​เทรนด์ผู้บริโภคยอมจ่ายเงินแลกคอนเทนท์




เรื่อง นเรศ เหล่าพรรณราย

    แม้ว่าในโลกดิจิตอล ค่านิยมส่วนใหญ่ของผู้บริโภคจะนิยมคอนเทนท์ที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่ปัจจุบันเริ่มเห็นแนวโน้มของผู้บริโภคที่นิยมเสียค่าใช้จ่ายในการสมัครสมาชิกรายเดือนเพื่อที่จะได้สิทธิพิเศษต่างๆมากขึ้น นี่เป็นโอกาสของผู้พัฒนาคอนเทนท์ที่จะสร้างรายได้ทางอื่นนอกเหนือไปจากรายได้ค่าโฆษณาเพียงอย่างเดียว

    ทั้งนี้มีการสำรวจว่าผู้ให้บริการแอพลิเคชั่นหลายรายเริ่มมีสัดส่วนรายได้จากค่าสมาชิกรายเดือนเทียบกับรายได้รวมในสัดส่วนที่สูงขึ้น เช่น  เช่น Spotify สัดส่วนถึง 25%, WhatsApp 21%, Pandora 5%, Match Group 5%,The New York Times 3% และ LinkedIn 2% 

    ตัวอย่างของผู้ให้บริการคอนเทนท์ที่ประสบความสำเร็จในด้านการหารายได้ค่าสมาชิกคือหนังสือพิมพ์ Wall Street Journal ที่ดิ้นรนในการหารายได้จากการขายข่าวบนระบบออนไลน์ควบคู่ไปกับการจำหน่ายหนังสือพิมพ์จนกระทั่งรายได้จากดิจิตอลคอนเทนท์มีสัดส่วนที่สูงกว่ายอดขายสิ่งพิมพ์ในที่สุด

    ผลการวิจัยโดยเวบไซท์ Business Intelligence ระบุว่าพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการเสพคอนเทนท์ที่มีความเป็นพรีเมี่ยมหรือมีความพิเศษมากกว่าคอนเทนท์ฟรีมากขึ้นหากสามารถตอบโจทย์ความต้องการได้มากกว่า แต่มีข้อแม้ว่าคอนเทนท์นั้นๆจะต้องมีความสม่ำเสมอ คุ้มค่ากับเงินที่ต้องจ่ายเพิ่ม โดยปัจจัยที่เข้ามาสนับสนุนคือเทคโนโลยีในการชำระเงินอีเล็กทรอนิคส์ที่มีความปลอดภัยและสะดวกมากขึ้น ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจในการสมัครสมาชิก

    ทั้งนี้คอนเทนท์ที่มียอดการสมัครสมาชิกรายเดือนเพื่อใช้บริการมากที่สุดประกอบด้วย คลิปวีดีโอ เพลง ข่าว โซเชียลเนตเวิร์ค บริการแชทและบริการจัดหาคู่ออนไลน์

    สำนักวิจัยด้านไอทีอย่าง Gartner ยังระบุด้วยว่าการเข้าถึงอินเทอร์เนตที่ง่ายขึ้นและการที่อินเทอร์เนตเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของผู้คนมากขึ้น ทำให้ประชากรพร้อมที่จะจ่ายเงินเพื่อที่จะใช้บริการทางออนไลน์ ต่างจากในอดีตที่อินเทอร์เนตเป็นเพียงแค่สื่อทางเลือกทำให้การตัดสินใจเสียเงินเพื่อใช้บริการออนไลน์เป็นเรื่องที่ต้องตัดสินใจพอสมควร

    อีกปัจจัยที่ผลักดันให้ผู้คนยอมที่จะเสียเงินกับบริการต่างๆบนแอพลิเคชั่นหรือเวบไซท์นั่นคือความง่ายในการชำระเงิน ตัวอย่างสำคัญคือบริษัทแอปเปิลที่พัฒนา Apple ID ขึ้นเพื่อรองรับการสั่งซื้อแอพลิเคชั่นหรือคอนเทนท์ต่างๆ เพียงแค่กดปุ่มเดียวเท่านั้นและยังมีระบบชำระเงินรายเดือนอัตโนมัติ ทำให้ผู้บริโภคมีความรู้สึกอยากที่จะใช้บริการมากขึ้น

    นอกเหนือจากรูปแบบรายได้จากค่าสมาชิกประจำแล้ว รูปแบบการจัดเก็บรายได้แบบฟรีก่อนจ่ายทีหลังหรือ Freemium Model  ยังคงได้ผลควบคู่ไปกับรายได้จากค่าโฆษณา โดยมีปัจจัยสนับสนุนคือลูค้าต้องการทดลองใช้บริการก่อนที่จะเสียเงินเพื่อรับบริการที่ดียิ่งขึ้นต่อไป

    สำหรับผู้ประกอบการที่มุ่งเน้นขายสินค้าและบริการทางระบบออนไลน์สามารถพัฒนาคอนเทนท์เพื่อรองรับกระแสดังกล่าวได้เพื่อเป็นการต่อยอดทางธุรกิจรวมถึงลดความเสี่ยงจากการที่พึ่งพารายได้จากค่าโฆษณาเป็นหลักซึ่งไม่มีความแน่นอนและผันแปรตามเศรษฐกิจ ถ้าหากสามารถพัฒนาคอนเทนท์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้และเลือกที่จะสมัครเป็นสมาชิกต่อเนื่องจะช่วยให้ธุรกิจมีความมั่นคงในระยะยาวและมีกระแสเงินสดเพียงพอต่อการนำไปลงทุนพัฒนาธุรกิจ

Create by smethailandclub.com


RECCOMMEND: MARKETING

จากร้านเล็กสู่แบรนด์ใหญ่ เจาะกลยุทธ์ 5 แบรนด์ดัง สเกลธุรกิจโตด้วย LINE OA

ไม่ต้องมีงบเยอะ ก็โตได้ถ้าคุณใช้ “เครื่องมือถูกตัว”  จากเวที BOOTCAMP DAY 2026 ฉายภาพชัดว่า SME ที่โตได้วันนี้ ไม่ได้แค่ “ทำการตลาดเก่ง” แต่ใช้ “เครื่องมือ” ได้ถูกจุด

Cute Premium กลยุทธ์มัดใจ Gen Z เปลี่ยนของมีราคา ให้ลูกค้าจับต้องได้ ด้วยคำว่า “ของที่ต้องมี”

จาก “ของหรูที่ไกลตัว” สู่ “ของน่ารักที่อยากมี” นี่คือเกมใหม่ของการตลาดที่เรียกว่า Cute Premium เมื่อแบรนด์พรีเมียหลายแบรนด์ เริ่มจับมือกับคาแรคเตอร์สุดคิวท์ เพื่อเข้าถึงใจคนรุ่นใหม่มากขึ้น

ทำยังไงเมื่อ “สัญชาตญาณเจ้าของ” เริ่มใช้ไม่ได้กับธุรกิจที่ใหญ่ขึ้น 5 บทเรียนจากธุรกิจพันล้าน

ไม่แปลกที่ช่วงเริ่มต้นการตัดสินใจมักมาจากสัญชาตญาณของเจ้าของ แต่เมื่อธุรกิจโตขึ้น ระบบซับซ้อนขึ้น สิ่งที่เคยเป็นจุดแข็ง อาจเริ่มกลายเป็นข้อจำกัด นี่คือ 5 บทเรียนจากธุรกิจพันล้าน เมื่อวันหนึ่ง “สัญชาตญาณเจ้าของ” เริ่มไม่พอสำหรับการเติบโต