สรุปแนวทางการออกโทเคนดิจิทัลใหม่โดย ก.ล.ต. กระทบ SME ไทยอย่างไรบ้าง

 

 

     หลังจากที่ประเทศไทยมีกฎหมายเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลออกมาในปี 2561 ทาง ก.ล.ต. ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลได้มีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่างๆ ออกมาอย่างต่อเนื่องและล่าสุดกำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องของการออกโทเคนดิจิทัล แม้ว่ากำลังอยู่ในช่วงของการทำ Focus Group และรับฟังความคิดเห็น แต่ประเด็นดังกล่าวอาจจะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจที่จะออกโทเคนดิจิทัลของตัวเองอยู่พอสมควร ไปดูกันว่ามีประเด็นอะไรบ้างที่ต้องให้ความสำคัญ

เกือบทุกโทเคนต้องผ่านขั้นตอนของ ICO Portal

     ที่ผ่านมา ก.ล.ต. อนุญาตให้โทเคนดิจิทัลพร้อมใช้หรือมีโปรเจ็กต์ที่รองรับแล้วสามารถออกโทเคนได้เลยโดยไม่ต้องขออนุญาต แต่เกณฑ์ดังกล่าวกำลังจะเปลี่ยนมาเป็นการที่ทุกโทเคนต้องผ่านขั้นตอนการพิจารณาของ ICO Portal ซึ่งเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตในการเสนอขายดิจิทัลโทเคน ทั้งหมด จากเดิมที่ได้รับการยกเว้นซึ่งจะทำให้ต้นทุนของผู้ออกโทเคนต้องเพิ่มขึ้น

      อย่างไรก็ตาม ก.ล.ต. อาจจะยกเว้นให้กับโทเคนหรือโปรเจ็กต์ที่ไม่มีความซับซ้อนในการใช้งานมากนักเป็นเพียงแค่การนำ Utility Token ไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ อาจจะเข้าเกณฑ์ของ Fast Track ที่อาจจะเป็นเพียงแค่การรายงานต่อ ICO Portal และสามารถออกโทเคนได้เลยซึ่งจะใช้เวลาในการพิจารณาที่สั้น

โทเคนต้องไม่เข้าข่าย Mean Of Payment

     อีกประเด็นที่สำคัญคือโทเคนดิจิทัลที่ออกมาจะต้องไม่เข้าข่ายการเป็นสื่อกลางชำระเงินหรือ Mean Of Payment ซึ่งนำไปใช้แลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ โดยมีธนาคารแห่งประเทศไทยที่ดูแลเรื่องของตลาดการเงินเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย 

     กล่าวคือ โทเคนที่ออกมาถ้าหากสามารถนำไปแลกเปลี่ยนเป็นสินค้าและบริการโดยตรงอาจจะมองว่าเข้าข่ายการเป็นสื่อกลางชำระเงินได้ซึ่งจะถูกห้ามใช้งาน แนวทางที่เป็นไปได้คือการนำโทเคนนั้นเป็นสื่อกลางในการแลกสิทธิประโยชน์ต่างๆ หรือใช้แลกเปลี่ยนเฉพาะสินค้าและบริการในเครือธุรกิจของตัวเองอาจจะพอได้รับการอนุมัติ

ไม่มีการสร้างผลตอบแทนด้วยการ Staking

      ปัจจุบันโทเคนดิจิทัลได้มีการให้ผลตอบแทนกับผู้ถือด้วยการ Staking แต่ ก.ล.ต. กำลังพิจารณาว่าจะห้ามการให้ผลตอบแทนในรูปแบบ Staking ที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากระบบเศรษฐกิจของโทเคน พูดง่ายๆ คือจะไม่ให้มีการจ่ายผลตอบแทนในรูปแบบที่คล้ายกับดอกเบี้ยเพื่อที่จะดึงดูดผู้ลงทุนให้เข้ามาเก็งกำไร

ต้องเปิดเผยรายละเอียดของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

     เพื่อป้องกันการใช้ข้อมูล Inside เพื่อเก็งกำไรในราคาเหรียญและให้มีความโปร่งใสสำหรับนักลงทุนรายย่อย  ก.ล.ต. อาจจะให้ผู้ออกโทเคนต้องมีการเปิดเผยรายละเอียดของผู้ที่ได้รับโทเคนดิจิทัลทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร ผู้ลงทุนระยะเริ่มต้น ที่ปรึกษา สัดส่วนโทเคนเพื่อการทำการตลาด 

      นอกจากนี้ยังกำหนดในเรื่องของ Whitepaper ที่จะให้รายละเอียดของโทเคนดิจิทัลจะต้องไม่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลโดยไม่ได้รับการอนุมัติและจะต้องแจ้งต่อผู้ลงทุนล่วงหน้า โดยโทเคนดิจิทัลที่ไม่ปฎิบัติตามอาจจะถูกสั้งห้ามซื้อขายได้

     นี่เป็นกฎเกณฑ์ใหม่สำหรับการออกเสนอขายโทเคนดิจิทัลสำหรับภาคธุรกิจที่น่าจะออกมาบังคับใช้ในเร็วๆ นี้ ผู้ประกอบการที่สนใจจะออกโทเคนของตัวเองต้องศึกษากฎเกณฑ์เหล่านี้เป็นอย่างดีก่อนตัดสินใจเปิดตัว

 

Text: นเรศ เหล่าพรรณราย

 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: FINANCE

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร

Reverse Budgeting เทคนิคจัดงบแบบย้อนกลับ ออมเงินได้จริง ทั้งธุรกิจและชีวิตส่วนตัว

ชวนมารู้จักเทคนิค “Reverse Budgeting” การจัดทำงบประมาณแบบย้อนกลับ ตัวช่วยที่จะทำให้คุณออมเงินได้ง่ายขึ้น โดยการเปลี่ยนมา “ออมก่อน…ใช้ทีหลัง” เป็นวิธีง่ายๆ ไม่ต้องคำนวณซับซ้อน แต่ช่วยให้มีเงินออมได้จริง ทั้งในชีวิตส่วนตัวและธุรกิจ

Pizza Budgeting ตัวช่วย SME หยุดปัญหาหนี้สะสม ด้วย “พิซซ่า 1 ถาด”    

หนี้สะสมไม่ใช่จุดจบ แค่แบ่งงบเป็นชิ้นๆ แบบ “Pizza Budgeting” ซึ่งเป็นเทคนิคจัดสรรการเงินง่ายๆ เพียงมองรายได้ทั้งเดือนเป็น “พิซซ่า 1 ถาด” แล้วแบ่งออกเป็นชิ้นๆ ตามค่าใช้จ่ายต่างๆ ของธุรกิจ แบ่งได้ถูก = รู้ทันทีว่าธุรกิจมีเงินพอหรือไม่