พลิกเม็ดมะม่วงตกเกรด สู่ชีส Plant-based AVAGAN นวัตกรรม Food Tech ฝีมือคนไทย ทางเลือกใหม่ ให้คนแพ้นมวัวกินชีสได้ฟินกว่าเดิม

 Text : Wipawan In.


     ในประเทศที่ประชากรกว่าครึ่งมีภาวะแพ้แลคโตส การ “กินชีส” อาจเป็นความสุขที่ต้องแลกมาด้วยอาการท้องเสีย ท้องอืด หรือในบางรายถึงขั้นแพ้รุนแรง นี่คือ Pain Point สำคัญที่ทำให้ Avagan ถือกำเนิดขึ้น แบรนด์ชีส plant based จากเม็ดมะม่วงหิมพานต์และถั่วเหลือง ที่ไม่ได้เพียงต้องการสร้างผลิตภัณฑ์ทดแทน แต่ตั้งใจพัฒนาประสบการณ์การกินชีส ให้ใกล้เคียงของเดิมที่สุด พร้อมยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นไทยด้วยนวัตกรรมอาหาร ผู้ก่อตั้งอย่าง นก เกื้อกูล เจริญวรรณวงศ์ มองเห็นทั้งโอกาสทางตลาดและศักยภาพของไทย จึงเริ่มต้นพัฒนาชีสจากพืชที่ตอบโจทย์ทั้งสุขภาพ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิต

เปลี่ยนเม็ดมะม่วงหิมพานต์ตกเกรด สู่การเพิ่มมูลค่าและสินค้าใหม่

     จุดเริ่มต้นของ Avagan ไม่ได้มาจากเทรนด์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการมองเห็นปัญหาสองด้านพร้อมกัน ด้านแรกคือ คนไทยจำนวนมากแพ้แลคโตสและโปรตีนนม ด้านที่สองคือ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ในจังหวัดกระบี่จำนวนไม่น้อยเป็นสินค้าตกเกรด แตกหัก หรือขนาดไม่สวย ทำให้ราคาต่ำกว่าที่ควรจะเป็น 

     “ที่เราเลือกใช้เม็ดมะม่วงหิมพานต์เป็นวัตถุดิบหลัก เพราะเป็นสินค้า OTOP ท้องถิ่นที่มีน้ำนมจากพืชและมีสารต้านอนุมูลอิสระ ขณะที่ถั่วเหลืองถูกนำมาเสริมเพื่อเพิ่มโปรตีนให้สมดุล สูตรของแบรนด์ใช้วัตถุดิบไทยกว่า 90% โดยเน้นแหล่งผลิตในจังหวัดกระบี่เป็นหลัก แทนที่จะนำถั่วเหลืองหรือเม็ดมะม่วงไปทำนมพืชตามกระแส เราเลือกพัฒนาเป็น “ชีส” เพราะเห็นการนำเข้าชีส plant based จากต่างประเทศจำนวนมาก ทำให้ราคาสูง และเราเชื่อว่าธัญพืชไทยสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงกว่าได้ “

     นี่จึงไม่ใช่แค่การแปรรูป แต่คือการ Reposition วัตถุดิบเกษตรไทยจากของตกเกรด สู่สินค้า Food Tech ที่แข่งขันในตลาดสมัยใหม่ เพราะแต่เดิมหากสินค้าตกเกรดจะถูกนำไปขายในอุตสาหกรรมเบเกอรี่ ในราคาที่ถูกกว่าราคาตลาด

ไม่ใช่แค่รสชาติ แต่คือฟังก์ชัน

     ความท้าทายสำคัญของชีส plant based ไม่ใช่แค่รสชาติ ผู้บริโภคไม่ได้ต้องการอาหารทดแทนที่หน้าตาเหมือนชีส แต่ต้องการสัมผัส การละลาย และการขึ้นรูปที่ใกล้เคียงชีสจริงที่สุดเพื่ออรรถรสในการทาน

     “Avagan จึงเลือกใช้นวัตกรรมกระบวนการอิมัลชัน (Emulsion) เพื่อทำให้ส่วนผสมของไขมันและโปรตีนจากพืชรวมตัวเป็นเนื้อเดียว ไม่แยกชั้นทั้งในอุณหภูมิห้องและอุณหภูมิเย็น เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ผลิตภัณฑ์มีเนื้อสัมผัสเนียน ละลายได้เมื่อโดนความร้อน และกลับมาขึ้นรูปได้เมื่ออุณหภูมิลดลง ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของชีส

     ในช่วงเริ่มต้น แบรนด์ต้องเผชิญความท้าทายด้านรสชาติและรูปลักษณ์ เพราะผลิตภัณฑ์รุ่นแรกมีหน้าตาคล้ายเต้าหู้มากกว่าชีส เราและทีมจึงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับนักวิจัยและโรงงาน OEM ภายใต้การควบคุมมาตรฐาน เพื่อให้ได้ทั้งรสชาติและเนื้อสัมผัสที่ใกล้เคียงของจริงมากที่สุด”

     ผลลัพธ์ของการคิดค้นและทดลองคือ ได้ชีสมอสซาเรลล่า 2 สูตร (เนื้อนิ่มและกึ่งแข็ง) ที่สามารถทานสด ใส่สลัด พิซซ่า ลาซานญ่า หรือเมนูอบต่างๆ ได้เหมือนชีสนมทั่วไป หากต้องการสไลด์หรือขูดสามารถนำแช่ช่องฟรีซได้ นอกจากทำได้หลายเมนูยัง ไม่มีคอเลสเตอรอล และปราศจากนม 100%

เมื่อ Food Innovation เปลี่ยน “คุณภาพชีวิต” ผู้บริโภค

     “หนึ่งในเคสที่สะท้อนคุณค่าของนวัตกรรมนี้ คือ เด็กที่แพ้โปรตีนนมรุนแรงจนเสี่ยงหลอดลมตีบและต้องมีแพทย์ดูแลใกล้ชิด ครอบครัวของเด็กเคยต้องซื้อชีสจากต่างประเทศ แต่เมื่อพบผลิตภัณฑ์ของ Avagan และตรวจสอบว่าไม่มีส่วนผสมของนมจริง จึงทดลองภายใต้การดูแลของแพทย์ ผลที่ได้เด็กสามารถรับประทานได้โดยไม่เกิดอาการแพ้ 

     นอกจากนี้ยังมีกรณีเด็กแพ้กลูเตนที่สามารถทานผลิตภัณฑ์ได้ รวมถึงวัยรุ่นที่ต้องการลดการบริโภคชีสนมเพราะกังวลเรื่องสิวและสุขภาพ ที่ให้ feedback กับเราว่า Avagan ทำให้กลับมามีความสุขกับการทานอาหารอีกครั้ง”

     สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า นวัตกรรมอาหารไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ แต่สามารถสร้าง “ทางเลือก” ให้ผู้บริโภคมีอิสระในการทานมากขึ้น ด้านกลยุทธ์การตลาด แบรนด์เริ่มจากกลุ่มเฉพาะทาง เช่น มังสวิรัติและผู้แพ้แลคโตส ก่อนขยายสู่กลุ่มคนรักสุขภาพ ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนลูกค้าราว 70–80% นก เน้นการรับรู้ การชิมจริง เพื่อทำลายอคติที่ว่าของ “เจ” หรือ “วีแกน” ไม่อร่อย 

     ปัจจุบัน Avagan วางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่ง รวมถึงร้านอาหารวีแกนที่นำไปพัฒนาเมนูพิซซ่าและลาซานญ่า 

จาก Local Food Tech สู่เวทีสากล

     ในมุมการแข่งขัน ตลาดชีส plant based ในไทยยังไม่ถึงขั้น Red Ocean จุดแข็งของ Avagan คือการใช้วัตถุดิบไทยและปรับรสชาติให้เหมาะกับคนไทย ไม่มีกลิ่นหมักรุนแรงแบบชีสสไตล์ตะวันตก 

     “ปัจจุบันเรากำลังพัฒนามาตรฐานสากลเพิ่มเติม เช่น ฮาลาล เพื่อรองรับการส่งออก นอกจากนี้ยังต่อยอดแนวคิดเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบเกษตรไปสู่ผลิตภัณฑ์อื่น เช่น มะเขือเทศอบแห้งแผ่น ที่ใช้ผลผลิตสุกงอมตกเกรดมาแปรรูปเป็นขนมเพื่อสุขภาพ เรามอง Food Innovation เป็นเครื่องมือยกระดับทั้งเกษตรกรและผู้บริโภค”

     ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีของการดำเนินธุรกิจ แบรนด์เติบโตอย่างต่อเนื่องหลังได้รับ อย. และรางวัลด้านนวัตกรรม สำหรับนก เป้าหมายไม่ใช่การแทนที่ชีสนมทั้งหมด แต่คือการทำให้ผู้บริโภค สามารถเลือกได้ตามไลฟ์สไตล์ในแต่ละวัน ในยุคที่ผู้บริโภคใส่ใจสุขภาพมากขึ้น และโลกกำลังมองหาโปรตีนทางเลือกที่ยั่งยืน Avagan คือภาพสะท้อนว่า นวัตกรรมอาหารไทยสามารถเริ่มต้นจากวัตถุดิบท้องถิ่น แล้วเติบโตสู่เวทีสากลได้ หากผสาน Food Tech เข้ากับความเข้าใจผู้บริโภคอย่างแท้จริง

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี  

RECCOMMEND: TECH

นวัตกรรมโชยุใสจากนาโกย่า Ichibiki พลิกวงการซอสถั่วเหลือง เสิร์ฟความอร่อยที่ไร้สี

ที่เห็นขวดใสๆตั้งอยู่ในครัว นั่นไม่ใช่น้ำเปล่าแต่คือซอสถั่วเหลืองสีใส หรือ Transparent Soy Sauce ผลิตโดย บริษัท Ichibiki จากเมือง Nagoya ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการหมักมิโสะและโชยุแบบดั้งเดิมมายาวนานกว่า 250 ปี

จากธุรกิจปาเต๊ะรุ่นพ่อ สู่แบรนด์ ‘ซาโลมา ปาเต๊ะ’ ที่เพิ่มมูลค่างานคราฟท์ด้วยนวัตกรรม ผลิตแบบชิ้นเดียวในโลก ดันราคาสูง 100 เท่า

จากลูกสาวคนทำผ้าปาเต๊ะ สู่เจ้าของแบรนด์ซาโลมา ปาเต๊ะ ที่ผสานคราฟต์ 100% กับนวัตกรรมเส้นใยคอลลาเจนจากเกล็ดปลานวลจันทร์ พัฒนาให้กลายเป็นผ้าปาเต๊ะแบบชิ้นเดียวในโลก จากผ้าหลักร้อย สู่ราคาหลักหมื่น

เตรียมพร้อม ก่อนลงสนาม  6 เครื่องมือ Carbon Accounting แต้มต่อของ SME ยุคใหม่

วันนี้ “คาร์บอน” กำลังกลายเป็นข้อมูลธุรกิจที่คู่ค้า นักลงทุน และตลาดโลกใช้ตัดสินใจ ใครเริ่มวัดก่อน ย่อมเห็นต้นทุนก่อน วางแผนได้ก่อน และได้เปรียบก่อน รวม 6 เครื่องมือคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ที่จะมาเป็นแต้มต่อให้ธุรกิจพร้อมเดินหน้ารันบทใหม่