ดัชนีฯ SMEs ส.ค. ลดลงเหตุฝนตกทำก่อสร้างกร่อย

สสว. เผยดัชนี TSSI SMEs เดือนสิงหาคม 2556 ลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 42.7 ขณะที่คาดการณ์ 3 เดือนหน้า เพิ่มสูงขึ้นอยู่ที่ 52.8 ผลจากการท่องเที่ยวที่ยังคึกคักด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวถึง 2.47 ล้านคน ระดับราคาน้ำมันปรับตัวลดลง และการส่งออกเพิ่มขึ้นโดยมีมูลค่า 20,467.91 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผู้ประกอบการ SMEs เชื่อมั่นช่วงปลายปีจะมีเม็ดเงินลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐเข้าสู่ระบบ ขณะที่สถานการณ์ท่องเที่ยวและการบริโภคภายในประเทศจะดีมากขึ้น เพราะเข้าสู่ช่วงเทศกาลสำคัญ ทั้งกินเจ ลอยกระทง ปีใหม่ ฯลฯ

 

 
สสว. เผยดัชนี TSSI SMEs เดือนสิงหาคม 2556 ลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 42.7 ขณะที่คาดการณ์ 3 เดือนหน้า เพิ่มสูงขึ้นอยู่ที่ 52.8 ผลจากการท่องเที่ยวที่ยังคึกคักด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวถึง 2.47 ล้านคน ระดับราคาน้ำมันปรับตัวลดลง และการส่งออกเพิ่มขึ้นโดยมีมูลค่า 20,467.91 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผู้ประกอบการ SMEs เชื่อมั่นช่วงปลายปีจะมีเม็ดเงินลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐเข้าสู่ระบบ ขณะที่สถานการณ์ท่องเที่ยวและการบริโภคภายในประเทศจะดีมากขึ้น เพราะเข้าสู่ช่วงเทศกาลสำคัญ ทั้งกินเจ ลอยกระทง ปีใหม่ ฯลฯ
         
นายชาวันย์ สวัสดิ์ชู-โต รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยถึงผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการภาคการค้าและบริการ (Trade & Service Sentiment Index : TSSI) ประจำเดือนสิงหาคม เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2556 พบว่า ดัชนี TSSI SMEs รวมภาคการค้าและบริการ ลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 42.7 จากระดับ 43.3 (ลดลง 0.6) โดยภาคค้าส่ง ภาคค้าปลีก ค่าดัชนีลดลงอยู่ที่ 43.8 และ 42.0 จากระดับ 46.4 และ 44.6 (ลดลง 2.6) ส่วนภาคบริการค่าดัชนีเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 43.2 จากระดับ 40.6 (เพิ่มขึ้น 2.6) ในส่วนความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจประเทศและต่อธุรกิจตน ค่าดัชนีลดลงอยู่ที่ 19.5 และ 35.7 จากระดับ 36.2 และ 36.6 (ลดลง 16.7 และ 0.9) ตามลำดับ

เมื่อพิจารณาแต่ละประเภทกิจการ พบว่า ภาคค้าส่ง กิจการค้าส่งวัสดุก่อสร้าง ค่าดัชนีปรับตัวลดลงมากที่สุดอยู่ที่ 41.4 จากระดับ 46.0 (ลดลง 4.6) ผลจากเข้าสู่ช่วงฤดูฝนสถานการณ์ด้านบริการก่อสร้างชะลอตัวลงเป็นปกติ ขณะที่การลงทุนในภาพรวมของประเทศชะลอตัวลงเช่นกัน ภาคค้าปลีก กิจการร้านค้าปลีกดั้งเดิม และร้านค้าปลีกสมัยใหม่ ค่าดัชนีลดลงมากที่สุดอยู่ที่ 41.4 และ 44.1 จากระดับ 44.1 และ 46.7 (ลดลง 2.7 และ 2.6) ผลจากสถานการณ์การบริโภคในภาพรวมชะลอตัวลง และการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาสาธารณูปโภคต่างๆ  ภาคบริการ กิจการบริการด้านการก่อสร้าง ค่าดัชนีลดลงมากที่สุดอยู่ที่ 38.1 จากระดับ 47.9 (ลดลง 9.8) ผลจากเข้าสู่ช่วงฤดูฝนสถานการณ์ด้านบริการก่อสร้างชะลอตัวลงเป็นปกติ

สำหรับดัชนีคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า รวมภาคการค้าและบริการ พบว่า ค่าดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 52.8 จากระดับ 46.2 (เพิ่มขึ้น 6.6) และเป็นการเพิ่มขึ้นทุกประเภทกิจการ โดยกิจการภาคค้าส่ง ภาคค้าปลีก และภาคบริการ ค่าดัชนีเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 51.2  52.0 และ 54.3 จากระดับ 48.4  44.8 และ 46.9 (เพิ่มขึ้น 2.8  7.2 และ 7.4) เช่นเดียวกับความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจประเทศและต่อธุรกิจตน ที่ค่าดัชนีเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 52.2 และ 59.2 จากระดับ 25.0 และ 40.6 (เพิ่มขึ้น 27.2 และ 18.6) 

“ผลจากการสำรวจ พบว่า ผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นในช่วง 3 เดือนข้างหน้า เพิ่มขึ้นและอยู่ในระดับที่ดี โดยมีปัจจัยเกื้อหนุนมาจากสถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวยังมีความคึกคักต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งเดือนสิงหาคม มีจำนวนทั้งสิ้น 2.47 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 28.14 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ระดับราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินปรับตัวลดลง ค่าเงินบาท ณ สิ้นเดือนสิงหาคม อ่อนค่าอยู่ที่ระดับ 31.60 บาท ต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่การส่งออกปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นร้อยละ 3.92 หรือมีมูลค่าการส่งออก 20,467.91 ล้านบาท นอกจากนี้ผู้ประกอบการเชื่อมั่นว่าในช่วงดังกล่าวจะมีเม็ดเงินจากโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐเข้าสู่ระบบ และเป็นช่วงที่เข้าสู่เทศกาลสำคัญ ทั้งเทศกาลกินเจ ลอยกระทง ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ฯลฯ ซึ่งจะส่งผลให้สถานการณ์ท่องเที่ยว และการบริโภคภายในประเทศจะกลับมาคึกคักมากยิ่งขึ้น” นายชาวันย์ กล่าว

ส่วนผลการสำรวจดัชนีรายภูมิภาคในเดือนสิงหาคม เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2556 พบว่า ส่วนใหญ่มีค่าดัชนีเพิ่มขึ้น โดยภูมิภาคที่มีค่าดัชนีเพิ่มขึ้นมากที่สุด ได้แก่ ภาคใต้ ค่าดัชนีอยู่ที่ 41.2 จากระดับ 38.2 (เพิ่มขึ้น 3.0) รองลงมาคือ ภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคตะวันออก ค่าดัชนีอยู่ที่ 43.8 จากระดับ 43.2 (เพิ่มขึ้น 0.6) และ กรุงเทพฯ และปริมณฑล ค่าดัชนีอยู่ที่ 39.8 จากระดับ 39.7 (เพิ่มขึ้น 0.1) ส่วนภูมิภาคที่มีค่าดัชนีลดลง ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ค่าดัชนีอยู่ที่ 43.9 จาก 47.2 (ลดลง 3.3) และภาคเหนือ ค่าดัชนีอยู่ที่ 46.3 จากระดับ 48.6 (ลดลง 2.3)

 

NEWS & TRENDS