เชฟคุณทวดวัย 91 กับร้านอาหารระบายความทุกข์

ที่ซาเซโบะ เมืองริมอ่าว ห่างจากจังหวัดนางาซากิไปทางเหนือ 50 กม. บนถนนสายหลักของเมืองเป็นที่ตั้งของร้านอาหารแห่งหนึ่งที่เปิดบริการเป็นเวลา 70 ปีแล้ว ร้านอาหารเปิด 24 ชม.แห่งนี้ได้รับการเปรียบเปรยว่าเป็นโอเอซิสสำหรับชาวเมือง กลางวันบริการอาหารพร้อมรับประทาน  แต่ช่วงยามดึกระหว่าง 3 ทุ่มจนถึง 9 โมงเช้า เป็นเวลาที่คุณทวดมิซาโกะ มิซูกุชิ วัย 91 รับหน้าที่เป็นเชฟคอยปรุงอาหารร้อนเสิร์ฟลูกค้าที่แวะเวียนมาใช้บริการ



    ร้านอาหารมื้อดึกแห่งนี้อาจกล่าวได้ว่าเป็นร้านในตำนาน เปิดบริการเมื่อปี 1947 หรือหลังสงครามโลกครั้งที่สองยุติไม่นาน คุณทวดมิซาโกะซึ่งสูญเสียน้องชายจากระเบิดปรมณูที่นางาซากิ ได้ช่วยเหลือครอบครัวในการบริหารร้านที่ตอนนั้นจำหน่ายแค่ผักกับผลไม้ แต่หลังสงครามโลกเป็นห้วงเวลาที่ชาวเมืองซาเซโบะ (รวมถึงชาวญี่ปุ่นทั้งประเทศ) อยู่ในช่วงของการบูรณะเมืองทำให้ทุกคนต้องทำงานหนักทั้งวันและคืนเพื่อฟื้นประเทศ คุณทวดซึ่งอยู่ในวัยต้น 20 จึงเปลี่ยนร้านขายผักผลไม้เป็นร้านอาหารที่บริการตลอด 24 ชม.เพื่อให้บริการแก่คนที่ทำงานยามกลางคืน 

    เมืองซาเซโบะเป็นที่ตั้งของฐานทัพเรือญี่ปุ่น และภายหลังสหรัฐฯเข้ามาตั้งฐานทัพด้วย แต่ปัจจุบันแทบไม่เหลือร่องรอยของทหารอเมริกัน แต่ร้านอาหารของคุณทวดมิซาโกะก็ยังคงตั้งอยู่ที่เดิม แม้อายุจะล่วงเข้า 91 ปี แต่คุณทวดยังมาทำงานที่ร้านทุกคืนไม่เคยขาด นอกจากจะเสิร์ฟอาหารร้อนปรุงใหม่ ๆ คุณทวดยังทำตัวเป็นศิราณีรับฟังปัญหาจิปาถะจากลูกค้า และคอยปลอบประโลม ให้กำลังใจด้วยถ้อยคำดี ๆ ลูกค้าบางคนไม่ได้รู้สึกหิว แต่แวะมาเพราะทะเลาะกับคนในครอบครัวแล้วไม่สบายใจ ก็มาระบายกับคุณทวด ความเมตตาห่วงใยบวกกับคำพูดอันอ่อนโยนของคุณทวดเคยทำให้ลูกค้าบางคนถึงกับบ่อน้ำตาแตกมาแล้ว

    ชีวิตส่วนตัวของคุณทวดมิซาโกะ เป็นโสด ไม่เคยผ่านการแต่งงาน ไม่มีลูก ไม่มีครอบครัว คุณทวดเล่าว่าตอนสาว ๆ มีคนมาขอแต่งงานเยอะ แต่คุณทวดปฏิเสธเพราะรู้ว่าหากแต่งงานไปจะกระทบต่อการทำธุรกิจร้านอาหาร คุณทวดบอกว่า “ชีวิตนี้มีแต่งาน เป็นงานที่รักจึงหยุดทำไม่ได้ ที่ผ่านมาเจอลูกค้ามากมายที่แวะเวียนมาบอกเล่าทั้งความสุขและความทุกข์ คนไหนไม่มีความสุขก็ให้กำลังใจไป”      

    ร้านอาหารของคุณทวดมิซาโกะไม่เพียงแต่เสิร์ฟอาหารที่ปรุงจากใจ หากยังมีของแถมคือกำลังใจเต็มเปี่ยม ไม่แปลกที่จะมีลูกค้าแวะมาไม่ขาดสายเพราะนอกจากอิ่มท้อง ยังได้พลังใจให้สู้ชีวิตกลับไปอีกด้วย ในโลกนี้จะมีร้านอาหารแบบนี้สักกี่แห่ง นี่คือตัวอย่างของการทำในสิ่งที่รัก และรักในสิ่งที่ทำ  



ที่มา  www3.nhk.or.jp


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

รวมพล! เหล่า Hero 4 ทายาทพลิกเกมธุรกิจ จากเกือบไปไม่รอด สู่เกิดใหม่อีกครั้ง

เพราะธุรกิจครอบครัว ≠ ธุรกิจที่ไปต่อเองได้เสมอ ต้องอาศัยทายาทเข้ามาช่วยต่อยอด วันนี้มี 4 ตัวอย่างจากทายาทธุรกิจที่เปรียบเสมือนเป็นเหล่าฮีโร่ช่วยกอบกู้ธุรกิจ มีกลยุทธ์อะไรที่น่าสนใจบ้าง ไปดูกัน

คุยกับ อัครพล ลีลาจินดามัย เมื่อธุรกิจต้องทำมากกว่ากำไร ภารกิจยกระดับ SE ไทยให้ยืนได้ด้วยตัวเอง

ถ้าธุรกิจยุคนี้วัดกันแค่ “กำไร” อาจไม่พออีกต่อไป คุยกับ อัครพล ลีลาจินดามัย ผอ.สวส. ถึงภารกิจยกระดับ วิสาหกิจเพื่อสังคม (SE) ไทย ให้ธุรกิจที่ทำดีต่อสังคม “อยู่ได้จริง” ไม่ใช่แค่พึ่งเงินสนับสนุน แต่ต้องมีรายได้ มีระบบ และเติบโตด้วยตัวเอง

ทำของกินให้เป็นเรื่องเล่น Only Nua เปลี่ยนรูปแบบการขายอาหาร สู่ศิลปะ “กินไม่ได้ แต่เก็บได้”

“ถ้าเราทำอาหารไม่ได้ เราขายอาหารในรูปแบบอื่นได้ไหม” และนี่คือจุดกำเนิดของ Only Nua ร้านขายสติ๊กเกอร์อาหารไทย ที่มีรายละเอียดเหมือนจริง แถมเปิดร้านขายแบบจริงจัง มีกระทะ เตา หม้อหุงข้าว จานและกล่อง สำหรับประกอบอาหารโดยใช้สติ๊กเกอร์เป็นวัตถุดิบ