จากวิกฤติ สู่โอกาสทำเงินของสาว Plus Size

TEXT : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์
 
 
เมื่อสักต้นปีที่แล้วที่ผ่านมา มีข่าวเล็ก ๆ เกี่ยวกับร้านทำเล็บแห่งหนึ่งในเมืองเมมฟิส รัฐเทนเนสซีของอเมริกาที่ติดประกาศในร้านระบุลูกค้าที่มีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน หากมาใช้บริการ ทางร้านขอคิดราคาเพิ่มจาก 25 ดอลลาร์เป็น 45 ดอลลาร์ ก็มีลูกค้าถ่ายรูปข้อความดังกล่าวไปเผยแพร่ในโซเชียลเน็ตเวิร์ก ผลคือทางร้านถูกโจมตีข้อหาเลือกปฏิบัติต่อลูกค้า จนเจ้าของร้านต้องออกมาชี้แจงว่าที่ต้องคิดค่าบริการแพงขึ้นเนื่องจากลูกที่มาใช้บริการกลุ่มนี้มักทำเก้าอี้ในร้านพังเสียหายเนื่องจากน้ำหนักตัวที่มากเกินไป น่าเสียดายกับการคิดและแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ นั่นหมายถึงนอกจากภาพลักษณ์ของทางร้านจะติดลบ ยังทำให้ที่ร้านต้องเสียลูกค้ากลุ่มนี้อย่างถาวรอีกด้วย 
 
สืบเนื่องจากข่าวร้านทำเล็บแล้วนึกถึงร้านเสริมสวยที่อ้างว่าเป็นซาลอนแห่งแรกของโลกที่เปิดบริการสำหรับคนอ้วนโดยเฉพาะ ซาลอนดังกล่าวมีชื่อว่า Babydoll Beauty  Couture ของเจมี่ โลเปซ เมกอัพอาร์ติสต์สาววัย 31 ปีที่ประสบปัญหาจากการแบกรับน้ำหนักที่มากล้นของตัวเอง เช่น การเป็นช่างแต่งหน้าที่ไม่สามารถยืนหรือก้ม ๆ เงย ๆ ทำงานได้นานเพราะจะเมื่อยเร็วมาก จะนั่งทำงานหรือเก้าอี้ที่มีอยู่ก็ไม่รองรับน้ำหนักตัวเธอได้ นอกจากนั้น เวลาเข้าร้านเสริมสวย เธอมักได้รับประสบการณ์ที่นำมาซึ่งความอับอาย ปัญหาที่พบบ่อย ๆ คือเก้าอี้เล็กเกินไป หรือถ้าเป็นเก้าอี้ที่นั่งได้ก็มักทำของทางร้านพัง ทำให้แม้จะรักสวยรักงามแต่ก็ขยาดกับการเข้าร้านเสริมสวย


บรรยากาศภายในร้าน Babydoll Beauty Couture สาขาใหม่ที่ลาสเวกัส
 
ปัญหาที่เจอมากลายเป็นแรงบันดาลใจให้เจมี่คิดอยากทำธุรกิจของตัวเอง เมื่อคิดแล้วก็ลงมือทำ ร้านซาลอน Babydoll Beauty Couture จึงถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี 2012 ที่ลอส แองเจลิส คอนเซปต์ของร้านคือต้อนรับคนทุกเพศ ไม่ว่าจะเกย์ ทอม ดี้ สาวสองทั้งที่แปลงและไม่แปลงเพศ แต่ที่เน้นเป็นพิเศษคือกลุ่มลูกค้าพลัสไซส์

อุปกรณ์ทุกอย่างออกแบบเพื่อคนอ้วน เจมี่ลงทุนสั่งทำเก้าอี้พิเศษที่มีความกว้าง 85 นิ้ว แบบนั่งได้สบาย ๆ เก้าอี้ยังติดตั้งระบบไฮดรอลิกที่สามารถปรับความสูงต่ำและรองรับน้ำหนักได้มากถึง 400 กิโลกรัม บริการของทางร้านมีค่อนข้างครบ ตั้งแต่ แต่งหน้า ทำผม ทำเล็บทั้งเล็บมือเล็บเท้า ทำผิวสีแทน แว็กซ์ขน ต่อผม ต่อขนตา ดูแลผิว และอื่น ๆ เรียกว่าไปที่เดียว เนรมิตความสวยเกือบทุกรายการ ลูกค้าที่มาใช้บริการต่างประทับใจกับบรรยากาศผ่อนคลายและเป็นกันเอง พนักงานที่ให้บริการ หลายคนเป็นคนอ้วนที่หางานยากก็มาทำงานที่ร้านนี้ 
 
แฟชั่นที่เจมี่ออกแบบและลงทุนเป็นนางแบบเอง
 
เจมี่กล่าวว่าร้านซาลอนทั่วไปมองไม่เห็นโอกาสและทำให้พลาดในการจับลูกค้ากลุ่มนี้ซึ่งถือเป็นกลุ่มใหญ่ รายงานที่ตีพิมพ์ในวารสารแฟชั่นดีไซน์ เทคโนโลยีและการศึกษาระบุหญิงอเมริกันโดยเฉลี่ยจัดอยู่ในกลุ่มสาวพลัสไซส์เนื่องจากสวมเสื้อผ้าขนาด 16-18 หลังจากที่ประสบความสำเร็จในลอส แองเจลิส เจมี่ก็ได้ฤกษ์ขยายสาขาไปยังเมืองลาสเวกัส รัฐเนวาด้า โดยร้าน Babydoll Beauty  Couture สาขาใหม่เพิ่งเปิดบริการในปีนี้และยังคงคอนเซปต์เดิมเพิ่มเติมคือการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ไปสู่แฟชั่นเสื้อผ้าสำหรับคนตัวใหญ่โดยใช้แบรนด์เดียวกับซาลอน
 

คอลเลคชั่นแรกที่เจมี่ออกแบบ 
 
เจมีให้สัมภาษณ์ว่าเสื้อผ้าของคนอ้วนไม่จำเป็นต้องเป็นสีทึม หรือขนาดใหญ่รุ่มร่ามเหมือนเอาผ้าม่านมาห่มคลุม คนอ้วนก็ดูดีได้ขอแค่มีความมั่นใจ ภายใต้คอนเซปต์เซ็กซี่ เทรนดี้  เริ่ด ๆ เชิด ๆ กล้าที่จะเป็นตัวของตัวเอง แฟชั่นเสื้อผ้าที่เจมี่ออกแบบและเป็นนางแบบเองมีทั้งเดรสหรูหรา ชุดชั้นใน และชุดว่ายน้ำ แม้จะเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในสายแฟชั่น แต่เชื่อว่าแบรนด์ Babydoll Beauty จะได้รับการตอบรับด้วยดีจากบรรดาสาวตุ้ยนุ้ยที่รักสวยรักงาม จากร้านซาลอน ขยายไปสู่แบรนด์แฟชั่นเสื้อผ้า เชื่อว่าอนาคต เจมี่อาจมีผลิตภัณฑ์ใหม่มาสร้างความฮือฮาให้กลุ่มลูกค้าของเธออีกตราบใดที่เธอยังมองเห็นช่องทางการตลาด  
 
ที่มา
www.nailsmag.com/business/topic/salon-decor-design
www.cosmopolitan.com/style-beauty/beauty/a9229095/first-plus-size-beauty-salon/
www.brit.co/this-beauty-salon-caters-exclusively-to-plus-size-clientele-and-people-love-it/
https://wearyourvoicemag.com/identities/stylecrush-jamie-lopez-babydoll-beauty-couture
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

ใครจะคิด! Innocent Drinks แบรนด์สมูทตี้ระดับโลก เริ่มต้นธุรกิจด้วยคำถาม “ควรลาออกดีไหม?” และถังขยะ YES หรือ NO  

รู้หรือไม่? ว่าหนึ่งในแบรนด์น้ำสมูทตี้ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปอย่าง "Innocent Drinks" นั้น เริ่มต้นมาจาก...คำถามว่า่ "พวกเราควรลาออกจากงานมาทำน้ำผลไม้ขายไหม?" และถังขยะ 2 ใบ YES และ No ในงานเทศกาลดนตรี

จากคนที่แพ้ผ้าอนามัยถึงขั้นต้องผ่าตัด สู่เจ้าของแบรนด์ Wendays ผ้าอนามัยออร์แกนิค ที่เข้าใจปัญหาของจุดซ่อนเร้น

เมื่อแพ้ผ้าอนามัยถึงขั้นต้องเข้าผ่าตัดที่โรงพยาบาล ทำให้ ชวิศา เฉิน ออกตามล่าผ้าอนามัยที่เธอใช้ได้โดยไม่ระคายเคือง แต่เมื่อเป็นแบรนด์ต่างประเทศที่เธอต้องไปหิ้วกลับมาทุกครั้ง จึงเป็นจุดเปลี่ยนของการปลุกปั้น Wendays ผ้าอนามัยออร์แกนิค

Atipa Shop จาก “ขายเสื้อผ้ามือสอง” สู่แบรนด์ Top of Mind ใช้กลยุทธ์แห่งความเข้าใจ ปั้นเสื้อธรรมดาให้กลายเป็นของที่ต้องมี

ตลาดที่แข่งขันกันดุเดือด แต่แบรนด์หนึ่งกลับสามารถฝ่าคลื่น Red Ocean ขึ้นมาเป็น Top of Mind ของลูกค้าได้อย่างน่าสนใจ “Atipa Shop” แบรนด์แฟชั่น ที่เริ่มต้นจากการขายเสื้อผ้ามือสอง และพัฒนาแบรนด์อย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 14 ปี