เกาะเทรนด์ร้อน AI ที่จะสร้างพลังอำนาจให้ SME ยุคดิจิทัล




Main Idea
 
  • AI ไม่ใช่สิ่งใหม่อีกต่อไป และจะค่อยๆ เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น เช่นเดียวกับการทำธุรกิจที่หนีไม่พ้นผลกระทบจาก AI ดังนั้น SME จึงต้องรู้เท่าทันเพื่อคว้าไพ่ที่เหนือกว่าคู่แข่งมาไว้ในมือให้ได้
 
  • การนำเอา AI มาปรับใช้ในภาคธุรกิจสามารถช่วยลดขั้นตอนการทำงานบางส่วนลง ลดต้นทุน ในขณะที่เพิ่มกำไรและข้อได้เปรียบให้กับธุรกิจได้




     เมื่อปีที่แล้วการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญทั้งในแง่ของการใช้เป็นเครื่องมือในวงการสุขภาพ การศึกษา ผ่าน e-solution อุตสาหกรรมยานยนต์ที่หลายค่ายกำลังพัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนด้วยตนเอง หรือแม้กระทั่งภาคเกษตรกรรมที่เลือกใช้หุ่นยนต์อัจฉริยะในการหว่านเมล็ดพันธุ์ ไปจนถึงการใส่ปุ๋ยและพ่นยาฆ่าแมลง





     จะเห็นได้ว่า AI กำลังเข้ามามีบทบาทในทุกอุตสาหกรรม ซึ่งไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจเล็กๆ อย่าง SME ที่ถึงเวลาต้องจับให้ได้ไล่ให้ทันเทรนด์นี้แล้วนำมาปรับใช้เพื่อบริหารจัดการกระบวนการผลิตไปจนถึงด้านการตลาดเพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้าและบริการ พร้อมสร้างแต้มต่อในการแข่งขันยุคดิจิทัล
 

     ต่อไปนี้คือแนวโน้มสำคัญของ AI ในปี 2562 ที่ SME จะพลาดไม่ได้เลยทีเดียว
 
 
  1. Internet of Things (IoT)
     เมื่อไม่นานมานี้ IoT เข้ามาดิสรัปต์หลายอุตสาหกรรมให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้น เพราะความสามารถในการเก็บบันทึกแต่ยังแลกเปลี่ยนข้อมูลจากอุปกรณ์หนึ่งไปยังอีกอุปกรณ์ เมื่อเกิดพฤติกรรมการใช้งาน เซ็นเซอร์ก็จะเก็บข้อมูล ณ แหล่งข้อมูลทันที และเมื่อถูกผสานเข้ากับเทคโนโลยี AI ก็ยิ่งเพิ่มความสามารถยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อใช้  AI ในการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันของธุรกิจเพื่อทำนายและกำหนดทิศทางการบริหารจัดการหรือทำการตลาดที่เหมาะสมกับพฤติกรรมผู้บริโภค หรือนำไปใช้ในการผลิตสินค้า อาทิ Smart Parking ระบบแจ้งสถานะและจองที่จอดรถยนต์สำหรับลูกค้าที่มาใช้บริการร้าน เป็นต้น นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นถ้าใช้ IoT เข้ามามีบทบาทต่อการทำธุรกิจของ SME ยุคนี้
 



 
  1. ระบบการเรียนรู้อัตโนมัติ (Automated Machine Learning)
     อีกไม่นานเราจะได้รู้จักคำระบบการเรียนรู้อัตโนมัติมากขึ้น เพราะมันกำลังเข้ามาปฏิวัติการวิเคราะห์ทางธุรกิจ หากจะพูดไปแล้ว Machine Learning ก็คือสมองของ AI ที่สามารถเรียนรู้ได้เองจากข้อมูลนั่นเอง ที่ผ่านมาได้เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของเราอย่างแนบเนียน ไม่ว่าจะเป็น Siri ใน iOS ซึ่งสามารถเรียนรู้ภาษาและการโต้ตอบกับมนุษย์ได้ดีขึ้นหากเราใช้บ่อยๆ Google Assistant ที่สามารถรับตำสั่งด้วยเสียงที่แม่นยำมากขึ้น หรือแม้กระทั่ง YouTube ก็ใช้ Machine Learning ในการประมวลผลข้อมูลเพื่อแนะนำวีดีโอที่ผู้ใช้งานอาจชอบ สิ่งเหล่านี้เรียนรู้จากพฤติกรรมการรับชมของผู้ใช้งานทั้งสิ้น ธุรกิจรายเล็กสามารถเริ่มใช้ระบบอัตโนมัติในการสร้างประสบการณ์ Online ให้กับลูกค้า ทำให้เขารู้สึกว่าได้รับความใส่ใจและได้รับการตอบสนองอย่างรู้ใจไปเสียทุกอย่าง ลูกค้าก็จะรักแบรนด์เรามากขึ้น
AI และ Machine Learning ถูกนำไปใช้งานอย่างแพร่หลายในแทบทุกวงการ เหตุเพราะสามารถตอบโจทย์ได้ทั้งฝั่งธุรกิจและฝั่งผู้บริโภค ซึ่งจะถูกทำให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นเรื่อยๆ หาก SME สามารถนำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ โอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจย่อมเกิดขึ้นแน่นอน
 
 
  1. เทคโนโลยีจดจำใบหน้า (Facial Recognition)
     การพัฒนาเทคโนโลยีนี้ก้าวขึ้นไปเรื่อยๆ ทั้งในแง่ความแม่นยำในการอ่านและจดจำใบหน้ารวมถึงด้านความปลอดภัยของข้อมูล ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจสามารถระบุตัวตนของลูกค้าและให้บริการเฉพาะบุคคลได้ดียิ่งขึ้นโดยใช้ Face Recognition จับอารมณ์และความพึงพอใจของคน เพื่อต่อยอดในการพัฒนาประสิทธิภาพการดูแลลูกค้าได้เช่นกัน คิดภาพดูว่าจะดีแค่ไหนที่เมื่อลูกค้าเดินเข้ามาในร้านของเราแล้วระบบสามารถบอกเราได้ว่าลูกค้าประจำของเราชอบสินค้าและบริการแบบไหน ทำให้เราสามารถบริการลูกค้าได้ทันใจและในทันที
 

  1. ระบบการทำงานอัตโนมัติ (Automation)
     คำถามที่มักได้ยินบ่อยๆ คือ AI จะเข้ามาแย่งงานจากมนุษย์หรือเปล่า คำตอบนั้นมีทั้ง ใช่ และ ไม่ใช่ ซึ่งคำตอบค่อนข้างชัดเจนว่า AI จะทำให้อุตสาหกรรมต่างๆ หันมาใช้ระบบอัตโนมัติมากขึ้น ยกตัวอย่าง Amazon ได้เริ่มใช้หุ่นยนต์ในการทำงานเนื่องจากทำงานได้เร็วและมีความแม่นยำกว่า แต่ในขณะเดียวกันการพัฒนาและใช้งานระบบอัตโนมัติก็ต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมโดยมนุษย์ ดังนั้นการใช้งาน AI หรือระบบอัตโนมัติมากขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งต้องการนักวิจัยหรือผู้เชี่ยวชาญในการแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นแน่นอน ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่า AI จะเข้ามาทดแทนตลาดแรงงานทักษะต่ำนั่นเอง  อาทิ การใช้หุ่นยนต์มาช่วยเสิร์ฟตามโต๊ะได้อย่างแม่นยำ ลดระยะเวลาในการเสิร์ฟจากการให้สามารถยกอาหารได้ทีละมากๆ และยังเพิ่มกิมมิคในการบริการได้อีกด้วย หรือการทำระบบสั่งอาหารด้วยตัวเอง ลดการผิดพลาดในการรับออเดอร์ของพนักงานได้เป็นอย่างดี
 
               
     เห็นแบบนี้แล้ว SME คงต้องรีบหันมามองเทคโนโลยี AI มากขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมและนำมาปรับใช้สร้างคุณค่าใหม่ๆ ให้กับธุรกิจ เพราะในโลกของธุรกิจคนที่ปรับตัวตามกระแสได้ทันเท่านั้นจึงอยู่รอดได้​


 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 

RECCOMMEND: TECH

“ชมนาด” นวัตกรรมสะตออบแห้ง จาก อ.พิปูน สู่ครัวไทยในต่างแดน

จากของล้นตลาด สู่สินค้าส่งออก พลิกสะตอจากพืชพื้นบ้านที่เคยขายได้แค่ปีละครั้ง ให้กลายเป็นนวัตกรรมสะตออบแห้ง เก็บรักษาได้นานถึง 1 ปี โดยยังคงสีเขียวสด กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ และเนื้อสัมผัสที่ไม่ต่างจากสะตอสด

เทคโนโลยีบุกครัว! รวม 4 นวัตกรรมที่ช่วยลดแรง ลดเวลา เพิ่มกำไรให้ธุรกิจอาหาร

ธุรกิจอาหารวันนี้ไม่ได้แข่งแค่ “รสชาติ” แต่แข่งกันที่ “ความเร็ว + เทคโนโลยี” เมื่อหุ่นยนต์เข้าครัว AI เข้าจัดการสต็อก และระบบอัตโนมัติช่วยลดงานซ้ำๆ ร้านอาหารที่ปรับตัวได้ไว กำลังทิ้งห่างคู่แข่งแบบเห็นชัด

กินไป ไถไป..ไม่ต้องเช็ดจออีกต่อไป! ScrollSticks ตะเกียบหัวทัชสกรีน    คีบอาหารด้านหนึ่ง ไถหน้าจออีกด้าน

“ScrollSticks” นวัตกรรมสุดล้ำ ที่ออกมาสยบปัญหาคราบซอสบนจอ เพราะนี่คือตะเกียบแบบสองหัว ด้านหนึ่งใช้คีบอาหารเข้าปาก แต่อีกด้านมาพร้อมหัวสัมผัสพิเศษสำหรับหน้าจอทัชสกรีน เพียงแค่พลิกข้อมือเบาๆ ก็สามารถปัด สไลด์ หน้าจอได้ทันที