ถอดกลยุทธ์ แน็คเก็ต-แคบหมึก รุ่งธนา 2 SME พิชิตอุปสรรคโกยรายได้หลักสิบล้านในยุคไวรัส

 

         ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาธุรกิจเอสเอ็มอีต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ท้าทายต่อการประกอบธุรกิจ แต่ก็มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จำนวนไม่น้อยที่สามารถยืนหยัดและเติบโตได้เป็นอย่างดี โดย 2 แบรนด์ SME ที่น่าจับตาก็คือ อาหารทานเล่นแบรนด์ แน็คเก็ต (Nacket) จาก บริษัท ทันน่า ฟู๊ดส์ จำกัด และ ผลิตภัณฑ์ แคบหมึก รุ่งธนา จาก บริษัท รุ่งธนาอินเตอร์ฟู้ดส์ จำกัด ที่ไม่ใช่แค่สามารถเติบโตในช่วงวิกฤติโควิด-19 แต่ยังทำรายได้แตะหลักสิบล้าน ทั้งสองแบรนด์มีกลยุทธ์และเทคนิคการดำเนินธุรกิจที่น่าสนใจ ไปติดตามกันได้เลย

 

“แน็คเก็ต” เน้นสร้างอัตลักษณ์ กระจายความยั่งยืนสู่ชุมชน

        แม้ว่าจะต้องเผชิญกับสถานการณ์โควิด-19 แต่ในปี 2563 แบรนด์ขนมขบเคี้ยว “แน็คเก็ต” ยังคงสามารถสร้างยอดขายได้สูงถึง 41 ล้านบาท พัทธนันท์ แสงสุขเกษมศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทันน่า ฟู๊ดส์ จำกัด เจ้าของรางวัลประเภท SME ยั่งยืน จากเวที เซเว่น อีเลฟเว่น เอสเอ็มอียั่งยืน 2021 เล่าให้ฟังว่า สิ่งที่ทำให้ แน็คเก็ต เติบโตได้ยาวนานกว่า 14 ปี คือการพัฒนาสินค้าอยู่ตลอดเวลา พร้อมกับสร้างอัตลักษณ์ของสินค้า เพื่อให้ลูกค้าเกิดความประทับใจในแบรนด์และตัวสินค้า ด้วยการนำวัตถุดิบที่ดีมีคุณภาพจากแหล่งต่างๆ มาใช้เป็นส่วนประกอบ ภายใต้หลักแนวคิดที่ว่า “ผลิตสินค้าให้ได้คุณภาพ ตรงตามมาตรฐาน และอร่อยให้เหมือนทำให้คนในครอบครัวทาน” 

        ส่งผลให้ปัจจุบันแบรนด์ แน็คเก็ต มีสินค้าทั้งสิ้น 22 รายการ ครอบคลุม 5 กลุ่มได้แก่ 1.กลุ่มแครกเกอร์ไส้สับปะรด ไส้สตรอเบอร์รี่ 2.ปั้นสิบไส้ต่างๆ ไส้ปลา ไส้ถั่ว ไส้ต้มยำกุ้ง โดยผสมข้าวสังข์หยดของ จ.พัทลุง 3.กลุ่มทอดสูญญากาศ กล้วยทอดสูญญากาศ ซึ่งเป็นกล้วยหอมทอดจาก จ.ชุมพร 4.ผัก ผลไม้ทอด เช่น กล้วย เผือก มัน ฟักทอง ซึ่งมาจาก จ.สุโขทัย และกลุ่มที่ 5.อาหารทะเล ที่มาจาก จ.ตราด คิดรวมเป็นผลผลิตทางการเกษตรที่รับซื้อจากชุมชนในเครือข่ายปีละเกือบ 300 ตัน

        “หัวใจสำคัญที่ทำให้เราเติบโตได้ แม้ในช่วงวิกฤติโควิด-19 คือ การพัฒนาตัวเองอยู่เสมอในทุกๆ เรื่องไม่ว่าจะเป็น เรื่องบรรจุภัณฑ์ มีการเพิ่มไลน์สินค้าใหม่ๆ ตลอดจนสร้างความแปลกใหม่ให้กับตัวสินค้าอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการรักษาคุณภาพและมาตรฐาน มีความพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะในยุค Next Normal ที่ต้องสร้างอัตลักษณ์ให้ชัดเจน หรือสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักผ่านตัวตนของสินค้า พันธมิตรที่เป็นคู่ค้าเองก็สำคัญ ต้องสามารถให้การช่วยเหลือและพร้อมสนับสนุนเราได้ในทุกเรื่อง เพื่อเราจะได้ส่งต่อความช่วยเหลือที่ได้รับกลับไปสู่ชุมชน เป็นการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต”