เปิดโครงการ SMEs และ OTOP สู่เวทีโลก

“โครงการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการ SMEs และ OTOP สู่เวทีโลก ระยะที่ 2” โดยมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายประเสริฐ บุญชัยสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังตลอดจนผู้บริหารภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ผู้ประกอบการ SMEs OTOP และวิสาหกิจชุมชนเข้าร่วมงาน

 


“โครงการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการ SMEs และ OTOP สู่เวทีโลก ระยะที่ 2” โดยมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายประเสริฐ บุญชัยสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังตลอดจนผู้บริหารภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ผู้ประกอบการ SMEs OTOP และวิสาหกิจชุมชนเข้าร่วมงาน

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังกล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์โครงการดังกล่าวว่า เพื่อบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐและสถาบันการเงินเฉพาะกิจในการสนับสนุนการดำเนินงานและพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ SMEs และ OTOP สู่เวทีโลก สนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs OTOP และวิสาหกิจชุมชนได้เข้าถึงแหล่งเงินทุน รวมถึงเพื่อสนับสนุน ส่งเสริม ฝึกอบรม ให้ความรู้ พัฒนาผู้ประกอบการ SMEs OTOP และวิสาหกิจชุมชนให้มีศักยภาพสูงขึ้นและสามารถแข่งขันสู่เวทีโลก โดยแบ่งกลุ่มเป้าหมายออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้ประกอบการที่มีความเข้มแข็งน้อยที่เพิ่งเริ่มกิจการหรือกลุ่มผู้ประกอบการต้นน้ำ กลุ่มผู้ประกอบการที่มีความเข้มแข็งปานกลางหรือผู้ประกอบการกลางน้ำ และกลุ่มผู้ประกอบการที่มีความเข้มแข็งมากมีศักยภาพพร้อมที่จะส่งออกหรือกลุ่มผู้ประกอบการปลายน้ำ

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังกล่าวต่อไปว่า การจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ เน้นกลุ่มเป้าหมายสำหรับผู้ประกอบการ OTOP ที่มีความเข้มแข็งปานกลางหรือผู้ประกอบการกลางน้ำ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมมือร่วมแรงร่วมใจบูรณาการโครงการและส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีศักยภาพทั้งด้านการการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการ การให้ความรู้ การสร้างโอกาสทางการตลาดพร้อมด้วยการสนับสนุนเงินกู้ในรูปแบบของ “Clinic ทางการเงิน” พร้อมให้คำปรึกษาทางการเงิน รวมถึงการให้ความรู้การสร้างโอกาสทางธุรกิจเพื่อให้บรรลุเป้าหมายผลสำเร็จของโครงการ มีผลิตภัณฑ์ที่พร้อมส่งออก พร้อมรับมือกับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจมีความมั่นคงทำให้ประเทศพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวเปิดโครงการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการ SMEs และ OTOP สู่เวทีโลก ระยะที่ 2 ว่า ผู้ประกอบการ SMEs และ OTOP มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจ พื้นฐานสำคัญของการเติบโตทางธุรกิจคือการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน 10 ปีที่ผ่านมาของผู้ประกอบการ OTOP ผู้ประกอบการมีรายได้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ รัฐบาลได้ตั้งเป้าเพิ่มยอดจำหน่ายสินค้า OTOP ให้ได้ 100,000 ล้านบาทในปี พ.ศ.2558

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงผู้ประกอบการ OTOP ที่มีความเข้มแข็งปานกลางหรือผู้ประกอบการกลางน้ำมีความสำคัญมากเป็นหัวใจต่อเชื่อมกับกลุ่มผู้ประกอบการที่มีความเข้มแข็งน้อยที่เพิ่งเริ่มกิจการหรือกลุ่มผู้ประกอบการต้นน้ำซึ่งเป็นกลุ่มที่มีแหล่งวัตถุดิบจำนวนมาก โดยการนำแหล่งวัตถุดิบมาแปรรูปเป็นสินค้า และเป็นกลุ่มที่รัฐบาลต้องการสนับสนุนมากที่สุดเพราะเป็นการต่อยอดผลิตภัณฑ์ในการนำมาแปรรูปเป็นสินค้าให้มีคุณภาพ เพิ่มมูลค่าเพิ่มให้สินค้า เพื่อส่งต่อไปยังกลุ่มผู้ประกอบการที่มีความเข้มแข็งมากมีศักยภาพพร้อมที่จะส่งออกหรือกลุ่มผู้ประกอบการปลายน้ำ ที่ผ่านมายังขาดการเชื่อมต่อในส่วนนี้ การผลิตสินค้าและการแปรรูปสินค้ายังไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้สินค้าขายได้ในราคาที่ไม่ดีพอ เพราะฉะนั้นกลุ่มผู้ประกอบการที่มีความเข้มแข็งปานกลางหรือผู้ประกอบการกลางน้ำจะเป็นส่วนเติมเต็มในการพัฒนาสร้างความเข้มแข็งให้กับสินค้า OTOP ในอนาคต

สำหรับการจัดสัมมนาในครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีถือว่าเป็นความสำคัญนอกเหนือจากความร่วมมือของสถาบันการเงินเฉพาะกิจทั้ง 6 สถาบันของรัฐบาลในการให้โอกาสผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุน องค์ความรู้ในการจัดนิทรรศการเป็นอีกส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญทำให้ผู้ประกอบการได้เห็นทิศทาง ร่วมกันพัฒนาสร้างความแข็งแรงในการบริหารจัดการธุรกิจในอนาคต เพื่อทำให้มีรายได้มีผลประกอบการที่ดีขึ้น ซึ่งจะมีผลการต่อการเติบโตต่อเศรษฐกิจโดยเฉพาะเศรษฐกิจในประเทศ รัฐบาลต้องการเห็นการเติบโตของผู้ประกอบการมีความแข็งแรง สามารถพึ่งตัวเองได้อย่างยั่งยืนต่อไป

หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เดินชมนิทรรศการของผู้ประกอบการ SMEs OTOP วิสาหกิจชุมชน และนิทรรศการจากสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐบาล พร้อมกล่าวทักทายสอบถามผู้ประกอบการด้วยความสนใจ ก่อนเดินทางกลับ

NEWS & TRENDS