​วิกฤต Lay off พนักงาน สะท้อน 3 บทเรียนที่ธุรกิจต้องรับมือ!






 
     ในรอบปีที่ผ่านมาหลายคนคงได้ยินข่าวองค์กรใหญ่ๆ หลายแห่งเริ่มปรับโครงสร้างด้วยการลดพนักงาน เป็นการสะท้อนภาพให้เห็นชัดเจนว่า วันนี้โลกของธุรกิจไม่ได้ง่ายอีกต่อไป ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะองค์กรขนาดใหญ่ยักษ์ หรือแม้แต่ SME เล็กๆ ไม่มีสิ่งไหนการันตีได้เลยว่า คุณจะอยู่รอดและประสบความสำเร็จไปตลอด ถ้าธุรกิจของคุณไม่รู้จักที่จะปรับตัว และจากกรณีการ Lay off พนักงานที่เกิดขึ้น รู้ไหมว่า เหตุการณ์เหล่านี้กำลังบอกอะไรคุณบ้าง?
 

1.ถ้าธุรกิจไม่ Disrupt ตัวเองก็ต้องรอวันล่มสลาย
     

     ธุรกิจขนาดใหญ่ขยับตัวทีก็ยากลำบาก แต่หากไม่ทำอะไรในยุคที่ทุกอย่างต้องเปลี่ยนแปลงก็อาจทำให้คุณพบเจอกับสิ่งที่โหดร้ายที่สุดนั่นคือการล้มละลายของบริษัท ทุกวันนี้การทำธุรกิจจะต้องเจอกับปัญหามากมาย ทั้งคู่แข่งที่เกิดใหม่ทุกวัน การเข้ามาของเทคโนโลยี พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เรื่องของเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย
หากคุณยังทำธุรกิจแบบเดิมๆ ก็อาจจะทำให้ก้าวตามโลกไม่ทัน ยอดขายไม่ขึ้น กำไรลดหดหาย ท้ายที่สุดก็ขาดทุนแถมยังต้องแบกรับค่าใช้จ่ายมหาศาล การลดต้นทุนรวมถึงปรับกลยุทธ์ในการทำธุรกิจให้เข้ากับยุคสมัย จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ส่วน SME ขนาดเล็กนับว่ามีความได้เปรียบในเรื่องของการขยับตัวมากกว่า เปลี่ยนแปลงอะไรง่ายกว่า แบกรับต้นทุนพนักงานไม่เยอะเท่าองค์กรใหญ่ จึงอาจจะไม่จำเป็นต้องลดคน แต่มองหาวิธีการลดต้นทุนในด้านอื่นๆ ก็จะช่วยให้ฝ่าวิกฤตไปได้โดยที่ไม่ต้องเสียพนักงานไป
 




2.เทคโนโลยีกำลังเข้ามาแทนแรงงานคนมากขึ้น

     ด้วยความที่เทคโนโลยีมีความทันสมัยมากขึ้น การใช้ AI หรือ Business Solution ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับหลายๆ องค์กรในการลดต้นทุนได้แบบระยะยาว ทำให้องค์กรเหล่านี้หันมาลงทุนกับเทคโนโลยีมากขึ้นและลดการใช้แรงงานคนลง จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมองค์กรหลายแห่งจึงมีการปรับลดพนักงานลง โดยเฉพาะตำแหน่งงานที่สามารถใช้เทคโนโลยีแทนที่ได้ ด้วยเหตุนี้ พนักงานจำเป็นต้องพัฒนาตัวเองมากยิ่งขึ้น เพราะไม่อย่างนั้นเทคโนโลยีก็จะเข้ามาแทนที่ ลองมองหาสกิลที่มีความเฉพาะด้าน เช่น สกิลด้านการเจรจาต่อรอง สกิลด้านการขาย เรื่องของความคิดสร้างสรรค์ หากพนักงานเพิ่มสกิลเหล่านี้ให้กับตัวเอง ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกปลดออกจากงาน  
 

3.บางทีการเปลี่ยนแปลงอาจไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสมอไป
     

     การเปลี่ยนแปลงคือโอกาสหากคุณมองให้มันเป็นด้านบวก หลายองค์กรพอมีข่าวว่าต้องปลดคนออก พนักงานต่างก็ขวัญเสีย ความจริงแล้วการปลดคนออกขององค์กรหรือการปรับโครงการเป็นเหมือนการหยุดให้ตัวเองได้ตั้งหลักก่อนที่จะเริ่มต้นสู้ต่อ เช่น IKEA ที่มีการลดคน 7,500 ตำแหน่งแต่ก็มีการจ้างงานเพิ่มขึ้นในส่วนที่เป็นงานสาย Digital เพื่อมุ่งเน้นการทำออนไลน์ให้มากขึ้น เนื่องจากวิกฤตของ Retail นั้นหนักหน่วงเกินกว่าที่จะสู้ไหว หรือแม้แต่บริษัทที่มีหลายสาขาตัดสินใจปรับลดสาขาลงหรือปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร ก็เพื่อทำให้ธุรกิจอยู่ได้ เพราะเขารู้ดีว่าอะไรคือจุดอ่อนที่ต้องรีบตัด หากปล่อยไว้แบบนั้น อาจทำให้ธุรกิจทั้งหมดต้องล้มไปพร้อมกัน เมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยน การตัดสินใจคือเรื่องยาก แต่ถ้ามองไปที่อนาคตแล้วรีบทำในสิ่งที่จำเป็น บางครั้งการเปลี่ยนแปลงอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ยิ่งใหญ่



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

Mahasan แก้ปัญหาธุรกิจศาลพระภูมิดั้งเดิม สร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการงานดีไซน์กับความเชื่อสายมู ตอบโจทย์ Unmet Need กลายเป็นสินค้าที่ต้องรอ

เพราะเชื่อว่าศรัทธาและความงามทางสถาปัตยกรรมสามารถไปด้วยกันได้ ธนกร เสถียรวงศ์นุษา สถาปนิกหนุ่ม ผู้ที่ซึมซับกับกิจการของที่บ้าน มานานกว่า 20 ปี จึงรังสรรค์ศาลพระภูมิให้มีความทันสมัย ก่อเกิดเป็นแบรนด์ Mahasan ที่เปลี่ยนภาพจำของศาลพระภูมิที่เคยเห็น

แค่ถักผม…ก็เป็นไอเดียธุรกิจได้ Pints & Ponytail เวิร์กชอปพ่อบ้านใจกล้า เชื่อมความผูกพันครอบครัว ผ่านคลาสเรียนถักเปีย

หนึ่งในไอเดียที่กำลังเป็นไวรัล ณ เวลานี้ คือ “Pints & Ponytail” เวิร์กชอปสอนถักผมสำหรับคุณพ่อ เพราะนี่ไม่ใช่แค่คลาสสอนทักษะธรรมดา แต่คือพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คุณพ่อได้ใช้เวลา เรียนรู้ และสร้างความผูกพันกับลูกสาวในแบบที่ไม่คุ้นเคยมาก่อน

พลิกโรงงานฟองเต้าหู้ 89 ปี ทายาทรุ่น 3 ปั้นแบรนด์ฟองฟอง ใช้นวัตกรรมสร้างฟองเต้าหู้สดเจ้าแรกในไทย จนกลายเป็น Product Hero ที่ตลาดต้องการ

"โอกาสทางธุรกิจบางครั้งก็เหมือนเส้นผมบังภูเขา แค่เรามองมุมใหม่ 360 องศา สินค้าเดิมๆ ก็ดูมี Value ขึ้นมาทันที" และนี่จึงเป็นที่มาของการพลิกโรงงานฟองเต้าหู้ 89 ปี ด้วยนวัตกรรม นำมาสู่แบรนด์ฟองฟอง ฟองเต้าหู้สดเจ้าแรกของไทย