จะตัดสินใจทำธุรกิจ สัญชาตญาณ หรือ ข้อมูล อันไหนช่วยให้สำเร็จมากกว่ากัน

TEXT : กองบรรณาธิการ

Main Idea

  • เป็นที่ถกเถียงกันมานานว่าระหว่าง “สัญชาตญาณ” กับ “ข้อมูล” แล้ว สิ่งไหนสำคัญต่อการตัดสินใจในธุรกิจมากกว่ากัน

 

  • สัญชาตญาณ คือ ความคิดที่เกิดขึ้นแบบฉับพลันโดยธรรมชาติ หลายคนไม่เชื่อเพราะมองว่าหาเหตุผลมารองรับไม่ได้ แต่กลับมีนักธุรกิจที่ใช้สัญชาตญาณทำธุรกิจมาตลอด เช่น Jeff Bezos ซีอีโอแห่ง Amazon

 

  • ขณะที่ข้อมูล ซึ่งดูน่าเชื่อถือ เป็นเหตุเป็นผล แต่ด้วยยุคนี้ที่มีข้อมูลมหาศาลมากเกินไป บางครั้งก็อาจทำให้เกิด “Analysis paralysisหรืออัมพาตในการวิเคราะห์ จนทำให้ไม่สามารถตัดสินใจได้ ก็เป็นไปได้

 

     ก่อนจะลงทุนทำอะไรสักอย่างในธุรกิจ ผู้ประกอบการหลายคนอาจมีความเชื่อว่าการมีข้อมูลเยอะๆ ศึกษาอย่างละเอียดถี่ถ้วนจะช่วยให้สามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ และถูกต้องมากขึ้น แต่จริงๆ แล้วข้อมูลอย่างเดียว เพียงพอจริงหรือเปล่า ทำไมหลายคนจึงว่า “สัญชาตญาณ” ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน

การใช้สัญชาตญาณดียังไง

      สัญชาตญาณ คือ ความคิดที่เกิดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เพียงแค่แว้บเดียว โดยไม่ต้องผ่านการคิดวิเคราะห์อะไรให้มากมาย แต่หลายคนอาจเลือกที่จะไม่เชื่อในสัญชาตญาณ เพราะมองว่าเป็นความคิดที่เกิดขึ้นมาแบบฉับพลัน และหาเหตุผลมารองรับไม่ได้ แต่ทำไมนักธุรกิจหลายคนจึงมักกล่าวว่าที่ประสบความสำเร็จมาทุกวันนี้ได้ เป็นเพราะมาจากการมีสัญชาตญาณที่ดี

     โดย Sri Sharma ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการของ Net Media Planet เคยกล่าวไว้ว่าสัญชาตญาณ คือ ความรู้สึกข้างในตัวเราเอง เป็นเหมือนเรดาร์ที่ถูกสร้างขึ้นมาจากประสบการณ์ต่างๆ ที่เราเคยผ่านและได้เรียนรู้มา ซึ่งมีหลายครั้งในการทำธุรกิจที่เขารู้สึกว่าสัญชาตญาณที่คิดไว้ก่อนหน้า กลับตรงกับข้อมูลการวิเคราะห์ที่ได้มา จึงทำให้เขายิ่งเชื่อในสัญชาตญาณตัวเองเข้าไปอีก ซึ่งข้อมูลไม่สามารถใช้แทนที่สัญชาตญาณได้

     เช่นเดียวกับ Dr. Martin Clark ผู้อำนวยการโครงการและธุรกิจของ Cranfield School of Management ที่มองว่าบางครั้งการยึดติดกับข้อมูลมากเกินไป ก็เหมือนเป็นกับดักทำให้การตัดสินใจผิดพลาดได้ เนื่องจากทุกวันนี้มีข้อมูลจำนวนมหาศาลเกิดขึ้นมากมาย หากขาดการนำมาคิดวิเคราะห์และบริหารจัดการให้ดี และถูกต้องอย่างแท้จริง แทนที่จะเกิดประโยชน์ ก็อาจเกิดความซับซ้อน จนนำไปสู่การตัดสินใจที่ยากขึ้นไปอีกในการทำธุรกิจก็ได้

 ใครบ้างเชื่อในการตัดสินใจด้วยสัญชาตญาณ

     Jeff Bezos ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Amazon เคยพูดไว้ว่าทุกสิ่งที่เขาทำนั้นล้วนเริ่มต้นขึ้นมาจากสิ่งเล็กๆ โดยเขามักจะใช้การสังเกตเฝ้ามองสิ่งเหล่านั้นเสมอว่าจะขยายเติบโตกลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้ยังไง เหมือนเช่นการเริ่มต้นทำ Amazon ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ เขาก็เริ่มต้นขึ้นมาด้วยคนเพียงจำนวนไม่กี่คน จนปัจจุบันมีอยู่มากกว่าหลายแสนคนทั่วโลก

     โดยเขามักกล่าวเสมอๆ ว่าการที่ทำให้ธุรกิจเติบโตขึ้นมาได้อย่างทุกวันนี้ เขามักใช้การตัดสินใจจากสัญชาตญาณ รสนิยมที่ชื่นชอบ ความกล้า และความอุตสาหะ มากกว่าการวิเคราะห์ด้วยข้อมูล ซึ่งการที่ทำให้ Amazon ประสบความสำเร็จขึ้นมาได้ ก็เกิดจากการใช้ความรู้สึกเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคเป็นสำคัญมากกว่าจะมุ่งเน้นเพื่อเอาชนะคู่แข่ง และแม้ธุรกิจจะเติบโตยิ่งใหญ่แค่ไหน เขาก็ยังเชื่อในการทำจากสิ่งเล็กๆ เขาต้องการให้ธุรกิจมีหัวใจและจิตวิญญาณแบบธุรกิจเล็กๆ นั่นเอง

     ไม่เฉพาะแต่นักธุรกิจต่างประเทศเท่านั้น ในไทยก็ยังมีตัวอย่างนักธุรกิจไทยที่ใช้สัญชาตญาณเป็นตัวนำทางในการตัดสินใจทางธุรกิจด้วย ยกอย่างเช่น พลพัฒน์ อัศวะประภา หรือ หมู อาซาว่า แห่งวงการเสื้อผ้าแฟชั่นไทยเจ้าของแบรนด์ Asava เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่าเป็นหนึ่งคนที่ชอบใช้สัญชาตญาณในการคิดงาน

     ครั้งหนึ่งเขาเคยเผชิญวิกฤตถึงขั้นมีสต็อกเสื้อผ้าในมือเป็นหมื่นๆ ตัว จนมานั่งทบทวนว่าอะไร คือ สาเหตุของความผิดพลาดและก็พบว่าบางครั้งการตามกระแสของตลาดเกินไป อาจทำให้หลงไปความข้อมูลความนิยมของตลาด จนลืมที่จะแสดงตัวตนที่แท้จริงของตัวออกมา ซึ่งแท้จริงแล้วนั่นคือ เสน่ห์ สิ่งสำคัญที่สุดของการสร้างแบรนด์สินค้าขึ้นมาแบรนด์หนึ่ง เพื่อทำให้เกิดจุดเด่น ความแตกต่าง คือ คุณค่าที่ผู้บริโภคต้องการ โดยเฉพาะสินค้าด้านแฟชั่นที่มีการผลิตออกมามากมาย โดยเขาเล่าว่าไม่เพียงเฉพาะแค่ในการทำธุรกิจเท่านั้น การดำเนินชีวิตประจำวันเขาก็เป็นคนหนึ่งที่มักใช้สัญชาตญาณในการคิดและตัดสินใจสิ่งต่างๆ เสมอเช่นกัน

ทำไมการอิงกับข้อมูลมากเกินไป จึงอันตราย

     แน่นอนว่าในการทำธุรกิจ เราจะขาดการใช้ข้อมูลไปไม่ได้เลย เพราะข้อมูล คือ การช่วยลดความเสี่ยง และทำให้ธุรกิจเกิดการสะดุดน้อยที่สุด แต่บางครั้งการอิงกับข้อมูลมากจนเกินไป ก็อาจกลายเป็นผลเสียต่อธุรกิจได้เช่นกัน เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้นมาดูกัน

     - เพราะโลกปัจจุบันเต็มไปด้วยข้อมูลมาเกินไป หากหาวิธีจัดการได้ไม่ดีพอ อาจทำให้การตัดสินใจผิดเพี้ยนไปจากความจริงได้

     - แน่ใจหรือว่าข้อมูลที่มี เป็นข้อมูลทั้งหมดจริงๆ หรือเป็นเพียงแค่บางส่วน เพราะอาจทำให้คุณวิเคราะห์ผิดพลาดได้

     - อย่าลืมว่าข้อมูลไม่ได้มีแค่จากเราแค่ฝ่ายเดียว เช่น เราอาจมีข้อมูลเฉพาะของธุรกิจตัวเอง แต่จริงๆ แล้วยังมีฐานข้อมูลใหญ่อีกมากที่ส่งผลต่อธุรกิจของเราได้ เช่น ข้อมูลเศรษฐกิจโลก, การผันผวนค่าเงินต่างๆ

     - เมื่อมีข้อมูลมากเกินไป อาจทำให้เกิดความวิตกกังวล จนบดบังการตัดสินใจแบบธรรมชาติอย่างที่ควรจะเป็น

รู้จัก Analysis paralysis อัมพาตจากการวิเคราะห์ข้อมูล

     เชื่อหรือไม่ว่าการมีข้อมูลเยอะมากเกินไปบางครั้งก็ไม่ได้ส่งผลดีเลย โดยนักจิตวิทยาเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “Analysis Paralysis” หรืออัมพาตจากการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งการมีข้อมูลที่เยอะมากเกินไป อาจไปขัดขวางการตัดสินใจที่ถูกต้อง รวมถึงลดความเร็วในการตัดสินใจลงได้ แทนที่จะผลลัพธ์หรือคำตอบที่ต้องการ ก็กลับกลายเป็นการคิดมาก ลังเล วิตกกังวล และไม่มั่นใจไปแทน กลัวที่จะผิดหวัง มากกว่าตัดสินใจเพื่อก้าวไปข้างหน้า จึงไม่ต่างอะไรกับการเป็นอัมพาตทางความคิด

ทำยังไงให้ใช้ข้อมูลและสัญชาตญาณได้อย่างสมดุล

     มาถึงตรงนี้เราไม่ได้กำลังจะบอกว่าสัญชาตญาณ หรือการใช้ข้อมูลแบบไหนดีกว่ากัน เพียงแต่กำลังจะชี้ให้เห็นถึงข้อดี ข้อด้อย และข้อควรระวังของแต่ละอย่าง ซึ่งบางครั้งสัญชาตญาณ อาจเกิดขึ้นจากประสบการณ์ที่เราเคยได้สั่งสมมา และประมวลออกมาทำให้เราเกิดการตัดสินใจได้อย่างทันท่วงที จนอาจกล่าวได้ว่าสัญชาตญาณ ก็คือ นักวิเคราะห์โดยธรรมชาติของมนุษย์ที่มีอยู่ในตัวตนนั่นเอง

     แต่บางครั้งหากประสบการณ์ในเรื่องนั้นๆ น้อยเกินไป การใช้สัญชาตญาณก็อาจไม่เกิดผล จึงอาจต้องใช้ข้อมูลเข้ามาเป็นส่วนร่วมในการตัดสินใจด้วย ขณะที่ในบางสิ่งที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ความรู้สึก เช่น การใช้ศิลปะในการออกแบบสินค้า ไอเดียสร้างสรรค์ต่างๆ รสนิยมความชอบไม่ชอบ ก็อาจต้องใช้สัญชาตญาณขึ้นมาเป็นตัวนำขึ้นมาก่อน

     ซึ่งไม่ว่าสัญชาตญาณ หรือการใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจก็ตาม สิ่งสำคัญที่ต้องมีก็คือ ความถูกต้อง หากเป็นข้อมูลก็ต้องเป็นแหล่งที่น่าเชื่อถือ และมั่นใจว่าเป็นข้อมูลทั้งหมดที่เกิดขึ้น มิใช่หยิบมาแค่เพียงบางส่วน ขณะที่หากใช้สัญชาตญาณ ก็อย่าอิงกับอามรณ์ความรู้สึกมากเกินไป จนบดบังสัญชาตญาณที่เกิดขึ้นจริง ต้องหมั่นลองจับความรู้สึกที่เกิดขึ้น ดูสาเหตุที่มา  คิดวิเคราะห์ว่าหากทำตามอย่างนั้นแล้ว จะเกิดผลอะไรตามมา หมั่นฝึกบ่อยๆ เพื่อให้เกิดความแม่นยำมากขึ้น

ที่มา : https://www.businessinsider.com/how-jeff-bezos-makes-decisions-2018-9

https://www.theguardian.com/careers/careers-blog/instinct-insight-how-leaders-make-decisions-management

https://en.wikipedia.org/wiki/Analysis_paralysis

https://www.prachachat.net/d-life/news-209248

 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MANAGEMENT

Soft Skills ที่ควรอัปเกรดในปี 2026 ลงทุนกับตัวเอง ให้ชีวิตและงานไปได้ไกลกว่าเดิม

ปี 2026 อยากให้ “เราเวอร์ชันใหม่” เก่งขึ้น ไม่เครียดเท่าเดิมไหม ลองเริ่มจาก Soft Skills ใกล้ตัวเหล่านี้ EQ, การสื่อสาร, คิดเป็นระบบ และรู้จักใช้ AI เป็นผู้ช่วย ไม่ใช่คู่แข่ง และเมื่อเราจัดการชีวิตได้ดีขึ้น โอกาสดีๆ ก็เริ่มเข้ามาเอง

สร้างทีมเล็ก ให้คิดการใหญ่ ด้วย Psychological Safety พื้นที่ที่ทำให้ทุกคนกล้าปล่อยของ

ทีมเล็ก แต่ทำไมบางที่ทำงานใหญ่ วิ่งเร็วกว่าทีมใหญ่ คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่จำนวนคน แต่อยู่ที่ Psychological Safety หรือความปลอดภัยทางจิตใจ เพราะเมื่อคนในทีมกล้าคิด กล้าพูด กล้าลองผิดลองถูก นั่นจะทำให้ได้ไอเดียดีๆ นวัตกรรมเจ๋งๆ ในการทำธุรกิจ

Unstress Your Day กลยุทธ์ขจัดความกังวล 7 วัน 7 แบบ เรียกพลังทำงานให้รุ่ง ธุรกิจ-ชีวิตไม่ยุ่งเหยิง    

รู้จัก “Unstress Your Day” กลยุทธ์ขจัดความกังวล 7 วัน 7 แบบ ที่จะพาเจ้าของ SME ค่อย ๆ คลายความตึงเครียด เติมพลังให้สมองและหัวใจ พร้อมกลับมาทำงานได้อย่างมีโฟกัส ให้ธุรกิจเดินหน้าอย่างมั่นคง และชีวิตไหลลื่นแบบไม่ต้องยุ่งเหยิงอีกต่อไป