รู้จักเทรนด์ Hyper Automation ช่วย SME กำจัดงานซ้ำๆ น่าเบื่อให้หมดจากองค์กร

TEXT : Jay.Wannakhun

Main Idea

  • ชวน SME รู้จัก Hyper automation เพื่อให้ผู้ประกอบการตามทันเทคโนโลยี ทำงานให้ง่ายขึ้น ไม่ต้องทำงานที่ซ้ำซากน่าเบื่อ

     Automation หรือ "ระบบอัตโนมัติ" ไม่ใช่สิ่งใหม่ มีการใช้งานของภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก ในไทยเองก็มีการใช้งานนานแล้ว ในอนาคต Automation จะพัฒนาไปสู่ Hyper automation และก่อนจะสายเกินไป เพื่อให้ธุรกิจตามทันเทคโนโลยี ผู้ประกอบการที่ยังไม่ได้ปรับเปลี่ยน ควรที่จะเดินหน้าปรับตัว นำระบบอัตโนมัติมาใช้

     ถ้าจะนำเอาระบบ Automation มาใช้ มีประโยชน์อย่างไรกับ SME จากข้อมูลของ ดร. นน อัครประเสริฐกุล ผู้เชี่ยวชาญส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลอาวุโส สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) ที่บอกเหตุของการปรับรูปแบบของการประกอบกิจการต่างๆ ให้เป็นรูปแบบอัตโนมัติ จะช่วยให้การดำเนินธุรกิจง่ายขึ้น

จะปรับเปลี่ยนต้องรู้ข้อดีกันก่อน

     อะไร คือ เหตุผลที่การใช้ Automation ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • Repetitive, Rules-Based Tasks

 

     เหตุผลหลักที่ทำให้ออโตเมชันถูกเลือก คือลักษณะของงานที่เป็นรูปแบบที่ทำซ้ำซาก ออโตเมชันสามารถกำหนดการทำงานและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างแม่นยำ ชัดเจน

  • Dangerous Jobs

 

     การทำงานที่เสี่ยงต่ออันตรายก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ระบบออโตเมชันกลายเป็นเครื่องมือที่มีคุณค่า งานที่อาจเสี่ยงเกิดอันตรายกับร่างกาย สามารถดำเนินไปด้วยความปลอดภัย โดยไม่ต้องทำให้คนทำงานต้องเสี่ยงและเจอกับปัญหา

  • High Volume, Low Complexity

 

     งานที่มีปริมาณเยอะ แต่ว่าไม่ได้มีความซับซ้อน การเอาออโตเมชันเข้าช่วยก็สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ทำให้งานออกมาดีขึ้น ประหยัดเวลาได้มากขึ้น

  • Time Consuming

 

     การทำงานที่ต้องใช้เวลามากๆ ก็นิยมให้ระบบออโตเมชันเข้ามาช่วย เช่น การตรวจสอบข้อมูลที่ต้องใช้เวลานาน ก็สามารถลดเวลาการทำงานลง ได้ด้วยความรวดเร็วของระบบอัตโนมัติในการทำงาน

  • Mundane Work

 

     งานที่น่าเบื่อ เช่น การทำงานที่เกี่ยวกับข้อมูลที่มีจำนวนมาก ก็ใช้ออโตเมชันได้ โดยไม่ต้องให้คนทำงานเสียเวลาและพลังงานในการดำเนินการ

    การใช้ระบบออโตเมชันไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระในงานที่มีความซ้ำซากและเจาะจง แต่ยังเสริมสร้างประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการทำงานที่เสี่ยงต่ออันตราย ทำให้เป็นเครื่องมือที่มีความหลากหลายและมีประโยชน์ในหลายด้านของธุรกิจ

มารู้จัก Hyper-Automation ขั้นกว่าของ Automation

     ไฮเปอร์ออโตเมชัน (Hyper-Automation) เป็นแนวคิดที่ได้รับความสนใจมากในโลกธุรกิจปัจจุบัน ไม่เพียงแค่การใช้โรบอท (RPA) เพื่อทำซ้ำงานที่ซ้ำซาก แต่ไฮเปอร์ออโตเมชันยังเน้นการผสมรวมและจัดการกับหลายเทคโนโลยีพร้อมกัน เช่น ปัญหาทางปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อให้กระบวนการทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

  • Process Mining

 

     หนึ่งในลักษณะที่สำคัญของการไฮเปอร์ออโตเมชัน คือการใช้กระบวนการทำงานวิเคราะห์ข้อมูล (Process Mining) เพื่อระบุและสร้างโอกาสในการทำงานที่เหมาะสมสำหรับการออโตเมชัน การทำงานนี้ช่วยให้ธุรกิจสามารถตรวจสอบและพัฒนากระบวนการทำงานของตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพ

  • Integration of various systems and data sources

 

     การผสมรวมระบบและแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เป็นอีกลักษณะที่สำคัญทำให้การไฮเปอร์ออโตเมชันมีความสามารถในการปรับปรุง พัฒนา ผ่านการทดสอบและการใช้งาน เช่น การประยุกต์ใช้ข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการทำงาน

  • No-code/Low-Code Tools

 

     เครื่องมือ No-code/Low-Code มีบทบาทสำคัญมากขึ้น ที่ไม่จำเป็นต้องมีทักษะในการเขียนโค้ด ทำให้ผู้ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญในด้านโปรแกรม ก็สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

     การปรับมาใช้งานออโตเมชันในธุรกิจของคุณไม่เพียงแค่เป็นการพัฒนาขั้นตอนการทำงานแบบเก่า ๆ ให้เป็นระบบอัตโนมัติ แต่มันยังเป็นการผสมผสานเทคโนโลยีที่หลากหลาย เพื่อให้ธุรกิจของคุณสามารถตอบสนองกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในโลกธุรกิจปัจจุบัน และมีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น

 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: TECH

พลิกเม็ดมะม่วงตกเกรด สู่ชีส Plant-based AVAGAN นวัตกรรม Food Tech ฝีมือคนไทย ทางเลือกใหม่ ให้คนแพ้นมวัวกินชีสได้ฟินกว่าเดิม

ในประเทศที่ประชากรกว่าครึ่งมีภาวะแพ้แลคโตส การ “กินชีส” อาจเป็นความสุขที่ต้องแลกมาด้วยอาการท้องเสีย ท้องอืด หรือในบางรายถึงขั้นแพ้รุนแรง นี่คือ Pain Point สำคัญที่ทำให้ Avagan ถือกำเนิดขึ้น

นวัตกรรมโชยุใสจากนาโกย่า Ichibiki พลิกวงการซอสถั่วเหลือง เสิร์ฟความอร่อยที่ไร้สี

ที่เห็นขวดใสๆตั้งอยู่ในครัว นั่นไม่ใช่น้ำเปล่าแต่คือซอสถั่วเหลืองสีใส หรือ Transparent Soy Sauce ผลิตโดย บริษัท Ichibiki จากเมือง Nagoya ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการหมักมิโสะและโชยุแบบดั้งเดิมมายาวนานกว่า 250 ปี

จากธุรกิจปาเต๊ะรุ่นพ่อ สู่แบรนด์ ‘ซาโลมา ปาเต๊ะ’ ที่เพิ่มมูลค่างานคราฟท์ด้วยนวัตกรรม ผลิตแบบชิ้นเดียวในโลก ดันราคาสูง 100 เท่า

จากลูกสาวคนทำผ้าปาเต๊ะ สู่เจ้าของแบรนด์ซาโลมา ปาเต๊ะ ที่ผสานคราฟต์ 100% กับนวัตกรรมเส้นใยคอลลาเจนจากเกล็ดปลานวลจันทร์ พัฒนาให้กลายเป็นผ้าปาเต๊ะแบบชิ้นเดียวในโลก จากผ้าหลักร้อย สู่ราคาหลักหมื่น