ส่อง 4 นวัตกรรม หนุนธุรกิจเกษตรไทย ให้ไปไกลกว่าเดิม

Text: Wipawan In.


     ปัจจุบัน “นวัตกรรมและเทคโนโลยี” ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนธุรกิจเกษตรของไทยให้ก้าวสู่ยุคใหม่อย่างแท้จริง จากเดิมที่ต้องพึ่งพาแรงงานคนเพียงอย่างเดียว สู่การใช้ข้อมูล เครื่องจักรอัจฉริยะ และระบบดิจิทัลเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในทุกขั้นตอน เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้เกษตรกรสามารถวางแผนได้แม่นยำขึ้น ลดความเสี่ยงจากสภาพอากาศที่ไม่แน่นอน และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า นำไปสู่การผลิตที่ยั่งยืนและสร้างมูลค่าเพิ่ม

     แนวโน้มสำคัญของเกษตรไทยในวันนี้ คือการเปลี่ยนผ่านสู่ “Smart Farming” หรือเกษตรอัจฉริยะ ที่ผสานเทคโนโลยีอย่าง IoT, AI, เซ็นเซอร์ตรวจวัด, และระบบวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อบริหารจัดการอย่างแม่นยำ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่เพียงช่วยยกระดับ แต่ยังเปลี่ยนโฉมธุรกิจเกษตรไทยจาก “อาชีพดั้งเดิม” สู่ “ธุรกิจแห่งอนาคต” ที่มีศักยภาพแข่งขันในตลาดโลกได้มากขึ้น และนี่คือ 4 นวัตกรรมธุรกิจเกษตรไทย ที่กำลังพลิกวงการให้ก้าวทันโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

- HandySense B‑Farm

     แพลตฟอร์มดิจิทัลที่ใช้เซ็นเซอร์ IoT + AI เพื่อเก็บข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อควบคุมการทำงานโดยระบบอัตโนมัติ ทำให้บริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ

     ฟังก์ชัน

          - ตรวจวัดสภาพแวดล้อมของฟาร์มแบบเรียลไทม์ เช่น ความชื้น พื้นที่ ดิน/อากาศ, แสงแดด

          - วิเคราะห์ข้อมูลและให้คำแนะนำ

          - ควบคุมอุปกรณ์อัตโนมัติ เช่น ตั้งเวลาระบบรดน้ำ และให้ปุ๋ย

     ประโยชน์

          - ลดต้นทุน : ด้วยการวัดและควบคุมน้ำและปุ๋ย

          - เพิ่มผลผลิตและคุณภาพ : ตรวจสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับพืช

         - การตัดสินใจดีขึ้น : สามารถดูข้อมูลแบบเรียลไทม์และปรับแผนได้ทันที

- Easy Rice

     เทคโนโลยี AI เพื่อการตรวจสอบคุณภาพและสายพันธุ์ของเมล็ดข้าวและข้าวเปลือกโดยเฉพาะ เพื่อช่วยให้เกษตรกร โรงสี ผู้ส่งออกข้าว ทำงานได้ง่ายยิ่งขึ้น

     ฟังก์ชัน

          - EASYRICE MP ตรวจสอบเมล็ดข้าวเปลือก เช่น สายพันธุ์ การปนเปื้อน

          - EASYRICE M0 ตรวจสอบเมล็ดข้าวสาร เช่น ความสมบูรณ์, สี และขนาด

          - ระบบเก็บข้อมูล ใช้วิเคราะห์และพัฒนาสายพันธุ์ในอนาคต

     ประโยชน์

          - ลดความเสี่ยง การปนเปื้อนของสายพันธุ์

          - เพิ่มประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือ ด้วยข้อมูล

          - ลดต้นทุนแรงงานและเวลา ใช้เวลาตรวจสอบ 3 – 5 นาที

- Tiger Dron

     โดรนเพื่อการเกษตร ใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์ที่พัฒนาขึ้นมาให้ตอบโจทย์การใช้งานและพื้นที่ของไทย ใช้ชิ้นส่วน ผลิตในประเทศมากกว่า 60% และ นำเข้า 40%

     ฟังก์ชัน

          - ฉีดพ่นสารเคมีหว่านเมล็ดพันธุ์หรือปุ๋ยอัตโนมัติ

          - สำรวจพื้นที่ ใช้งานบนไร่หรือแปลงเกษตร

          - ควบคุมผ่านแอปพลิเคชัน TIGERDRONE App ซึ่งรองรับเมนูภาษาไท

     ประโยชน์

          - ลดการใช้แรงงานคนกลางแจ้ง

          - ลดความเสี่ยงจากสารเคมี

          - รวบรวมข้อมูลเพื่อการวางแผน เพิ่มความแม่นยำ

- Vertical Farm

     เกษตรแนวตั้ง ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำธุรกิจเกษตรในเมือง แก้ปัญหาขาดพื้นที่เพาะปลูก มักทำในอาคารหรือโครงสร้างที่ควบคุมสภาพแวดล้อมได้  

     ฟังก์ชัน

          - ใช้เทคโนโลยีไฮโดรโปนิกส์หรือแอโรโปนิกส์

          - ควบคุมการใช้น้ำและอุณหภูมิ

          - มีออโตเมชัน / เซนเซอร์ / IoT เพื่อวัดและปรับพารามิเตอร์การปลูก

     ประโยชน์

          - ลดการใช้พื้นที่

          - ลดการใช้น้ำ / สารเคมี

          - ผลิตได้ตลอดทั้งปี/ไม่แปรเปลี่ยนตามสภาพอากาศ

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
  

RECCOMMEND: TECH

เตรียมพร้อม ก่อนลงสนาม  6 เครื่องมือ Carbon Accounting แต้มต่อของ SME ยุคใหม่

วันนี้ “คาร์บอน” กำลังกลายเป็นข้อมูลธุรกิจที่คู่ค้า นักลงทุน และตลาดโลกใช้ตัดสินใจ ใครเริ่มวัดก่อน ย่อมเห็นต้นทุนก่อน วางแผนได้ก่อน และได้เปรียบก่อน รวม 6 เครื่องมือคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ที่จะมาเป็นแต้มต่อให้ธุรกิจพร้อมเดินหน้ารันบทใหม่

1 วันของ SME ใช้ AI ช่วยงานอะไรได้บ้าง ตัวอย่างการใช้เครื่องมือจัดการหลังบ้านด้วย AI สไตล์ธุรกิจขนาดเล็ก

ลองดูใน 1 วันของ SME ว่า AI ช่วยงานอะไรได้บ้าง ตั้งแต่ตอบลูกค้า สรุปยอดขาย คิดคอนเทนต์ ไปจนถึงจัดการงานหลังบ้านที่ต้องทำซ้ำทุกวัน ใครทำธุรกิจเอแล้วทำแทบทุกอย่างคนเดียว AI จะช่วยทำให้ เหนื่อยน้อยลง

Ori ร่มไร้โครง! ไอเดียที่เกิดจากพับกระดาษ ต่อยอดเป็นนวัตกรรมระดับ NASA

ในทุกปีร่มมากกว่า 1.2 พันล้านคัน เกิดการ หัก ฉีกขาด และลงเอยด้วยการถูกทิ้ง Ori จึงถูกคิดค้นมาเพื่อเป็นร่มไร้โครง ที่ออกแบบมาเพื่อลดปัญหาการพังหักของร่มแบบดั้งเดิมที่ใช้ซี่เหล็กและก้านพับที่มักหักง่ายเมื่อเจอลมแรงหรือใช้งานหนัก