เอสซีจี แชร์มุมมองบนเวที “Sustainability Week Asia 2026”

     เอสซีจี ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองบนเวที “Sustainability Week Asia 2026” ในหัวข้อ “Adapting to Disaster: Building Climate Resilience” โดยย้ำว่าวิกฤตโลกรวนกำลังเป็นความท้าทายสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อภาคธุรกิจและเศรษฐกิจประเทศ การขับเคลื่อนด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation) อย่างเดียวอาจไม่พอ แต่ต้องเร่งปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Adaptation) ควบคู่กัน รวมถึงเสริมความยืดหยุ่นด้านการบริหารจัดการน้ำ (Water Resilience) ด้วยแนวคิด Dual-Use Infrastructure เพื่อให้ธุรกิจและประเทศรับมือความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น และรักษาความสามารถการแข่งขันได้ในระยะยาว

     ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า “สำหรับภาคธุรกิจ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อย่างเอสซีจี วิกฤตสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เพียงประเด็นสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่เป็นความเสี่ยงทางธุรกิจโดยตรง ทั้งต่อการผลิต การบริหารจัดการทรัพยากร และห่วงโซ่อุปทาน ดังนั้นเอสซีจีจึงต้องขับเคลื่อนควบคู่กัน ทั้งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตาม Net Zero Roadmap และการเสริมความยืดหยุ่นให้ปรับตัวและแข่งขันได้ภายใต้ความผันผวนที่รุนแรงขึ้น โดยเครื่องมือสำคัญ คือ การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management: BCM) ซึ่งเรานำมาใช้ประเมินความเสี่ยงที่ต่างกันตามบริบทของพื้นที่ (Area-Based Risk Assessment) วิเคราะห์และจำลองสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น (Scenario Analysis and Simulation) เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้ทุกสถานการณ์ โดยองค์กรที่พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากกว่า ย่อมมีศักยภาพมากกว่าในการเปลี่ยนความเสี่ยงให้เป็นโอกาสทางธุรกิจ

     ธรรมศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ไม่เพียงภาคธุรกิจเท่านั้น วิกฤตสภาพภูมิอากาศยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศและคุณภาพชีวิตของประชาชน  สำหรับประเทศไทย ‘น้ำ’ ถือเป็นทรัพยากรสำคัญต่อหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาคอุตสาหกรรม พลังงาน เกษตรกรรม การขนส่ง การท่องเที่ยว ตลอดจนการดำรงชีวิตของประชาชน ขณะเดียวกันประเทศไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงด้านน้ำที่รุนแรงขึ้น ทั้งน้ำท่วมและภัยแล้ง การเสริมสร้างความยืดหยุ่นด้านการบริหารจัดการน้ำ (Water Resilience) จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพราะการเตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้ คือรากฐานสำคัญของความมั่นคง        ในอนาคตของประเทศ เอสซีจีจึงสนับสนุนแนวคิด Dual-Use Infrastructure หรือการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานให้สามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งในภาวะปกติและในยามเกิดภัยพิบัติ เพื่อเสริมความพร้อมและ             ความยืดหยุ่นของประเทศในอนาคต”

     “ภายใต้สภาพภูมิอากาศแปรปรวนสุดขั้ว การปรับตัวไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นเงื่อนไขของการอยู่รอดและเติบโตในระยะยาว” กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวทิ้งท้าย

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

NEWS & TRENDS