วงการอาหารต้องสะเทือน! 3D Food Printer เทรนด์เปลี่ยนโลกอาหารอนาคต




Main Idea
 
  • อาหารการกินคือหนึ่งในปัจจัยสี่ที่ขับเคลื่อนโลกของเราในทุกวันนี้ ธุรกิจเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่มจึงเป็นธุรกิจที่ไม่มีวันตาย แถมยังมีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาอยู่เสมอ
 
  • หนึ่งในเทรนด์ร้อนที่น่าจับตามองคือการทำอาหารด้วยเทคโนโลยีที่เรียกว่า 3D Food Printer สุดไฮเทค ที่ไม่ต้องใช้แรงงานคนอีกต่อไป แค่มีเครื่องนี้ ไม่ว่าอาหารจะประณีต งดงาม อ่อนช้อย ใช้เวลามากแค่ไหน ก็สามารถเนรมิตได้ในเวลาไม่กี่นาทีเท่านั้น!
 


               
     อาหารการกินคือหนึ่งในปัจจัยสี่ที่ขับเคลื่อนโลกของเราในทุกวันนี้ ธุรกิจเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่มจึงเป็นธุรกิจที่ไม่มีวันตายแถมยังมีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาเยือนอยู่เสมอ ที่สำคัญการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจนี้ยังรวดเร็วมากอีกด้วย และหนึ่งในเทรนด์ร้อนที่น่าจับตามองคือการทำอาหารด้วยเทคโนโลยีที่เรียกว่า 3D Food Printer สุดไฮเทค ที่ไม่ต้องใช้แรงงานคนอีกต่อไป แค่มีเครื่องนี้ ไม่ว่าอาหารจะประณีต งดงาม อ่อนช้อย ใช้เวลามากแค่ไหน ก็สามารถเนรมิตได้ในเวลาไม่กี่นาทีเท่านั้น! นี่แหละคือเทรนด์ที่จะมาเปลี่ยนโลกอาหารในอนาคต
 


 
  • 3D Food Printer คืออะไร?
               
     สำหรับ 3D Food Printer คือเครื่องขึ้นรูปอาหารแบบ 3 มิติ คล้ายกับเครื่อง 3D Printer ทั่วไป แต่แทนที่เราจะใช้พลาสติกในการขึ้นรูป เราก็ใช้วัตถุดิบอาหารแทน โดยวัตถุดิบที่นิยมใช้เครื่อง 3D Food Printer ในการทำมากที่สุดนั่นคือช็อกโกแลต นอกจากนี้ยังมีเค้ก พาสต้า ขนม แพนเค้ก แม้กระทั่งพิซซ่า โดยเครื่องบางรุ่นยังมีระบบเลเซอร์ Ultra-Violet ที่ช่วยทำให้อาหารแข็งตัวได้อีกด้วย
 


 
  • ข้อดีของ 3D Food Printer
  1. ช่วยให้คุณสร้างสรรค์อาหารได้อย่างไร้ขีดจำกัด

     เครื่อง 3D Food Printer คือตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้คุณสามารถครีเอทและปลดปล่อยจินตนาการผ่านอาหารได้อย่างไม่มีขีดจำกัด ไม่ว่าคุณอยากจะสร้างเค้กรูปปราสาทเจ้าหญิง คุกกี้รูปสัตว์ แพนเค้กที่ไม่เหมือนใคร หรือแม้กระทั่งสามารถนำผักต่างๆ มาทำให้กลายเป็นรูปการ์ตูนเพื่อดึงดูดให้เด็กๆ หันมากินผักมากขึ้นก็ได้เช่นกัน
ยิ่งคุณเป็นผู้ประกอบการธุรกิจอาหารในยุคใหม่ยิ่งต้องใส่ใจเรื่องของความคิดสร้างสรรค์มากเป็นพิเศษ เพราะยิ่งธุรกิจของคุณแตกต่างก็ยิ่งทำให้ผู้บริโภคมองเห็นคุณได้ง่ายขึ้น
 


 
  1. ช่วยให้การทำอาหารของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น

     หนึ่งในเรื่องสำคัญของการทำธุรกิจอาหารก็คือมาตรฐาน บางครั้งการใช้คนในการทำงานก็อาจจะเกิดสิ่งที่เรียกว่า Human Error ได้ง่ายๆ แต่การใช้เครื่อง 3D Food Printer จะทำให้อาหารของคุณมีมาตรฐานแถมยังช่วยลดแรงงานในร้านลงได้ด้วย นอกจากนี้การใช้เครื่อง 3D Printer ยังช่วยให้เวลาในการทำอาหารลดลงจากการทำอาหารแบบดั้งเดิม เมื่อมีเวลามากขึ้นก็สามารถนำเวลาที่เหลือไปพัฒนาธุรกิจต่อได้
 


 
  1. ช่วยในเรื่อง Customization

     สิ่งที่จะทำให้คุณได้เปรียบในธุรกิจอาหารคือเรื่องของการ Customize เพื่อทำให้ได้อาหารที่ลูกค้าต้องการแบบตรงใจที่สุด เพราะลูกค้ายุคใหม่เขาไม่ได้ต้องการสิ่งที่ Mass และถูกที่สุดอีกต่อไป แต่พวกเขามองหาอะไรที่เป็นตัวเอง มีความแตกต่าง ไม่เหมือนใคร ถ้าหากใส่ความเป็นตัวตนของลูกค้าลงไปได้ก็ยิ่งเจ๋ง! และ 3D Food Printer คือนวัตกรรมที่จะช่วยทำให้ธุรกิจอาหารของคุณตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าได้เป็นอย่างดี เช่น การทำเค้กหน้าของลูกค้า เป็นต้น  
 


 
  1. ช่วยในเรื่อง Food Waste

     เชื่อไหมว่าธุรกิจอาหารมีปริมาณของเสียในแต่ละวันเยอะมาก บางทีคุณต้องผลิตเยอะเพราะไม่รู้จำนวนลูกค้าที่แน่นอนในแต่ละวัน แต่เครื่อง 3D Food Printer จะช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้คุณได้ ไม่ว่าจะเป็นการลดจำนวนของอาหารที่ผลิตออกมาแล้วไม่น่ากิน ไม่ตรงตามมาตรฐาน เพราะปกติธุรกิจทั่วไป เมื่ออาหารที่ทำออกมาแล้วไม่ตรงตามมารตฐานก็จะถูกทิ้งหรือถูกคัดให้เป็นของเสีย แต่อาหารจากเครื่อง 3D Food Printer นั้นตรงตามมาตรฐานแทบจะ 100 เปอร์เซ็นต์ แถมยังผลิตเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ต้องวางแผนไว้ล่วงหน้า
               
               

     นี่คือเครื่องมือใหม่ๆ ที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในธุรกิจอาหาร ซึ่ง SME สามารถนำไปศึกษาและสร้างโอกาสให้ธุรกิจของตัวเองได้
 


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

 

RECCOMMEND: TECH

Ori ร่มไร้โครง! ไอเดียที่เกิดจากพับกระดาษ ต่อยอดเป็นนวัตกรรมระดับ NASA

ในทุกปีร่มมากกว่า 1.2 พันล้านคัน เกิดการ หัก ฉีกขาด และลงเอยด้วยการถูกทิ้ง Ori จึงถูกคิดค้นมาเพื่อเป็นร่มไร้โครง ที่ออกแบบมาเพื่อลดปัญหาการพังหักของร่มแบบดั้งเดิมที่ใช้ซี่เหล็กและก้านพับที่มักหักง่ายเมื่อเจอลมแรงหรือใช้งานหนัก

เทียบชัดๆ 3 ยักษ์ AI เพื่อธุรกิจ ChatGPT – Gemini – Qwen ใครตอบโจทย์ SME มากกว่ากัน

AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือสำหรับคนที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเท่านั้น แต่เป็นเครื่องมือที่ทุกคน สามารถที่มีประโยชน์ ช่วยลดเวลาทำงาน ทำให้สิ่งที่ซับซ้อนได้เร็วขึ้น วันนี้จะพามาดูผู้ช่วย 3 ยักษ์ใหญ่ ที่คุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี จะมีอะไรบ้างไปดูกัน

เปลือกทุเรียน...ไม่ใช่แค่ขยะ แต่คือผืนผ้านวัตกรรมรักษ์โลก

เบื้องหลังยอดส่งออกทุเรียนที่พุ่งสูงกว่า 488% มีเปลือกทุเรียนกว่า 146 ล้านกิโลกรัมต่อปี ที่ถูกทิ้งไว้โดยไร้ค่า แต่ในวันนี้เปลือกทุเรียนได้กลายเป็นผืนผ้าที่ไม่ได้หยุดอยู่ที่ห้องทดลองเท่านั้น แต่กลายเป็นแฟชั่นไลฟ์สไตล์จริงภายใต้แบรนด์ MUW.OFFICIAL