยหนึ่งบอกว่า ได้งานดีขึ้น 10-15% เมื่อไม่มีหัวหน้าคุม องค์กรควรเลือกทำงาน ตามกฎ VS ยืดหยุ่น

การทำงานมีอยู่ 2 แบบ คือ ทำงานตามกฎเกณฑ์ และทำงานแบบยืดหยุ่น จริงๆ แล้วทั้งสองแบบให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันอย่างไร แบบไหนดีกว่า หรือควรใช้ทั้งสองแบบควบคู่กันไป ลองมาหาคำตอบไปพร้อมกัน

สื่อสารเชิงสร้างสรรค์ ทักษะจำเป็นต่อความเป็นมืออาชีพในการทำงาน ผู้นำองค์กรควรเรียนรู้

ปฏิเสธไม่ได้ว่ากระแส "ชัชชาติฟีเวอร์" ของ "คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์" กำลังมาแรงต่อเนื่อง หากติดตามมาตลอดจะสังเกตเห็นการตอบคำถามแบบบัวไม่ช้ำ น้ำไม่ขุ่น การสื่อสารลักษณะนี้เรียกกันว่า "constructive communication" หรือสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งผู้นำองค์กรควรฝึกไว้