Video on Facebook เครื่องมือกระแสแรงช่วย SMEs โปรโมตธุรกิจ

 

    ธุรกิจเอสเอ็มอีจำนวนมากเริ่มหันมาผสมผสานพลังและความคิดสร้างสรรค์ในวิดีโอ เพื่อเข้าถึงและดึงดูดลูกค้าปัจจุบัน และผู้ที่มีแนวโน้มเป็นลูกค้าในอนาคตผ่านทาง Facebook ยิ่งปริมาณการใช้โทรศัพท์มือถือที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ได้กลายเป็นตัวผลักดันให้การเล่าเรื่องผ่านวิดีโอเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึง และเพิ่มผลตอบแทนการลงทุนได้อย่างเห็นผล

    สังเกตได้จากนักโฆษณาเริ่มหันมาใช้วิดีโอเป็นเครื่องมือ Call-to-action หลัก เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของลูกค้าอย่างใกล้ชิดมากขึ้น ซึ่งสำหรับธุรกิจท้องถิ่นแล้ว การสื่อสารด้วยความจริงใจเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งในปีนี้เราได้เห็นการเติบโตที่น่าประทับใจในการใช้วิดีโอในกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีทั่วโลก โดยเฉพาะการโพสต์ผ่านทาง Facebook ที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

    เอาแค่เพียงเดือนกันยายน 2557  ก็มีธุรกิจเอสเอ็มอีอย่างน้อย 8 แสนราย โพสต์วิดีโอลง Facebook ไปแล้วกว่า 3 ล้านคลิปทั่วโลก โดยกว่าร้อยละ 84 ของการอัพโหลดวิดีโอเกิดขึ้นในพื้นที่นอกสหรัฐอเมริกาประเทศผู้ให้กำเนิด Facebook


    และเมื่อมาเทียบสถิติแบบปีต่อปีโดยมีการสำรวจแบบจำนวนจริงของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมบน Facebook กับ จำนวนจริงของการอัพโหลดวิดีโอโดยธุรกิจเอสเอ็มอีบน Facebook จะเห็นได้ว่าจำนวนเอสเอ็มอีที่โพสต์วิดีโอบน Facebook เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และจำนวนอัพโหลดวิดีโอโดยเอสเอ็มอีพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

    ลองมาดูตัวอย่างวิดีโอที่ได้รับการโพสต์โดยธุรกิจเอสเอ็มอีกัน แบรนด์ Joe Bonamassa ของสหรัฐอเมริกาได้ทำแคมเปญการตลาดด้วยการใช้วิดีโอ ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม ถึง 16 กันยายน จุดประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์ในวงกว้าง และได้แจกลิ้งค์สำหรับดาวน์โหลดเพลงโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย (มีการใช้ conversion pixel หรือเครื่องมือวัดการเปลี่ยนแพลตฟอร์มร่วมด้วย)   ผลลัพธ์คือมีผู้ลงชื่อที่อยู่อีเมล์เพื่อรับเพลงฟรีมากถึง 11,249 คน โดยคลิปวิดีโอได้รับการแชร์ 73,739 ครั้ง และมียอดรับชม 533,014 ครั้ง

    สำหรับประเทศอื่นๆ อย่าง Replay แบรนด์แฟชั่นของอิตาลี ได้ทำการตลาดให้กับกางเกงยีนส์ Hyperflex อย่างสร้างสรรค์โดยแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของยีนส์ผ่านการทดสอบโดยสวมใส่ในกิจกรรมกีฬาต่างๆ คือ  Soccer example ที่เพิ่มยอดรับชมวิดีโอได้ถึง 22,900 ครั้ง และ Twerking example ซึ่งเพิ่มยอดรับชมวิดีโอได้ถึง 89,833 ครั้ง
 

    ส่วน Dine30 ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่างกรมสุขภาพของนอร์เวย์และเหล่าเซเลบริตี้ เพื่อรณรงค์ให้ผู้คนหันมาออกกำลังกายมากขึ้น ผ่านการใช้อารมณ์ขันในวิดีโอ ซึ่งส่งเสริมให้ประชาชนขยับร่างกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที วิดีโอดังกล่าวแสดงให้เห็นภาพผู้คนขยับร่างกายในสถานการณ์ทั่วไปในชีวิตประจำวัน ซึ่งปกติแล้วไม่นับว่าเป็นการออกกำลังกาย วิดีโอดังกล่าวมียอดการรับชม 43,420 ครั้ง และได้รับการแชร์ 1,012 ครั้ง

    จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ชัดเจนว่าเรื่องของการใช้วิดีโอในเชิงธุรกิจกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนในประเทศไทยนั้น ก็เริ่มเห็นกันมากขึ้นโดยเฉพาะในลักษณะของ Viral Clip ที่มีออกมาให้เป็นกระแสพูดถึงกันอย่างต่อเนื่อง บ้างส่งผลดี บ้างส่งผลเสีย แต่จะแง่ลบหรือบวก ก็ถือว่าประสบความสำเร็จในเรื่องของการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้าง

RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง