โอกาสของ SME กับ โลกอนาคต Metaverse เปลี่ยนจินตนาการให้เป็นเงินได้อย่างไร


 

           ไม่กล่าวถึงไม่ได้จริงๆ กับ Big Move ของ Facebook ที่สั่นสะเทือนวงการ แสดงออกให้เห็นถึงความจริงจังกับทิศทางของบริษัทในอนาคต กับการเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Meta ซึ่งจากเดิมที่ Facebook mission statement เคยกล่าวไว้ว่า  “to give people the power to share and make the world more open and connected.”  


            กับล่าสุดที่ Mark Zuckerberg ได้บอกถึง Vision of Metaverse ไว้คือ “a set of interconnected digital spaces that lets you do things you can’t do in the physical world. Importantly, it’ll be characterized by social presence, the feeling that you’re right there with another person, no matter where in the world you happen to be.” แสดงให้เห็นว่าในอนาคตสิ่งที่ Mark Zuckerberg พยายามทำคือการเชื่อมโยง Digital world เข้ากับ Physical World โดยการนำ Metaverse เข้ามาหลอมหลวมกับการใช้ชีวิต ซึ่ง ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนในปัจจุบัน คือ บ้าน การทำงาน เล่นเกม ออกกำลังกาย ช็อปปิ้ง ดูหนังดูซีรีส์และการท่องเที่ยว เป็นต้น





จากการเชื่อมโยงผู้คน “Connected”
เป็นสะพานเชื่อมโลกที่เหล่าผู้คนใช้ชีวิตอยู่ “Metaverse”  
 

 


           นี้คือสิ่งที่บริษัทๆ หนึ่งกำลังที่จะเปลี่ยนโลก เป็น The Next Big Things ที่กำลังเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้อีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นยังไงมันก็เกิดขึ้นเป็นปัจจัยภายนอกที่เราไม่สามารถควบคุมได้ แต่เราสามารถเรียนรู้มันและใช้ประโยชน์ มองหาโอกาสจากมันได้ครับ ซึ่งไม่มีคำว่าสายเกินไปครับกับการเรียนรู้ เรามาเรียนรู้ไปด้วยกัน
 

Metaverse คือ อะไร? 
 

          Metaverse is a broad term. It generally refers to shared virtual world environments which people can access via the internet. The term can refer to digital spaces which are made more lifelike by the use of virtual reality (VR) or augmented reality (AR).

 

          Metaverse คือ สภาพแวดล้อมในโลกเสมือนจริงที่ผู้คนสามารถแบ่งปันความรู้สึกและประสบการณ์ต่างๆ ผสานโลกแห่งความจริงกับเทคโนโลยีเข้าด้วยกันผ่านทางอินเตอร์เน็ต โดยอาศัยเทคโนโลยี AR และ VR เข้ามาช่วยเชื่อมโยงทั้งสองโลกเข้าด้วยกัน



 

เราจะเข้าสู่ Metaverse อย่างไรได้บ้าง ?


  
           ซึ่ง Meta ก็ได้กล่าวถึงว่าเราสามารถเข้าถึงโลก Metaverse ได้ผ่านอุปกรณ์ต่างๆ 3 รูปแบบ

 
1. การใช้แว่น Oculus 


          เพื่อให้เข้าถึงโลกของ VR (Virual Reality) ทำให้เห็นภาพ 3 มิติ แบบเต็มตาในมุมมอง 360 องศา ซึ่งสามารถสัมผัสโลกเสมือนจริงได้มากที่สุด ในไทยผมเห็นมีอยู่ใน Central Online ราคา สองหมื่นกว่าบาท


2. ใช้แว่น Ray-Ban หรืออุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยี AR (Augmented Reality) 


          ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถฟังเพลง รับสายโทรศัพท์ หรือถ่ายภาพและคลิปวิดีโอสั้นๆ แล้วแชร์ไปยังแอปโซเชียล นอกจากนี้สังแสดงผลการนำทางแผนที่ สภาพอากาศ ข่าวสาร เช็คโซเชียลมีเดียผ่าน AR บนตัวแว่นได้ด้วย ปัจจุบันราคาหลักพันถึงหลักหมื่นบาท ในไทยที่ผมเห็น Ray-Ban ในออนไลน์ก็มีที่ Lazada เกือบสองหมื่นบาท


3. ใช้งานผ่านอุปกรณ์ทั่วไป เช่น คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต 


          ผ่านแอปที่รองรับการทำงานเชื่อมต่อกับโลกเสมือน อาจจะได้ประสบการณ์ไม่ดีเท่าแต่ก็สามารถเข้าถึงง่ายในอุปกรณ์ที่เรามีอยู่



 

ปัจจุบันมีการพัฒนาและใช้งานโลก Metaverse กันอย่างไรบ้าง

 

        1. Alibaba อาลีบาบา พัฒนาเมตาเวิร์สในลักษณะที่มาส่งเสริมตลาดการค้า (Marketplace) จากเดิมที่ช็อปปิ้งผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟน แต่การเข้าสู่เมตาเวิร์สของอาลีบาบา ก็จะเป็นการได้ทดลองสวมใส่สินค้า ทดลองใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ก่อนที่ลูกค้าจะกดชำระสินค้าในตะกร้า หรือแม้แต่การทำให้ร้านค้าที่มีหน้าร้านออนไลน์ กลายเป็นหน้าร้านจริง เพียงแต่เป็นโลกเสมือน
 

          2. Tencent เทนเซ็นต์ ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายเกมชั้นนำของโลก ก็มีมุมมองการพัฒนาเมตาเวิร์ส ในลักษณะเดียวกันเกม Fortnite โดยการผนวกเอาโลกของเกมมาผสมผสานกับโลกของชีวิตจริง เสริมสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้กับเกมเมอร์ อีกทั้ง Tencent เทนเซ็นต์ยังเป็นเจ้าของ Wechat, Wechat Pay ซึ่งก็สามารถควบรวมทั้งการใช้ Social และการชำระเงินผ่านโลกเสมือน Metaverse ได้อีกด้วย 


           3. Fortnite จัดคอนเสิร์ต Travis Scott การจัดคอนเสิร์ตในลักษณะของเมตาเวิร์ส มันมีโอกาสที่ผู้ชมจะมีโอกาสเข้าใกล้และได้สัมผัสกับศิลปินได้ง่ายกว่าการจัดคอนเสิร์ตในรูปแบบเดิม อีกทั้งยังสามารถเพิ่มลูกเล่นของคอนเสิร์ตให้เป็นแบบแฟนตาซี เสริมสร้างประสบการณ์ไม่รู้ลืมให้แก่ผู้เข้ารวมคอนเสิร์ตได้

 

 
https://www.gamesindustry.biz/articles/2021-06-08-new-world-old-rules-the-rise-of-the-metaverse
 

โอกาสของ SME ในโลก Metaverse คืออะไร!!! 

 

          อันดับแรกเลยสิ่งที่ SME ควรเข้าใจและศึกษาเพิ่มเติมก่อนจะไปสู่โลก Metaverse คือ เทคโนโลยี Blockchain,  ตลาด Crypto, Defi (Decentralized Finance), NFT (Non-Fungible Token),  Gamefi (Game+Defi),  Metaverse เป็นการปูพื้นฐานความรู้ความเข้าใจ ที่มาที่ไปของเทคโนโลยีที่ใช้ในโลก Metaverse
 


          และหากดูในเชิงโครงสร้างของโลก Metaverse นั้น ในปัจจุบันน่าจะอยู่ในยุคของ Infrastructure Layer เพียงเท่านั้น ทำให้เรามองเห็นโอกาสของอนาคตได้ทั้งชั้น Content Layer และชั้น True Metaverse



https://coin98.net/metaverse-la-gi
 

            อีกทั้งพิจารณาถึงโอกาสความเป็นไปได้ที่ Metaverse จะมาเป็นส่วนนึงของชีวิตเรากันดู โดยในปัจจุบัน Facebook / Meta มีคนใช้งานอยู่ราว 3000 ล้านคนทั่วโลก หรือก็คือประมาณครึ่งหนึ่งของโลก กับการเค้าจริงจังกับเรื่องนี้โดยส่วนตัวผมคิดว่ามีความเป็นไปได้สูงมากครับที่โลก Metaverse จะมาเป็นส่วนนึงของชีวิตเราในอนาคต และจากประสบการณ์สร้าง Platform ที่ได้เชื่อมโยงกับ Facebook และได้เห็นนวัตกรรมการขายของของคนไทยผ่านช่องทางนี้มาโดยตลอด


          ผมเชื่อว่า SME ไทยมีความเป็นนักประยุกต์นวัตกรรมโดยธรรมชาติ ตั้งแต่ในอดีตที่ Facebook ไม่ได้ตั้ง Facebook Fanpage มาเพื่อขายของ คนไทยก็ประยุกต์มาขายของได้มากมาย อีกทั้ง Facebook Live ก็ต้องการให้เกิดเป็น Content ที่ดีที่ถูกที่สร้างโดย Amateur / Micro Influencer แต่ SME ไทยก็มาประยุกต์ใช้กับการ Live ขายของได้โดยที่ไม่ได้มีระบบหลังบ้านในการซัพพอร์ทแต่อย่างใด ซึ่งผมก็เชื่อจากใจจริงว่าในอนาคตข้างหน้าไม่ว่าโลก Metaverse จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร SME ไทยก็สามารถมองหาโอกาสและปรับตัวเข้ากับนวัตกรรมได้อย่างแน่นอน


          เพียงแต่เราลองมาคิดกันเล่นๆ ว่าเราเหล่า SME ไทย จะสามารถทำอะไรได้บ้างกับโลก Metaverse กันดีกว่า เราสามารถจินตนาการถึงโลกที่ผู้คนสามารถอยู่อาศัย ทำงาน และเล่นสนุกได้ แทนที่จะต่อสู้กับมังกร เราอาจสร้างมันขึ้นมาด้วยมือของเราเองหรือซื้ออสังหาริมทรัพย์ดิจิทัล 3 มิติที่หายาก ซึ่งใช้สร้างอะไรก็ได้ตั้งแต่สภาพแวดล้อมแบบอินเทอร์แอกทีฟไปจนถึงประติมากรรมเสมือนจริง ทุกอย่างเป็นไปได้ ยกตัวอย่างเช่น


  • โอกาสของชั้น Content Layer เราสามารถเปิดร้านสอนความรู้ความสามารถของเราในโลกเสมือนก็ได้ โดยประสบการณ์ที่ผู้เรียนได้รับสามารถดีกว่าในโลกความจริงด้วยซ้ำ มันคือการ Decentralize Ownership เราสามารถประสบความสำเร็จได้ถ้าเรามีของจริงเดี๋ยวคนก็มาเอง

 

  • โอกาสของ Trainer Fitness : สามารถ Train จากที่ไหนก็ได้ไม่ต้องอยู่ในสถานที่เดียวกันก็ได้ Train ได้จากทั่วโลก ลูกค้าไม่ได้จำกัดอยู่แค่เขตพื้นที่ที่เราอาศัยอยู่อีกต่อไป   

 

  • Brand สามารถเข้าไปอยู่ในโลกเสมือนได้ Concept ไม่ต่างจากปัจจุบันที่ Brand จะเข้าไปสื่อสารถึงกลุ่มผู้บริโภคในโลกที่เค้าอาศัยอยู่ ซึ่งอาจจะเข้าไปอยู่ในฐานะผู้เล่นเลยก็ได้ ทำ Decentralized Autonomous Organisation (DAO) และ Yield Guild Games (YGG) เพื่อได้มาซึ่งสกุลเงินในโลกเสมือนก็ได้

 

  • Brand อาจทำ Collaboration ในโลก Metaverse ออกเป็น Item พิเศษ / Limited Digital Asset ก็ได้

 
 
         นี้เป็นแค่ส่วนนึงที่ผมรวบรวมและตกผลึกมาเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ผมเชื่อว่ายังมีความรู้อีกมากมายที่เราจะต้องพัฒนาตนเองเพื่อตามโลกนี้ให้ทัน เรามาเรียนรู้เติบโตไปด้วยกัน
 

Ref : https://blog.thedapplist.com/dapps/metaverse-of-web3/
https://mission-statement.com/facebook/
https://tech.fb.com/connect-2021-our-vision-for-the-metaverse/
https://www.reuters.com/technology/what-is-metaverse-2021-10-18/
https://www.it24hrs.com/2021/what-is-metaverse-how-to-connect-new-world-metaverse/
https://about.facebook.com/meta
https://www.thairath.co.th/news/tech/2220190




 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: TECH

ListenField นวัตรรมช่วยเกษตรกร ลดความเสี่ยงจากสภาพอากาศ ขั้นกว่าของการทำไร่ยุคสมาร์ทฟาร์ม

ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัย แต่สิ่งหนึ่งที่ธุรกิจภาคการเกษตรของไทยต้องประสบไม่เคยเปลี่ยนแปลงคือ ความไม่แน่นอนของสภาพดิน ฟ้า อากาศ ทำให้วิถีชีวิตของเกษตรกรถูกแขวนไว้บนความเสี่ยง จนเกิดเป็นปัญหาต่างๆ ตามมามากมาย

มาแล้ว หุ่นยนต์ทำสปาเก็ตตี้ ตัวช่วยใหม่ธุรกิจร้านอาหาร หนึ่งจานใช้เวลาแค่ 45-75 วินาที

ธุรกิจร้านอาหารเวลาที่มีลูกค้าเยอะ ก็มักจะเจอปัญหาทำอาหารไม่ทันลูกค้า ลูกค้าต้องรอเป็นเวลานานๆ ทำให้สร้างประสบการณ์ที่ไม่ดีให้กลับลูกค้าแล้ว อาจทำให้ลูกค้าไม่กลับมากินร้านคุณอีกเลยก็ได้

กางเกงยีนส์ดิจิทัล มิติใหม่การผลิตกางเกงยีนส์ เปลี่ยนจากฟอกย้อม มาพิมพ์ลงบนเนื้อผ้า เซฟโลกเซฟแรงงาน ดีต่อธุรกิจ

สังเกตไหมเดี๋ยวนี้จะผลิตสินค้าอะไรออกมาก็ตาม การคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมักเป็นปัจจัยอันดับต้นๆ ที่หลายธุรกิจต่างนำมาใช้พัฒนาสินค้าของตนเอง เพราะนอกจากจะช่วยลดมลพิษที่เกิดขึ้นแล้ว แนวคิดดังกล่าวยังช่วยสร้างความน่าสนใจให้กับแบรนด์และจูงใจผู้บริโภคให้หันมาอุดหนุนสินค้ากันมากขึ้นได้ด้วย