พม่าคลอดกฎหมายลงทุนต่างชาติฉบับใหม่

สภาพม่าผ่าน ก.ม.ลงทุนต่างชาติฉบับใหม่กระตุ้นการลงทุนตัดเงื่อนไขต่างชาติต้องลงทุน 5 ล้านดอลลาร์พร้อมเปิดต่างชาติถือหุ้น 50

สภาพม่าผ่าน ก.ม.ลงทุนต่างชาติฉบับใหม่กระตุ้นการลงทุนตัดเงื่อนไขต่างชาติต้องลงทุน 5 ล้านดอลลาร์พร้อมเปิดต่างชาติถือหุ้น 50


       นายโซ ยิน สมาชิกสภาพม่า เผยว่า สภาได้ผ่านกฎหมายการลงทุนจากต่างชาติฉบับใหม่ เพื่อกระตุ้นการลงทุน โดยเปิดโอกาสให้บริษัทต่างชาติถือหุ้น 50% ในกิจการร่วมทุนกับหุ้นส่วนท้องถิ่น แต่ตัดทิ้งประเด็นข้อถกเถียงที่ระบุว่าการลงทุนขั้นต้นจากต่างชาติต้องมีมูลค่า 5 ล้านดอลลาร์ หรือมีมูลค่าเท่ากันหากคำนวณในเงินสกุลอื่น กรณีที่ตั้งกิจการร่วมทุนกับหุ้นส่วนท้องถิ่น

      แกนนำภาคธุรกิจพม่าเคยเตือนว่า ร่างกฎหมายการลงทุนต่างชาติที่ยังไม่ได้แก้ไขระบุถึงการอนุญาตให้บริษัทต่างชาติถือหุ้นได้เพียง 49% ว่าเสี่ยงบั่นทอนโอกาสบริษัทขนาดเล็กในการดึงดูดลงทุน

     นายเทียน ยุนต์ สมาชิกสภาอีกคนหนึ่ง เผยว่า ร่างกฎหมายก่อนหน้านี้ที่จำกัดให้บริษัทต่างชาติถือหุ้นได้มากสุด 49% ใน 13 ภาค รวมถึงอุตสาหกรรมการผลิต การทำฟาร์ม เกษตร และประมง ถูกเปลี่ยนเป็นให้ถือหุ้นได้ 50%

     ด้านนายวิน โอ สมาชิกสภาล่างและสมาชิกคณะกรรมาธิการการลงทุน กล่าวว่า สภาแห่งชาติได้อนุมัติกฎหมายการลงทุนแล้ว หลังผ่านขั้นตอนพิจารณาต่างๆ โดยการลงทุนขั้นต่ำสำหรับภาคอื่นที่ไม่ถูกจำกัดนั้นอยู่ที่ 35% และห้ามต่างชาติเข้าลงทุนในภาคที่จะทำลายวัฒนธรรม สุขภาพ ทรัพยากรธรรมชาติ หรือสิ่งแวดล้อม

     นายวิน กล่าวว่า สภาไม่ต้องการให้บริษัทต่างชาติสับสน จึงยกเลิกข้อกำหนดวงเงินลงทุนขั้นต่ำ 5 ล้านดอลลาร์ไป ทั้งนี้ หากกำหนดวงเงินลงทุนขั้นต่ำ 5 ล้านดอลลาร์ จะนับเป็นวงเงินที่สูงที่สุดในหมู่สมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) และเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ลาว ฟิลิปปินส์ ไทย มีข้อกำหนดลงทุนในภาคที่สำคัญๆ ต่ำกว่านี้มาก ซึ่งนายวินชี้แจงว่า กฎหมายนี้มุ่งปกป้องทั้งประเทศ

     การผ่านกฎหมายการลงทุนต่างชาติมีขึ้นเมื่อวันศุกร์ (7 ก.ย.) อันเป็นวันสุดท้ายของประชุมสภา และการผ่านกฎหมายลงทุนมีส่วนสำคัญทำให้ประมูลก๊าซสำรองนอกชายฝั่งพม่าดำเนินไปเร็วขึ้น

     พม่า อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจและการเมือง และชาวพม่าต้องการโอกาสทำงาน ผู้เชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจบางคน กล่าวว่า ไม่ควรวางข้อจำกัดใดๆ ในกฎหมายลงทุน เพื่อให้เงินทุนต่างชาติไหลเข้ามามากที่สุด แต่นายวิน อธิบายว่า คนพม่าทั้งหมดอาจกลายเป็นคนงานให้บริษัทต่างชาติ หากไม่วางข้อจำกัดไว้บ้าง ประเทศอื่นในอาเซียนอย่างไทยก็วางกฎระเบียบด้านนี้เหมือนกัน

     เมื่อต้นสัปดาห์ สมาพันธ์หอการค้าพม่าระบุว่าพม่าจะรุ่งเรืองได้นั้น สมาชิกสภาควรผ่อนคลายข้อจำกัดการลงทุนจากต่างชาติ เพราะเงินทุนและเทคโนโลยีต่างชาติมีความสำคัญพัฒนาเศรษฐกิจและสร้างงาน

     กฎหมายการลงทุนจากต่างชาติฉบับใหม่ มีมาตรการกำกับคนงานท้องถิ่นในอุตสาหกรรมที่ต่างชาติลงทุนว่า ปีแรก 25% ของแรงงานทั้งหมดต้องเป็นคนพม่า และเพิ่มเป็น 50% จากนั้นเพิ่มเป็น 75%ช่วง 2 ปีถัดไป นอกจากนั้น นักลงทุนต่างชาติยังต้องช่วยเหลือด้านถ่ายโอนทักษะให้คนงานท้องถิ่น

     ทั้งนี้ กฎหมายลงทุนจากต่างชาติ มุ่งจัดวางกฎระเบียบรองรับกระแสความสนใจจากบริษัทต่างชาติ ที่จ้องเข้าไปลงทุนในพม่า นับจากประชาคมโลกเริ่มผ่อนคลายการคว่ำบาตรไม่นานนักหลังจากรัฐบาลพลเรือนดำเนินการปฏิรูป พม่าซึ่งมีทรัพยากรธรรมชาติมหาศาล ทั้งยังตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ระหว่างจีนกับอินเดีย ถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพพัฒนาขึ้นจนมีขนาดใหญ่ หลังปิดตายมาหลายสิบปี

     บริษัทต่างชาติส่วนใหญ่ที่มีแผนลงทุนในพม่า กำลังรอรายละเอียดในกฎหมายลงทุน ซึ่งอยู่ในการพิจารณาของสภานานร่วม 5 เดือน เพราะแก้ไขในหลายจุด หลังสภาผ่านกฎหมายลงทุนแล้วจะส่งต่อไปยังประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ซึ่งจะมีสิทธิขาดอนุมัติ

     สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจแห่งชาติ เผยว่า การแก้ไขร่างกฎหมายให้เป็นไปในแง่ดีนี้ จะได้รับการยอมรับจากประธานาธิบดี และอาจประกาศให้มีผลบังคับใช้วันจันทร์ (10 ก.ย.) แหล่งข่าว เผยว่าประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ต้องการให้ยกเลิกข้อกำหนดเงินลงทุนขั้นต้นและเพิ่มการถือหุ้นของต่างชาติ ซึ่งในร่างที่ผ่านสภาได้ปรับเปลี่ยนแล้ว แต่หากประธานาธิบดียังไม่พอใจ กฎหมายลงทุนต่างชาติจะไม่ถูกส่งกลับไปสภา เพราะสภาปิดสมัยประชุมจะประชุมกันอีกปลายเดือน ต.ค.

     ทั้งนี้ ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ประกาศจะผลักดันการปฏิรูปหลายด้าน หลังเมื่อปีก่อนจัดการเลือกตั้ง และได้รัฐบาลใหม่ที่มาจากพลเรือน ถือเป็นการปิดฉากยุครัฐบาลทหารที่ปกครองประเทศมาร่วม 50 ปี และนับจากนั้นพม่าได้เชื้อเชิญบริษัทต่างชาติให้ไปลงทุนในอุตสาหกรรมเหมือง และลงนามข้อตกลงสำรวจน้ำมันกับบริษัทต่างชาติ ถือเป็นความคืบหน้าแง่ดี เพราะที่ผ่านมามีผู้วิจารณ์ว่าผลประโยชน์พลังงานของพม่าตกอยู่ในมือนักลงทุนต่างชาติกับรัฐบาลทหาร แทนที่จะตกถึงมือประชาชน


ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

NEWS & TRENDS