จากครัวในบ้าน สู่รายได้ 190 ล้าน บ้านทองหยอด รับไข่สดจากฟาร์มวันละ 2 แสนฟอง ขับเคลื่อนสร้างรายได้เกษตรกรไทย

     ไข่สดวันละกว่า 200,000 ฟอง คือวัตถุดิบสำคัญที่ถูกส่งจากฟาร์มเกษตรกรทั่วหลายจังหวัด เพื่อเข้าสู่กระบวนการผลิตของแบรนด์ขนมไทย “บ้านทองหยอด” ก่อนจะกลายเป็นทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง และขนมไทยอีกหลายเมนูที่วางขายอยู่ในร้านเซเว่น อีเลฟเว่นทั่วประเทศ

จากจุดเริ่มต้นในครัวของครอบครัวเล็ก ๆ วันนี้ “บ้านทองหยอด” เติบโตสู่ธุรกิจขนมไทยที่สร้างรายได้กว่า 190 ล้านบาทต่อปี พร้อมเป็นหนึ่งในตัวอย่างของ SME ไทยที่ใช้การพัฒนาผลิตภัณฑ์และช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ มาช่วยเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบเกษตรและขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนไปพร้อมกัน

     หมวดขนมไทยบนเซลฟ์เซเว่นฯ ไม่เคยหยุดพัฒนาเลย และยังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน เมื่อ “บ้านทองหยอด” เผยว่าปัจจุบันรับไข่สดจากฟาร์มเกษตรกรวันละกว่า 200,000 ฟอง เพื่อนำมาเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบการเกษตรผ่านการพัฒนาขนมไทยหลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็น ชุดรวมขนมไทย ขนมเทียนแก้ว เปี๊ยะส้มถั่วไข่เค็ม และ “ลูกชุบไข่เค็ม” ตัวใหม่ล่าสุดที่เพิ่งวางจำหน่ายในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งกลายเป็นขนมไฮไลต์ในแคมเปญ “เติมความอร่อยขนมไทย SME” ด้วยยอดการตอบรับที่ดีจากกลุ่มคนรุ่นใหม่

     ความสำเร็จดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้การบริหารของ ซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ ที่เดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ไทยอย่างต่อเนื่อง เปิดโอกาสให้สินค้าเข้าสู่ช่องทางจำหน่ายทั่วประเทศ พร้อมช่วยสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ให้ชุมชน และต่อยอดวัตถุดิบการเกษตรไทยอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “SME โตไกลไปด้วยกันอย่างยั่งยืน”

จากครัวเล็กในบ้าน สู่อาณาจักรขนมหวาน

     เส้นทางการพัฒนาธุรกิจขนมไทยของ ภาณุวัฒก์ เงินศรีสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีทีวาย ฟู้ด จำกัด หรือ “คุณเป๊ก” เจ้าของอาณาจักรขนมหวาน “บ้านทองหยอด” ไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ แม้เขาจะเติบโตมากับการเห็นคุณพ่อคุณแม่ทำขนมมาตั้งแต่เด็ก

    “ความฝันของคุณแม่เมื่อ 10 ปีก่อน คืออยากเห็นขนมไทยของครอบครัวได้เข้าไปอยู่ในร้านเซเว่นฯ เพราะในเวลานั้นมีสาขากว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ แค่ขายได้วันละ 1 ชิ้นต่อสาขา ก็สร้างรายได้ที่มั่นคงให้ครอบครัวแล้ว”

     แนวคิดเรียบง่ายนี้จึงกลายเป็นแรงผลักดันให้ครอบครัวตัดสินใจส่งโปรไฟล์บริษัทไปนำเสนอ และในที่สุดโอกาสครั้งสำคัญก็เกิดขึ้น โดยสินค้าแรกที่เข้าไปวางจำหน่ายคือ “ชุดรวมขนมไทย” ที่รวมขนมมงคลอย่างทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง และเม็ดขนุนไว้ในกล่องเดียว

     ขนมชุดนี้ไม่เพียงเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตในช่องทางโมเดิร์นเทรด แต่ยังเป็นสินค้าที่สร้างรายได้หลักให้ครอบครัวมาจนถึงวันนี้ และแม้เวลาจะผ่านไปกว่า 8 ปี ก็ยังคงวางจำหน่ายอยู่บนเซลฟ์ของร้านเซเว่นฯ อย่างต่อเนื่อง พร้อมได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าเสมอมา

 

พลิกสูตรใหม่สู่ “ลูกชุบไข่เค็ม” เพิ่มเลเยอร์ความอร่อยด้วยสูตรลับ

    หลังจากธุรกิจเริ่มเติบโต “บ้านทองหยอด” เดินหน้าพัฒนาสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง หนึ่งในไฮไลต์ล่าสุดคือ “ลูกชุบไข่เค็ม” ซึ่งเกิดจากความตั้งใจของคุณเป๊กที่อยากทำให้ขนมไทยดั้งเดิมมีความแปลกใหม่มากขึ้น

     การพัฒนา “ลูกชุบไข่เค็ม” เกิดจากความตั้งใจของ ภาณุวัฒก์ เจ้าของอาณาจักรขนมหวาน “บ้านทองหยอด” ที่มุ่งมั่นให้เป็นมากกว่าลูกชุบแบบดั้งเดิม จึงคิดค้นสูตรลับ “ไส้ไข่เค็มกวนกับถั่ว” สร้างรสชาติหวานนัวกำลังดี ขณะเดียวกันยังคงรูปลักษณ์ สีสัน และกรรมวิธีการผลิตแบบขนมไทยแท้ไว้อย่างครบถ้วน ซึ่งสินค้านี้เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ภายใต้แคมเปญ “เติมความอร่อยขนมไทย” ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SME ไทยนำสินค้าเข้าจำหน่ายในร้านเซเว่นฯ ทั่วประเทศ ช่วยให้สินค้าเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง

     เบื้องหลังความสำเร็จดังกล่าวมาจากกระบวนการพัฒนาสินค้าที่ใช้เวลาทดลอง และปรับสูตรอย่างจริงจัง โดยทีมงานเริ่มจากการตั้งโจทย์ว่า จะทำอย่างไรให้ขนมไทยที่คุ้นเคยสามารถสร้างประสบการณ์ใหม่โดยไม่สูญเสียอัตลักษณ์เดิม จึงมีการทดลองปรับสูตรต่างๆ เพื่อให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงความคงตัวของไส้ และอายุการเก็บรักษาให้เหมาะสมกับการจำหน่ายในร้านเซเว่นฯ ความมั่นใจของสินค้าชิ้นนี้เกิดจากการทำงานร่วมกันกับทีมเซเว่นฯ จนได้ “ลูกชุบไข่เค็ม” ที่แปลกใหม่ ทำให้หลายคนเห็นแล้วอยากลิ้มลองในทันที

เติบโตไปพร้อมเกษตรกรและชุมชน

     การเติบโตของธุรกิจ SME ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความร่วมมือของเครือข่ายเกษตรกรและชุมชนที่เป็นต้นน้ำของวัตถุดิบสำคัญ โดยขนมทุกตัว ใช้ไข่เป็นวัตถุดิบหลักในกระบวนการผลิตสูงถึงวันละกว่า 200,000 ฟอง แบ่งเป็น “ไข่ไก่” จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฉะเชิงเทรา นครปฐม และนครนายก และ “ไข่เป็ด” จากจังหวัดสุพรรณบุรี นครปฐม และราชบุรี พร้อมการันตีรับซื้ออย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อสร้างความมั่นใจเรื่องรายได้ให้เกษตรกรรายย่อยอีกด้วย

     ขณะเดียวกันการพัฒนาสินค้าใหม่ให้กับเซเว่นฯ ยังส่งผลให้เกิดการจ้างงาน และยกระดับทักษะแรงงานในชุมชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกระบวนการผลิต การควบคุมคุณภาพ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ สะท้อนบทบาทของธุรกิจที่ไม่เพียงสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ แต่ยังสร้างโอกาสและความมั่นคงให้กับผู้คนในพื้นที่

     ปัจจุบัน “บ้านทองหยอด” มีผลิตภัณฑ์วางจำหน่ายในร้านเซเว่นฯ 5 รายการ ได้แก่ ชุดรวมขนมไทย, ขนมเทียนแก้ว, เปี๊ยะส้มถั่วไข่เค็ม, ถั่วกวนเผือกกวนลายคุโรมิ, และลูกชุบไข่เค็ม ตัวใหม่ล่าสุดที่เพิ่งวางจำหน่ายในเดือนกุมภาพันธ์ โดยในปี 2568 บริษัทฯ มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 20% คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 190 ล้านบาท

     ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับเซเว่นฯ ตั้งแต่การพัฒนาแพ็กเกจจิ้ง การให้คำแนะนำด้านมาตรฐานคุณภาพ ไปจนถึงการวางแผนสินค้าให้เหมาะกับผู้บริโภคในแต่ละช่วงเวลา ความร่วมมือนี้ทำให้ธุรกิจสามารถปรับตัวได้อย่างเป็นระบบ และขยายกำลังการผลิตได้อย่างมั่นคง ซึ่งเมื่อยอดขายเติบโตขึ้น ความต้องการวัตถุดิบจากเกษตรกรและการจ้างงานในชุมชนก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทั้งหมดนี้จึงไม่ใช่เพียงการเติบโตของบริษัทฯ เท่านั้น แต่เป็นการเติบโตของห่วงโซ่ธุรกิจทั้งระบบ สะท้อนแนวคิดการพัฒนา SME ไทยที่เดินหน้าไปพร้อมกับพันธมิตรทางธุรกิจ และชุมชนอย่างยั่งยืน

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

NEWS & TRENDS