เงินเฟ้อทำให้ผู้บริโภคคิดใหม่ อยากรักษ์โลกแต่ต้องรักกระเป๋าตังค์ตัวเองก่อน




          หลายปีที่ผ่านมาผู้บริโภคใส่ใจเกี่ยวกับความยั่งยืนมากขึ้น และคนจำนวนมากยอมจ่ายเพิ่มขึ้นสัก 10-20 เปอร์เซ็นต์ให้กับสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่การวิจัยล่าสุดจาก Asda ที่สำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภค 3,000 ราย ก่อนการประชุม COP26 หรือการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในเมือนกลาสโกว์ ประเทศสกอตแลนด์ กลับพบผลลัพธ์ที่แตกต่างออกไป
 
               
           ผู้บริโภค 55 เปอร์เซ็นต์ บอกว่าพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แต่ราคาสินค้ายังคงเป็นอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดเพียงข้อเดียวที่รั้งพวกเขาไม่ให้หยิบสินค้าทางเลือกที่ยั่งยืนลงในตะกร้าช็อปปิง ซึ่ง 50 เปอร์เซ็นต์บอกว่าไม่พร้อมจะจ่ายเพิ่มให้กับสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแต่ต้องซื้อเป็นประจำทุกวัน เช่น นมและขนมปัง


          และเมื่อถามว่าอะไรที่จะช่วยให้พวกเขาซื้อสินค้าที่ยั่งยืนมากขึ้น


          76 เปอร์เซ็นต์ บอกว่า ราคาที่ถูกลง
          56 เปอร์เซ็นต์ บอกว่า มีสินค้าทางเลือกมากขึ้น
          45 เปอร์เซ็นต์ บอกว่า โลโก้ที่จะบอกว่าสินค้าชิ้นไหนที่สนับสนุนความยั่งยืนบ้าง



               

เงินเฟ้อกระทบการตัดสินใจซื้อสินค้ารักษ์โลก

 
               
           จากข้อมูลของ Kantar ราคาข้าวของเครื่องใช้ในร้านขายปลีกค่อยๆ เพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2563 เป็นต้นมา โดยอัตราเงินเฟ้อในสหราชอาณาจักรพุ่งแตะระดับสูงสุดที่ 2.1 เปอร์เซ็นต์ และสถานการณ์ในไทยก็ไม่ต่างกันเท่าไร จากข้อมูลของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เผยอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 7 เดือนของปี 2564 (ม.ค.-ก.ค.) เพิ่มขึ้น 0.83 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ว่าเงินเฟ้อเฉลี่ยในปี 2564 จะอยู่ระหว่าง 0.7 –1.7 เปอร์เซ็นต์ (ข้อมูลวันที่ 5 สิงหาคม 2564)
               

            สาเหตุที่ทำให้เงินเฟ้อขยายตัวมีปัจจัยหลักๆ มาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นถึง 29.35 เปอร์เซ็นต์ อาหารสดบางชนิด เช่น เนื้อหมู ไข่ไก่ ผลไม้สด รวมถึงเครื่องประกอบอาหาร เช่น น้ำมันพืช ซีอิ้ว พริกแกง ก็เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยพื้นฐานทั้งสิ้น
               

           สถานการณ์เงินเฟ้อแบบนี้ส่งผลต่อแนวโน้มการตัดสินใจซื้อสินค้าทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแน่ๆ เพราะประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาจะพบว่าเมื่ออัตราเงินเฟ้อด้านอาหารสูงกว่า 3 เปอร์เซ็นต์เมื่อไรผู้คนก็จะรัดเข็มขัดเมื่อนั้น และจะซื้อของโดยดูจากโปรโมชันและซื้อจากร้านค้าที่ขายถูกกว่า