สำหรับผู้ประกอบการนำเข้าสินค้า (Importer) หรือธุรกิจ E-commerce ที่ใช้ Air Freight เป็นหลัก หลายครั้งที่สินค้าล็อตใหญ่บินมาลงที่ Cargo สนามบินดอนเมือง คำถามยอดฮิตที่มักเกิดขึ้นในใจคือ "ทำไมเราต้องไปเช่าคลังสินค้าให้เช่าไกลถึงบางนา–ตราด? ทำไมไม่หาเช่าแถวดอนเมือง หลักสี่ หรือรังสิตไปเลย จะได้ไม่ต้องเสียค่ารถขนย้ายสินค้าข้ามเมือง?"
มองผิวเผิน การตั้งคลังสินค้าใกล้จุดรับของ (Inbound) ดูจะเป็นตรรกะที่ถูกต้องในการประหยัดต้นทุนค่าขนส่งเที่ยวแรก แต่ในมุมมองของการบริหารจัดการโลจิสติกส์และอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม การตัดสินใจเลือกเช่าคลังสินค้าให้เช่าย่านบางนา แม้จะรับของจาก "ดอนเมือง" อาจเป็นกลยุทธ์ที่คุ้มค่ากว่าเมื่อพิจารณาปัจจัยรอบด้าน
สมการต้นทุน: Inbound vs Outbound
หัวใจสำคัญของการเลือกทำเลไม่ใช่แค่ "สินค้ารับมาจากไหน" แต่คือ "ลูกค้าอยู่ที่ไหน"
- Inbound (ขาเข้า): การรับของจาก Cargo ดอนเมืองมาเช่าคลังสินค้าให้เช่าย่านบางนา อาจเสียค่าขนส่งเพิ่มขึ้นจากระยะทางประมาณ 40-50 กิโลเมตร และต้องเผชิญรถติดบนวิภาวดีรังสิตหรือค่าทางด่วนโทลล์เวย์ แต่... นี่คือต้นทุนที่เกิดขึ้น "ครั้งเดียว" ต่อล็อตการนำเข้า
- Outbound (ขาออก): นี่คือต้นทุนที่เกิดขึ้น "ทุกวัน" และ "หลายเที่ยว" หากฐานลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ ชั้นใน โซนสุขุมวิท หรือโรงงานอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก (EEC) การกระจายสินค้าจากบางนา (ซึ่งเป็นศูนย์กลาง) จะมีประสิทธิภาพสูงกว่าและประหยัดต้นทุน Last Mile Delivery ได้มากกว่าการวิ่งรถจากดอนเมืองเข้าเมืองวันละหลายรอบ
โครงสร้างพื้นฐานและกฎหมายผังเมือง (Zoning)
พื้นที่รอบสนามบินดอนเมือง (วิภาวดี, แจ้งวัฒนะ, สรงประภา) ส่วนใหญ่ถูกกำหนดเป็น "พื้นที่สีเหลืองหรือสีส้ม" (ที่อยู่อาศัยหนาแน่น) ตามกฎหมายผังเมือง การหาโกดังที่ขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง. 4) หรือโกดังเก็บสินค้าขนาดใหญ่ทำได้ยากมาก มักเจอปัญหา:
- รถบรรทุกเข้าออกลำบาก: ซอยแคบ ติดเวลาห้ามรถบรรทุกวิ่ง
- โครงสร้างอาคาร: โกดังย่านดอนเมืองมักเป็นอาคารพาณิชย์ดัดแปลง หรือโกดังเก่าที่เพดานเตี้ย รับน้ำหนัก (Floor Load) ได้น้อย ไม่รองรับการใช้ Forklift ขนาดใหญ่หรือการติดตั้ง Rack สูง
- บางนาคือพื้นที่สีม่วง: บางนา–ตราด กม.19-23 หรือนิคมอุตสาหกรรมใกล้เคียง ถูกออกแบบมาเพื่อโลจิสติกส์โดยเฉพาะ ถนนกว้าง รถเทรลเลอร์ตีวงเลี้ยวได้สะดวก พื้นโกดังรับน้ำหนักได้ 3-5 ตัน/ตร.ม. และขอใบอนุญาตได้ถูกต้อง 100% ลดความเสี่ยงทางธุรกิจระยะยาว
Ecosystem ของห่วงโซ่อุปทาน
บางนา–ตราด เปรียบเสมือน "เมืองหลวงของโลจิสติกส์" การมาอยู่ตรงนี้ไม่ได้ได้แค่ "ที่เก็บของ" แต่ได้ระบบนิเวศทางธุรกิจ:
- การเชื่อมต่อ: หากวันหนึ่งธุรกิจขยายตัว เปลี่ยนจากการนำเข้าทางเครื่องบิน (Air Freight) มาเป็นทางเรือ (Sea Freight) ที่ท่าเรือคลองเตยหรือแหลมฉบัง หรือนำเข้าผ่านสุวรรณภูมิ การอยู่ที่บางนาจะทำให้ปรับเปลี่ยนโหมดขนส่งได้ทันทีโดยไม่ต้องย้ายคลัง
- บริการหลังบ้าน: บริษัทซ่อมรถโฟล์คลิฟท์, แรงงานฝ่ายคลังสินค้า, บริษัทชิปปิ้ง, และศูนย์กระจายสินค้าของ Kerry/Flash/J&T ล้วนมี Hub ใหญ่อยู่โซนนี้ ทำให้การแก้ปัญหาหน้างานหรือการส่งต่อพัสดุทำได้รวดเร็วที่สุด
ใครที่ "คุ้ม" และใครที่ "ไม่คุ้ม"?
กรณีที่ "ไม่คุ้ม" ที่จะเช่าคลังสินค้าให้เช่าย่านบางนา:
- สินค้าของคุณมีลูกค้าหลักอยู่โซนรังสิต ปทุมธานี หรืออยุธยา
- เป็นสินค้าน้ำหนักเบามาก (Volume เยอะแต่น้ำหนักเบา) ที่ค่าขนส่งแปรผันตามระยะทางอย่างมีนัยสำคัญ
- ต้องการแค่ที่พักของชั่วคราว (Cross-docking) เพื่อกระจายต่อทันทีในโซนเหนือของกรุงเทพฯ
กรณีที่ "คุ้มค่า" แม้ต้องขนจากดอนเมืองมาบางนา:
- กลุ่มลูกค้ากระจายตัว: มีลูกค้าทั้งในเมืองและนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก
- ต้องการมาตรฐานคลังสินค้า: สินค้าต้องเก็บในระบบ Stock ที่แม่นยำ ต้องการพื้นที่ติดตั้ง Rack สูง หรือต้องการ Loading Dock มาตรฐาน
- มองการณ์ไกล: มีแผนจะขยายช่องทางการนำเข้าอื่นๆ ในอนาคต นอกเหนือจาก Cargo ดอนเมือง
การเลือกทำเลคลังสินค้าคือการวางแผนระยะยาว (3 ปีขึ้นไป) ค่าขนส่งจากดอนเมืองมาเช่าคลังสินค้าให้เช่าย่านบางนาอาจดูเหมือนรายจ่ายส่วนเกินในวันนี้ แต่เมื่อแลกกับความคล่องตัวในการกระจายสินค้า ความถูกต้องทางกฎหมาย และความพร้อมของพื้นที่ การยอม "อ้อม" นิดเดียวในขาเข้า อาจหมายถึง "ทางด่วน" สู่ความสำเร็จในขาออก
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี