“แบรนด์ที่ดี” ไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง โดย สมยศ ชัยรัตน์

      การตลาด ก็คือการขายของ เป็นการวางแผนว่าจะขายให้ดีกว่าคนอื่นได้อย่างไร ไม่ใช่เรื่องยากเพียงแต่ต้องคิดให้รอบคอบ และมีเป้าหมาย คือ “3 ดี”





      1. ขายของให้ดี
               

       2. ให้มีลูกค้าดีๆ มาซื้อเราซ้ำแล้วซ้ำอีก หรือเป็นลูกค้าที่ซื้อสินค้าต่อเนื่องไปนานๆ  


       3.คนพูดถึงเราในสิ่งดี ๆ
 
             
      ถ้าได้ครบ 3 ดี ก็สบายละ อยู่นาน
               




      ลองนึกถึงร้านข้าวแกงเจ้าประจำว่าเพราะอะไรเราถึงไปบ่อยๆ เพราะอร่อย ราคาไม่แพง คนขายดูดี นั่นก็คือที่แห่งนั้นมีสินค้าที่เราพอใจ และมั่นใจว่าเข้ามาในร้านจะได้อร่อยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน แปลง ไม่ต้องจ่ายสตางค์มากกว่าเดิม คนขายก็น่ารักให้บริการอย่างดี จำลูกค้าได้ตลอด สิ่งเหล่านี้แหละคือสิ่งที่เรียกว่าแบรนด์ หรือยี่ห้อสินค้า ชื่อร้านที่เราเรียกด้วยความเคยชินเพื่อบอกกับคนอื่นก็คือชื่อแบรนด์ เพราะฉะนั้นแบรนด์ก็คือชื่อเฉพาะที่ถูกเรียกอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น ‘ร้านข้าวเจ้ดาหน้าบ้าน’ , ‘ร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขา’ หรือจะเป็นโรงแรม เพลง หรือแม้กระทั่งแอปต่างๆ ที่โหลดลงมือถือ
               

      แบรนด์ก็คือชื่อ สัญลักษณ์ ที่บอกที่มาที่ไปของสิ่งของ บอกความเป็นเจ้าของ ก็คือที่มาของชื่อ โลโก้ สัญลักษณ์ การออกแบบ ดีไซน์ และบรรจุภัณฑ์
               




      แบรนด์ก็เหมือนเพื่อน เวลาเราเดินทาง เราก็มักจะเชื่อใจเพื่อนมากกว่าคนแปลกหน้า เราเลือกที่จะดื่มเครื่องดื่มแบรนด์ที่คุ้นเคยไม่กล้าเลือกเครื่องดื่มแบรนด์ชื่อแปลกๆ ที่เราไม่เคยรู้จักหรือเห็นมาก่อน เพราะเราไม่ไว้ใจ แม้เครื่องดื่มที่เราคุ้นเคยจะมีราคาจะแพงกว่าก็ยอมจ่ายเพราะไม่ต้องการเสี่ยง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญถ้าเราจะทำแบรนด์ต้องให้คนซื้อมั่นใจที่จะซื้อ มั่นใจในคุณภาพที่คงที่ นั่นคือสิ่งที่ผู้ผลิตต้องมีขบวนการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานสินค้า เป็นเสมือนคำมั่นสัญญาของผู้ผลิตต่อผู้ซื้อถ้าสี กลิ่น รส หรือคุณภาพเปลี่ยนไป ก็จะรู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ ทันที สิ่งที่ผิดปกติถ้าเกิดบ่อยครั้งเข้า ผู้ซื้อก็อาจเลิกไว้วางใจ แล้วเลิกซื้อหรือเลิกบริโภคไปเลย
               

      แบรนด์จึงหมายถึงประสบการณ์ที่ได้รับจากการได้ยิน ได้ใช้ ได้ลอง กลายเป็นสัญลักษณ์ ของความมั่นใจ (Trust Mark), ความนิยม (Love Mark)
               





      แบรนด์คือคำมั่นสัญญาที่บริษัทมีไว้ให้กับผู้ซื้อ ถ้าคุณขายเครื่องสำอาง สินค้าคุณทำได้อย่างที่สัญญาหรือเปล่า บอกขาวภายใน 7 วัน ทำได้ไหม ถ้าไม่ได้ คนซื้อก็หันมาหาคุณครั้งเดียว แล้วก็หันไปหายี่ห้ออื่น ลองเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ มีคู่แข่งเยอะแยะไปหมด บนชั้นเดียวกัน จะชนะคู่แข่งได้ คุณต้องดีกว่าเขาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
           

      คำถาม ?






      ถ้าคุณมีแบรนด์ หรือเป็นเจ้าของแบรนด์ ลองนึกดู คำสัญญาของแบรนด์คุณคืออะไร? คุณทำอย่างไรเพื่อรักษาสัญญานั้นกับคนซื้อ?
               

      มีเหตุผลอะไรอีกไหม ที่คนซื้อมาซื้อ? คุณมีอะไรที่แตกต่างจากคู่แข่ง?
               

      ไปหาคำตอบให้ได้ แล้วธุรกิจคุณจะไปได้อีกไกล









 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

บทความสมาชิก

จากตู้ กาชาปอง ถึง กล่องสุ่ม ขายแบบไหนถึงมีรายได้ปังในพริบตา

เป็นกระแสอย่างมากกับกลยุทธ์กล่องสุ่มในปัจจุบัน วันนี้เรามาวิเคราะห์กลยุทธ์กล่องสุ่มว่ามีที่มาอย่างไร และ SME อย่างเราสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างไรบ้าง

ขายของไปจีนยังไงให้ได้เปรียบ ถอดบทเรียนทำ Cross-Border e-Commerce แบบละเอียด

จากสภาวะตลาดของประเทศไทยในปัจจุบัน ที่มีปัญหาทั้งเงินเฟ้อ การขาดอำนาจการซื้อของผู้บริโภคนั้น บางทีกลยุทธ์ที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตคือการขยายตลาดไปสู่ต่างประเทศ